วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ไฮไลท์ แมนยู VS เซาแธมป์ตัน 2-2 : พรีเมียร์ลีก


แมนยู VS เซาแธมป์ตัน
แมนยู VS เซาแธมป์ตัน 2-2




ข้อมูลโดย: ผลบอล แมนยู VS เซาแธมป์ตัน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2 เซาแธมป์ตัน


  • ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2019/20
  • คืนวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2020
  • สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านทำได้แค่เสมอกับ เซาท์แธมป์ตัน ไป 2-2 โดยเจ้าบ้านได้ประตูจาก

  1. มาร์คัส แรชฟอร์ด นาทีที่ 20
  2. อ็องโตนี มาร์กซิยาล นาทีที่ 23


ส่วน เซาแธมป์ตัน ทีมเยือนได้ประตูจาก

  1. สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง นาทีที่ 12
  2. ไมเคิล โอบาเฟมี นาทีที่ 90+6


ทำให้ ปีศาจแดง พลาดโอกาสไต่ขึ้นอันดับ 3 และยังรั้งอยู่ที่ 5 ของตารางโดยมี 59 คะแนนเท่ากับ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับที่ 4


  • เริ่มเกมในครึ่งเวลาแรกทั้งสองทีมยังคงเน้นความแน่นอนในการครองบอล แต่ดูจะเป็นทีมเยือนจะครองบอลได้ดีกว่าเล็กน้อยในช่วงต้นเกม
  • นาทีที่ 10 เป็นเจ้าบ้านที่ได้โอกาสลุ้นก่อนจากจังหวะพลาดในเกมรับ มาร์กซิยาล ฉกบอลไปดวลตัวต่อตัวแต่ยังยิงไปติดเซฟ แม็คคาร์ธี
  • แต่แล้วนาทีที่ 12 ทีมเยือนได้ประตูออกนำก่อน 0-1 จากจังหวะเสียบอลหน้าเขตโทษ เร้ดมอนด์ กระชากเข้ากรอบก่อนเปิดให้ อาร์มสตรอง ซัดจ่อ ๆ เข้าไป
  • 3 นาทีต่อมาเจ้าถิ่นมีโอกาสส่งบอลเข้าประตูไปได้แล้วโดย มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่ถูกจับล้ำหน้าไปเสียก่อน
  • ต่อมาไม่นาน ปีศาจแดง มาตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จจากการพักบอลในเขตโทษของ มาร์กซิยาล ก่อนจะจ่ายต่อให้ แรชฟอร์ด ซัดเสียบมุมเข้าไปในนาทีที่ 20
  • ต่อมานาทีที่ 23 แมนฯ ยูไนเต็ด พลิกขึ้นนำ 2-1 จากการลากเดี่ยวเข้าเขตโทษของ มาร์กซิยาล ก่อนจะยิงหักข้อบอลพุ่งผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป
  • ช่วงเวลาที่เหลือเป็นเจ้าบ้านที่ดูจะทำได้ดีกว่าชัดเจน แต่ยังไม่สามารถหาจังหวะจบสกอร์ที่มีลุ้นประตูเพิ่มเติมได้ ทำให้จบ 45 นาทีแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำ 2-1
  • เริ่มเกมในครึ่งเวลาหลังดูจะเป็นทีมเยือนที่มีลุ้นมากกว่าในช่วง 5 นาทีแรกจากลูกยิงของ เร้ดมอนด์ และ อิงส์ แต่ยังคงไม่เฉียบขาดมากพอทั้งสองจังหวะ
  • นาทีที่ 55 ฝั่งเจ้าบ้านเองก็มีลุ้นจากลูกยิงนอกกรอบของ แรชฟอร์ด แต่บอลเฉียดเสาออกไป
  • จากนั้นดูจะเป็น ปีศาจแดง ที่ครองเกมเอาไว้ได้และเกือบได้ประตูที่ 3 จากจังหวะประสานงานของ มาร์กซิยาล และ แรชฟอร์ด ยิงจ่อ ๆ แต่ยังไปติดเซฟของผู้รักษาประตูพลาดโอกาสนำห่างไปอย่างน่าเสียดาย
  • กระทั่งช่วง 20 นาทีสุดท้ายเป็นผู้มาเยือนที่เป็นฝ่ายครองบอลบุกเข้าใส่ ส่วนเจ้าบ้านถอยลงมาตั้งรับและรอโอกาสสวนกลับแทน
  • นาทีที่ 85 ทีมนักบุญ เกือบมาได้ประตูตีเสมอจากลูกยิงของ เร้ดมอนด์ แต่ เด เคอา ยังบินมาเซฟเอาไว้ได้ทัน
  • จนกระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทีมเยือนมาตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะเตะมุม และเป็น โอบาเฟมี ตัวสำรองที่ชาร์จจ่อ ๆ เข้าไป
  • ทำให้จบเกม เซาท์แธมป์ตัน บุกมายันเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้ 2-2 แบ่งไปทีมละ 1 คะแนนในเกมวันนี้


รายชื่อผู้เล่นของทั้ง 2 ทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

  1. เด เคอา
  2. วาน-บิสซาก้า
  3. ลินเดเลิฟ
  4. แม็คไกวร์
  5. ชอว์
  6. มาติช
  7. ป็อกบา
  8. กรีนวูด
  9. เฟร์นันเดส
  10. แรชฟอร์ด
  11. มาร์กซิยาล


ตัวสำรอง :

  • โรเมโร
  • ไบยี
  • วิลเลียมส์
  • อันเดรียส
  • เฟร็ด
  • เจมส์
  • มาต้า
  • แม็คโทมิเนย์
  • อิกาโล


เซาท์แธมป์ตัน :

  1. แม็คคาร์ธี
  2. เบอร์ทรานด์
  3. เบ็ดนาเร็ค
  4. สตีเฟนส์
  5. วอร์คเกอร์ ปีเตอร์ส
  6. โรเมอู
  7. วอร์ด-เพราส์
  8. อาร์มสตรอง
  9. เร้ดมอนด์
  10. อิงส์
  11. อดัมส์

ตัวสำรอง :

  • กันน์
  • ลอง
  • โวกินส์
  • ดานโซ
  • เวสเตอร์การ์ด
  • โอบาเฟมี
  • สมอลล์โบน
  • เฟอร์รี
  • ฮอยจ์เบิร์ก
วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

บียาร์เรอัล VS บาร์เซโลน่า 1-4




การแข่งขันฟุตบอล ลาลีกา สเปน คู่ระหว่าง บียาร์เรอัล พบกับ บาร์เซโลน่า ที่สนาม เอสตาดิโอ เด ลา เซรามีก้า เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

เริ่มเกมมาแค่ 3 นาที ทีมเยือนเปิดเกมลุยเข้าใส่ทันที เซร์จี้ โรเบร์โต้ พาบอลขึ้นมาแล้วจ่ายออกซ้ายให้ จอร์ดี้ อัลบา ปาดมาเสาแรกบอลไปโดน เปา ตอร์เรส จิ้มเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองไป บาร์เซโลน่า นำ 1-0

นาทีที่ 14 บียาร์เรอัล เจ้าบ้านตามตีเสมอ 1-1 ปาโก้ อัลกาเซร์ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไป ก่อนจะปาดมาเสาสองให้ ซานติ กาซอร์ล่า ยิงไปติดเซฟ แทร์ ชเตเก้น บอลมาเข้าทาง เคราร์ด โมเรโน่ กดด้วยซ้ายตุงตาข่าย

นาทีที่ 20 บาร์เซโลน่า มาแซงอีกครั้ง 2-1 ลิโอเนล เมสซี่ ลากบอลขึ้นหน้าก่อนไหลให้ หลุยส์ ซัวเรซ วิ่งมาปั่นด้วยขวาบนเส้นเขตโทษ บอลพุ่งโค้งเสียบมุมเข้าไปอย่างสุดสวย

นาทีที่ 45 ทีมเยือนประสานงานได้อย่างยอดเยี่ยม หลุยส์ ซัวเรซ ไหลให้ อองตวน กรีซมันน์ ทำชิ่งกับ ลิโอเนล เมสซี่ ก่อนหลุดเข้าไปงัดบอลข้ามตัว เซร์คิโอ อาเซนโฆ ซุกก้นตาข่าย บาร์เซโลน่า ทิ้ง 3-1 พร้อมหมดครึ่งแรก

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 67 ลิโอเนล เมสซี่ ไหลบอลออกซ้ายให้ จอร์ดี้ อัลบา หลุดเข้าไปยิงที่เสาแรกแต่ เซร์คิโอ อาเซนโฆ ล้มตัวรับไว้ได้ติดมือ

นาทีที่ 87 จอร์ดี้ อัลบา วางบอลยาวขึ้นหน้าถึง อันซู ฟาติ กระชากเข้าเขตโทษก่อนยิงหักข้อผ่านมือ เซร์คิโอ อาเซนโฆ ตุงตาข่าย บาร์เซโลน่า หนีเป็น 4-1

จบเกม บาร์เซโลน่า บุกเอาชนะ บียาร์เรอัล 4-1 เก็บสามแต้ม รั้งอันดับ 2 ของตาราง โดยมีแต้มตามหลัง เรอัล มาดริด 4 คะแนนเหมือนเดิม ยังมีลุ้นในอีก 4 เกมที่เหลือ

เซาธ์แฮมป์ตัน VS แมนซิตี้ 1-0: ผลบอล พรีเมียร์ลีก




การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียรลีก อังกฤษ คู่ระหว่าง c ที่สนาม เซนต์ แมรี่ส์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ที่มา : เซาธ์แฮมป์ตัน VS แมนซิตี้

เริ่มเกมมาเพียงแค่ 7 นาที เจ้าถิ่นมาได้ลูกฟรีคิกหน้าประตูระยะเกือบ 30 หลา เนธาน เร้ดมอนด์ วิ่งกดด้วยขวาบอลแฉลบกำแพงข้ามคานออกหลังไป

นาทีที่ 16 เจ้าบ้านลุยต่อ สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง แย่งบอลจาก โอเล็กซานเดร์ ซินเชนโก้ บอลไปเข้าทาง เช อดัมส์ วิ่งมาปั่นโค้งด้วยขวาระยะกว่า 40 หลา บอลลอยโด่งข้ามหัว เอแดร์ซอน เข้าประตูไป เซาธ์แฮมป์ตัน นำ 1-0

นาทีที่ 23 ทีมเยือนเกือบได้ประตูตีเสมอ ชูเอา คานเซโล่ ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนเปิดไปเสาสองให้ กาเบรียล เชซุส วิ่งมาแหย่ขาโดนไม่ดีบอลเหินข้ามคานออกหลังไปไกล

นาทีที่ 29 แมนฯ ซิตี้ น่าจะได้อีกหน กาเบรียล เชซุส พลิดดีดออกซ้ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ยิงด้วยซ้ายในเขตโทษแต่ อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ พุ่งปัดเอาไว้ได้

"เรือใบสีฟ้า" ลุยต่อเนื่องนาทีต่อมา แฟร์นันดินโญ่ ได้ปั่นด้วยขวาหน้าเขตโทษบอลพุ่งชนโคนเสากระดอนไปเข้าทาง แบร์นาร์โด้ ซิลวา เปิดย้อนไปหน้าประตูให้ ดาบิด ซิลบา ได้โขกเต็มๆ แต่ อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ทุบทิ้งไว้ได้อีก หมดครึ่งแรก เซาธ์แฮมป์ตัน ยังนำ 1-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 48 ทีมเยือนมาได้ลูกเตะมุม ริยาด มาห์เรซ เปิดโค้งไปหน้าประตู กาเบรียล เชซุส ได้โขกเปลี่ยนทางแต่หลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 75 เจ้าบ้านได้สวนกลับเร็ว เชน ลอง ลากจากครึ่งสนามก่อนจ่ายให้ สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง อัดด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งไปติดขา เอแดร์ซอน ที่ออกมาบล็อกได้ไว

จบเกม เซาธ์แฮมป์ตัน เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปได้แบบหวุดหวิด 1-0 เก็บสามแต้มสำคัญ การันตีการอยู่รอดในลีกสูงสุดแน่นอนแล้ว

ลิเวอร์พูล VS แอสตันวิลล่า 2-0: ผลบอล พรีเมียร์ลีก





  • การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพบกับ แอสตัน วิลล่า ที่สนามแอนฟิลด์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
  • ก่อนเกมการแข่งขัน แอสตัน วิลล่า ทีมเยือนได้ตั้งแถวยืนปรบมือเพื่อให้เกียรติแก่ ลิเวอร์พูล ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
  • เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 20 ทีมเยือนได้ฟรีคิกริมเส้นฝั่งขวา แจ็ค กรีลิช เปิดโค้งไปหน้าประตู เอซรี่ คอนซ่า ได้โขกแต่โดนไม่ดี บอลลอยโด่งออกหลังไปเยอะ
  • นาทีที่ 32 แอสตัน วิลล่า ได้โอกาสอีกครั้ง แจ็ค กรีลิช พาบอลขึ้นมาทางซ้ายก่อนเปิดเข้าเขตโทษ เทรเซเก้ท์ ดีดคืนหลังต่อถึง ดั๊กลาส ลุยซ์ ได้สับไกด้วยขวาแต่ตรงตัว อลีสซอน เบ็คเกอร์
  • นาทีที่ 36 เจ้าบ้านได้ยิงเข้ากรอบหนแรก อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดให้ นาบี้ เกอิต้า ดีดต่อจังหวะเดียวถึง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้ยิงมุมแคบแต่ เปเป้ เรน่า ล้มตัวรับไว้ได้ หมดครึ่งแรกยัง 0-0
  • กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 71 เจ้าถิ่นลุยหนัก เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ไหลออกซ้ายให้ นาบี เกอิต้า จ่ายยัดไปในกรอบถึง ซาดิโอ มาเน่ แปเสียบคานเข้าประตูไป ลิเวอร์พูล นำ 1-0
  • นาทีที่ 89 "หงส์แดง" ต่อเกมได้สวย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไหลออกซ้าย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน โยนยาวไปเสาสองให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โขกชงเข้ากลางให้ เคอร์ติส โจนส์ ตัวสำรองเอี้ยวตัวยิงเสียบเสาเข้าไป ลิเวอร์พูล หนีเป็น 2-0
  • จบเกม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ แอสตัน วิลล่า 2-0 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 89 คะแนน มีลุ้นสร้างสถิติใหม่โกยแต้มทะลุ 100 คะแนน โดยต้องการอีก 12 คะแนนจาก 5 เกมที่เหลือเพื่อทำลายสถิติเดิมของ แมนฯซิตี้

 ที่มา: https://www.sanook.com/sport/1093865/

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซอน เบ็คเกอร์,  เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, นาบี เกอิต้า, ฟาบินโญ่, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดิว็อค โอริกี้, ซาดิโอ มาเน่

แอสตัน วิลล่า (4-3-1-2) : เปเป้ เรน่า, เอซรี่ คอนซ่า, คอร์ทนี่ย์ เฮ้าส์, ไทรอน มิงส์, นีล เทย์เลอร์, จอห์น แม็คกินน์, ดั๊กลาส ลูอิซ, แจ็ค กรีลิช, เทรเซเก้ต์, ไคแนน เดวิส, อันวาร์ เอล กาห์ซี่

ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

แมนฯ​ ยูไนเต็ด จับ "มาติช" ขยายสัญญายาวถึงปี 2023



เนมานย่า มาติช กองกลางทีมชาติ เซอร์เบีย บรรลุข้อตกลงขยายสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แห่งศึก ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ออกไปจนถึงปี 2023 อย่าเป็นทางการ

โดยเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์ของ ปีศาจแดง ว่า "ผมยินดีที่ได้อยู่เป็นส่วนหนึ่งกับสโมสรที่ยิ่งใหญ่นี้ต่อไป ในฐานะนักเตะผมยังสามารถอุทิศตนเองในเส้นทางค้าแข้งได้อีก และการได้ทำสิ่งนั้นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด นับว่าเป็นเกียรติสำหรับผม"

"ผมตื่นเต้นที่ได้เล่นร่วมกับทีมชุดนี้ของเรา พวกเรามีความสมดุลจากทั้งนักเตะอายุน้อยและบรรดาแข้งประสบการณ์สูง นั่นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราเล่นได้ดีในฤดูกาลนี้ เราจะยังคงต่อสู้เพื่ออันดับที่สูงกว่าเดิมในช่วงเวลาที่เหลืออยู่และทำให้แฟนบอลของเราภาคภูมิใจ"

ด้าน โอเล กุนนาร์ โซลชา กุนซือ ปีศาจแดง ได้กล่าวถึง มาติช ว่า "ผมยินดีที่ มาติช ต่อสัญญากับเรา ประสบการณ์ ความเป็นมืออาชีพ และความเป็นผู้นำของเขานั้นมีค่าเป็นอย่างยิ่งกับนักเตะอายุน้อยของเราในทีมชุดนี้"

"พวกเรามีแผงมิดฟิลด์ที่แข็งแกร่งและ เนมานยา เป็นส่วนสำคัญในแดนแกลาง เขาอยู่กับเรามา 3 ฤดูกาลและเข้าใจคุณค่าในการเล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นอย่างดี"

"เขายังคงมีความทะเยอทะยานอย่างเต็มเปี่ยมซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะพาทีมประสบความสำเร็จในอนาคตอันใกล้"
วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ไฮไลท์ฟุตบอล เอสปันญ่อล VS เรอัล มาดริด 0-1



เอสปันญ่อล VS เรอัล มาดริด 0-1: ผลบอล ลา ลีกา สเปน 2019-20




ผลฟุตบอล ลา ลีกา สเปน ฤดูกาล 2019-20 ประจำวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. 63 คู่ที่น่าสนใจ “นกแก้ว” เอสปันญอล บ๊วยของตาราง เปิดสนามอาร์ซีดีอี สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด รองจ่าฝูง

  • ครึ่งแรกมาแค่ 3 นาที เอสปันญอล เกือบขึ้นนำจากจังหวะที่ อู่ เล่ย กระชากขึ้นมาทางฝั่งขวา ก่อนจ่ายเรียดเข้าเขตโทษ เซร์กี ดาร์เดอร์ วิ่งมาซัดเน้นๆ ติดบล็อกกองหลังออกไป
  • จากนั้นนาทีที่ 10 โอกาสของเรอัล มาดริด เมื่อ คาเซมิโร ซัดด้วยซ้ายในเขตโทษ บอลมาโดนหัว เซร์คิโอ รามอส ข้ามคานออกไป ทำเอารามอสถึงกับมึนเล็กน้อย
  • ถัดมา 3 นาที ราชันชุดขาวได้ลุ้นอีกครั้ง โทนี โครส เปิดลูกเตะมุมจากฝั่งขวามาที่เสาแรก ราฟาเอล วาราน โหม่งเช็ดเข้ากลางให้ คาเซมิโร โหม่งจ่อๆ บอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย
  • นาทีที่ 20 เอสปันญอลได้ฟรีคิกทางฝั่งขวา มาร์ค โรคา หลอกยิงเข้ามาทันที แต่ ติโบต์ กูร์ตัวส์ ยังเซฟออกไปได้
  • ถึงนาทีที่ 45 เรอัล มาดริด ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ คาริม เบนเซมา ได้บอลในเขตโทษฝั่งขวาก่อนตอกส้นเข้ากลางให้ คาเซมิโร ซัดด้วยซ้ายเข้าไปตุงตาข่าย จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด บุกมานำ เอสปันญอล 1-0
  • ครึ่งหลังนาทีที่ 46 เอสปันญอลได้ลุ้นจากจังหวะที่ วิคตอร์ โกเมส เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ อู่ เล่ย ยิง แต่ไม่ผ่าน ติโบต์ กูร์ตัวส์ จากนั้นนาทีที่ 51 เรอัล มาดริด เกือบได้เฮอีกรอบจากจังหวะที่ คาริม เบนเซมา ได้วอลเลย์เน้นๆ บอลพุ่งตรงกรอบ แต่ ดีเอโก โลเปซ ยังเซฟไว้ได้
  • จบเกม เรอัล มาดริด บุกไปคว้าชัยชนะเหนือ เอสปันญ่อล 1-0 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 71 คะแนนนำห่าง บาร์เซโลน่า รองจ่าฝูง 2 คะแนน ส่วนทัพ “นกแก้ว” ยังรั้งบ๊วยของตารางมี 24 คะแนน



ผลคู่อื่นมีดังนี้

  • เลบันเต ชนะ เรอัล เบติส 4-2
  • บียาร์เรอัล ชนะ บาเลนเซีย 2-0
  • กรานาดา แพ้ เออิบาร์ 1-2



ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก วัตฟอร์ด VS เซาแธมป์ตัน 1-3



ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก วัตฟอร์ด VS เซาแธมป์ตัน 1-3



ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 32 ของฤดูกาล 2019-2020 ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. 2563 คู่ระหว่าง วัตฟอร์ด VS เซาแธมป์ตัน

ไนเจล เพียร์สัน พาทีมแตนอาละวาดเก็บได้แต้มเดียวจากการรีสตาร์ต 2 นัด ในแนวรุกยังนำมาโดย ทรอย ดีนี่ย์ และ แดนนี่ เวลเบ็ค โดย เอเตียน กาปู กับ วิลล์ ฮิวจ์ส คุมพื้นที่ตรงกลางสนาม

ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล กุนซือทีมนักบุญ เกมนี้ไม่มี แจ็ค สตีเฟ่นส์ ที่ติดโทษแบน 1 นัด และ มุสซ่า เฌเนโป ที่ติดโทษแบนครบนัดที่ 3 ในเกมนี้ด้วย คู่หน้าวาง แดนนี่ อิงส์ และ เชน ลอง

ผลปรากฏว่า เซาแธมป์ตัน บุกไปเอาชนะ วัตฟอร์ด 3-1 ผู้มาเยือนได้ประตูจาก

  • แดนนี่ อิงก์ส ในนาที 16 และ 70
  • เจมส์ วอร์ด-พราวส์ นาที 82


ทางเจ้าถิ่นตีไข่แตกได้จาก

  • ยาน เบดนาเร็ค ทำเข้าประตูตัวเองในนาที 79


ทำให้ เซาแธมป์ตัน เก็บเพิ่มเป็น 40 คะแนน จาก 32 นัด รั้งอันดับที่ 13 ทาง วัตฟอร์ด มี 28 คะแนนเท่าเดิมแข่งเท่ากัน รั้งอันดับที่ 16 มีแต้มอยู่เหนือโซนตกชั้นอันดับ 19 บอร์นมัธ แค่คะแนนเดียว ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นอย่างหนักต่อไปในอีก 6 นัดที่เหลือ

ที่มา: ผลบอลพรีเมียร์ลีก วัตฟอร์ด VS เซาแธมป์ตัน 1-3