วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563

แมนยู เฉือนชนะ วูล์ฟ 1-0: ลิ่วรอบ 4 ฟุตบอลเอฟเอคัพ (คลิป)


แมนยู VS วูล์ฟ


แมนยู เฉือนชนะ วูล์ฟ 1-0: ลิ่วรอบ 4 ฟุตบอลเอฟเอคัพ (คลิป)




การแข่งขันฟุตบอล เอฟเอคัพ รอบ 3 นัดรีเพลย์ เจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงใช้ผู้เล่นชุดหลัก โดยเปลี่ยนแค่

ผู้รักษาประตู เซร์คิโอ โรเมโร ลงเฝ้าเสา แนวรุก เมสัน กรีนวู้ด ได้ลงสนามเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ ฆวน มาต้า ที่ทำผลงานได้ดีในเกมลีก โดยทีมตัดสินใจพัก มาร์คัส แรชฟอร์ด ไว้บนม้านั่งสำรอง

ทางด้านฝั่ง วูล์ฟส์ ขนบรรดาชุดใหญ่ลงสนามเช่นกัน โดยใช้ จอห์น รัดดี้ ลงเฝ้าเสา คู่มิดฟิลด์ รูเบน เนเวส ประสานงาน เชา มูตินโญ โดยหน้าเป้าส่ง ราอูล ฆิมิเนซ ลงล่าตาข่าย

ขอบคุณข่าวจาก: https://www.sanook.com/sport/1046294/

วันพุธที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2563

นิชิโนะ กระตุ้น ทิตาธร มุ่งมั่นก้าวขึ้นแทน ธีราทร



หลังจบเกมที่ "ทัพช้างศึก" ทีมชาติไทย เปิดบ้านเสมอกับ อิรัก 1-1 ในการแข่งขัน ฟุตบอล ชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เมื่อวันอังคารที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา ทำให้กรุยทางผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

โดยในห้องแถลงข่าวได้มีผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่นที่มาเกาะติดในทัวร์นาเมนต์นี้ ได้ถามถึงมุมมองของ อากิระ นิชิโนะ กุนซือทีมชาติไทยเกี่ยวกับตัวของ "โชแปง" ทิตาธร อักษรศรี แบ็กซ้ายวัย 22 ปี สังกัด โปลิศ เทโร ที่ทำผลงานได้ดีขึ้นในช่วงหลัง

โค้ชชาวญี่ปุ่น เผยว่า แฝดผู้น้องรายนี้เป็นนักเตะรูปร่างสูงใหญ่ (180 ซ.ม.) ถนัดซ้าย เหมาะที่จะเล่นแบ็คซ้าย โดยรวมถือว่าทำได้ดี แต่ยังมีจุดอ่อนในเกมรับ โดยส่วนตัวยังเชื่อว่าตัวของนักเตะจะสามารถพัฒนาศักยภาพได้อีก นอกจากนี้ยังอยากให้เจ้าตัวตั้งความหวังว่าจะก้าวขึ้นไปทดแทน ธีราทร บุญมาทัน ในอนาคต

เพราะว่าจะได้มีแรงกระตุ้น และมีความมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น ( เรียกเสียงปรบมือจากนักข่าวไทยในห้องแถลงข่าว )

ก่อนที่ นิชิโนะ จะพูดกับนักข่าวไทยว่า "ฝากไปบอกอุ้มด้วยนะ" (พร้อมกับยิ้มแบบขำๆ)

ที่มา: https://www.sanook.com/sport/1046114/

กรพัฒน์ นารีจันทร์ ขึ้นแท่น ผู้รักษาประตูเซฟเยอะสุด อันดับ 2


กรพัฒน์ นารีจันทร์

กรพัฒน์ นารีจันทร์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ขึ้นแท่นผู้รักษาประตูที่เซฟมากที่สุด เป็นอันดับ 2 ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ครั้งนี้

โดยหลังผ่าน 3 นัด นายทวารจากเชียงใหม่ เซฟไป 12 ครั้ง โดยเป็นรองแค่ เฉิน เหว่ย ของ จีน ที่เซฟไป 13 ครั้งจาก 2 เกมแรก

ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะทำการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบ 8 ทีมสุดท้าย พบกับ ทีมแชมป์กลุ่มบี ที่สนาม ธรรมศาสตร์ สเตเดียม ในวันที่ 18 มกราคม 2563 เวลา 17.15 น. ถ่ายทอดสด ทางช่อง 7

ขอบคุณข่าวจาก : Sanook Sport
วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2563

พรีวิว ทีมชาติไทย vs ทีมชาติอิรัก: นัดชี้ชะตาชิงแชมป์เอเชีย U23



ไทย พบ อิรัก

ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย U23: ทีมชาติไทย vs ทีมชาติอิรัก



  • วันอังคารที่ 14 มกราคม 
  • สนาม: ราชมังคลากีฬาสถาน
  • เวลาแข่งขัน:20.15 น.
  • ถ่ายทอดสด : ช่อง 7HD



ความพร้อมของทั้งสองทีม


ทีมชาติไทย


ทีมชาติไทย

พลพรรคช้างศึก ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการอย่างน้อยผลเสมอ เพื่อการันตีการผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ โดยหากพวกเขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้จะทำให้ อิรัก เบียดเข้าป้ายเขี่ย ไทย ตกรอบทันที

คีย์แมนของ ไทย อย่าง ศุภณัฎฐ์ เหมือนตา และ ศุภชัย ใจเด็ด มีอาการบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในครึ่งหลังของเกมที่ผ่านมากับ ออสเตรเลีย ต้องแยกซ้อมเดี่ยวและต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม อากิระ นิชิโนะ ให้สัมภาษณ์ชี้ว่าการขาด ศุภชัย มีผลกระทบต่อทีมเป็นอย่างมากและคาดว่านายใหญ่ชาว ญี่ปุ่น จะเข็นเจ้าอาร์มลงสนามในเกมชี้ชะตาเกมนี้หากเจ้าตัวสามารถเล่นไหว

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

เกมนี้เชื่อว่า อากิระ นิชิโนะ กุนซือใหญ่ชาวญี่ปุ่น จัดผู้เล่นชุดเดิมเหมือน 2 เกมที่ผ่านมา โดยจำเป็นต้องใช้งาน

  • ศุภชัย ใจเด็ด ที่แม้ไม่ฟิตเต็มร้อยลงสนาม เป็นกองหน้าตัวเป้า
  • โดยมี 3 ตัวรุกสนับสนุน อย่าง อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, สุภโชค สารชาติ และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่แม้จะมีอากาศบาดเจ็บรบกวน แต่เกมนี้เขาน่าจะพร้อมลงสนาม
  • ส่วนกองกลางตัวรับเป็น กฤษดา กาแมน จับคู่กับ สรวิทย์ พานทอง
  • กองหลังใช้ มีโชค มหาศรานุกูล, ชินภัทร์ ลีเอาะ กัปตันทีม, ศฤงคาร พรมสุภะ และ ทิตาวีร์ อักษรศรี
  • ส่วนผู้รักษาประตูยังเป็น กรพัฒน์ นารีจันทร์ เช่นเดิม


ทีมชาติอิรัก


ทีมชาติอิรัก​​

  • พวกเขาเก็บได้เพียง 2 คะแนนจากผลเสมอทั้ง 2 เกมก่อนหน้านี้ทำให้ อิรัก ต้องเอาชนะ ไทย ให้ได้สถานเดียวเท่านั้นหากพวกเขาต้องการที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
  • โดยพวกเขามี โมฮัมเหม็ด คาซิม นาสซิฟ ศูนย์หน้าหมายเลข 9 วัย 22 ปีที่ผู้พัง 2 ประตูจาก 2 เกมที่ผ่านมาเป็นตัวทีเด็ด

ดูสถิติการแข่งของทั้ง 2 ทีม และพบกันล่าสุด ได้เลยที่ 

วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563

โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เตรียมซบ อินเตอร์ มิลาน



รายงานจาก สกาย อิตาเลีย ระบุว่า โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าของ ​เชลซี ได้ตอบตกลงย้ายไปค้าแข้งกับ อินเตอร์ มิลาน พร้อมรับสัญญา 2 ปีครึ่ง

ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสไม่ค่อยได้ลงสนามเท่าใดนักในซีซันนี้ โดยต้องตกเป็นตัวสำรองของกองหน้าดาวรุ่งอย่าง แทมมี อับราฮัม ซึ่งกำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด

กองหน้าวัย 33 ปีต้องการย้ายทีมในช่วงเดือนมกราคมเนื่องจากต้องการการันตีพื้นที่ในฟุตบอล ยูโร 2020 ที่กำลังจะมาถึงในช่วงซัมเมอร์โดยมีทีมงูใหญ่เป็นเป้าหมาย อย่างไรก็ตามสโมสรจากอิตาลีต้องจ่ายค่าตัวให้กับ เชลซี อยู่ที่ประมาณ 8-10 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัวสตาร์เฟร้นช์แมนไปร่วมทีม

รายงานระบุว่า เอเยนต์ของ ชิรูด์ อยู่ที่มิลานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาและเชื่อว่าเขาสามารถสรุปข้อตกลงในการย้ายทีมกับทาง อินเตอร์ มิลาน ได้เป็นที่เรียบร้อย
วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2563

ไทย พ่าย เกาหลีใต้ 0-3 ชวดตั๋วโอลิมปิกใบสุดท้าย



การแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิง โอลิมปิกเกมส์ 2020 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ที่ ยิมเนเซียมชาติชาย ฮอลล์, จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม 2563

รอบชิงชนะเลิศ เป็นการโคจรมาพบกันของสองทีมเต็งอย่าง ทีมชาติไทย อันดับ 14 ของโลก พบกับ ทีมชาติเกาหลีใต้ อันดับ 9 ของโลก โดยคู่นี้เจอกันมาล่าสุดในรายการ ชิงแชมป์ เอเชีย 2019 ผลปรากฎว่า เกาหลีใต้ เป็นฝ่ายเอาชนะ ไทย 3-1 เซต

เกมนี้ โค้ชด่วน ดนัย ศรีวัชเมธากุล ส่งผู้เล่น 6 คนแรกประกอบไปด้วย ปลื้มจิตร์ ถินขาว, นุศรา ต้อมคำ, ทัดดาว นึกแจ้ง, มลิกา กันทอง, พิมพิชยา ก๊กรัมย์ และ ปิยะนุช แป้นน้อย


  • เปิดฉากเซตแรก นักตบลูกยางสาวไทย เป็นฝ่ายทำแต้มออกนำก่อน 3-1 แต่ก็โดน เกาหลีใต้ แซงนำ 7-4 ทีมไทยหันมาเล่นรับแน่นจนสามารถไล่ตามตีเสมอ 10-10 ได้สำเร็จ แต่ยิ่งเล่นเกมรุกของ นักตบโสมขาว ยิ่งโดดเด่นฉีกทำแต้มหนีเป็น 21 - 17 ก่อนปิดเซตไปได้ที่ 25-22 เกาหลีใต้ ออกนำ 1-0 เซต
  • เซตสอง รูปเกมสุดสูสีเสมอกันที่ 6-6 ก่อนที่ เกาหลีใต้ จะมาทำแต้มหนีห่างไปเป็น 16-10 สาวไทย พยายามทำแต้มไล่มาที่ 18-22 แต่ก็ไม่ทันแพ้ไป 20-25 ทำให้ ทีมไทย ตกเป็นฝ่ายตามหลัง 0-2 เซต
  • เซตสาม นักตบสาวแดนโสม ทำแต้มนำ 8-5 แต่สาวไทยไม่ยอมแพ้พลิกแซง 12-10 แต่ก็มาโดน เกาหลีใต้ ที่วันนี้ท็อปฟอร์มเหลือเกินมาแซงเอาชนะไปได้ 25-20


จบเกม ทีมชาติไทย เป็นฝ่ายแพ้ เกาหลีใต้ 0-3 เซต พลาดคว้าตั๋วไปลุย โอลิมปิก เกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว อย่างน่าเสียดาย

ข่าวโดย : Sanook Sport

สเปอร์ส 0-1 ลิเวอร์พูล: เก็บตกหลังเกมส์ พรีเมียร์ลีก



หงส์แดง ลิเวอร์พูล บุกเฉือนเอาชนะ สเปอร์ส 1-0 เก็บสามแต้มล้ำค่า พร้อมทั้งโกยแต้มไปได้มากถึง 61 คะแนนจาก 21 เกม ถือเป็นสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก

นอกจากนี้ยังทิ้งห่างอันดับสอง เลสเตอร์ ซิตี้ ออกไปเป็น 16 คะแนน เราลองไปดูประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในเกมนี้กัน

6. หมดยุคสำหรับแผนรถบัส

Jose Mourinho

เกมนี้เริ่มต้นมาก็เป็นไปตามคาด โชเซ มูรินโญ สั่งให้ลูกทีมลงไปตั้งรับต่ำ และเน้นลูกโยนข้ามแผงหลังคู่ต่อสู้ให้กองหน้าใช้ความเร็วในการโต้กลับ ซึ่งต้องบอกว่าดูจะไม่เวิร์คสักเท่าไหร่ในช่วงครึ่งแรก เพราะกลายเป็นว่าเปิดโอกาสให้ ลิเวอร์พูล สามารถมีพื้นที่เซ็ตบอลบุกขึ้นมาได้ง่าย เนื่องจากผู้เล่น สเปอร์ส ถอยลงมายืนต่ำ ไม่เพรสซิ่ง จึงทำให้แทบจะโดนพับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียวตลอดระยะเวลา 45 นาทีแรก

5. แนวรุกไก่ใช้โอกาสสิ้นเปลือง

Heung-Min Son,Trent Alexander-Arnold

ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อกวาดสายตามองไปที่สถิติหลังจบเกม สเปอร์ส มีโอกาสจบสกอร์ 14 ครั้ง มากกว่าฝั่งผู้มาเยือน (13 ครั้ง) เสียอีก แต่พวกเขากลับไม่แม่นยำเอาเสียเลยในจังหวะสุดท้าย (ไก่เดือยทอง ยิงตรงกรอบ 4 ครั้งและฝั่ง หงส์แดง 7 ครั้ง)

4. สเปอร์ส ต้องการศูนย์หน้าธรรมชาติ

Jose Mourinho,Heung-Min Son

การขาดหายไปของ แฮร์รี เคน ในวันนี้ ทำให้ ไก่เดือยทอง ไม่มีกองหน้าธรรมชาติใช้งานเลยสักคนเดียว คนที่จะคอยพักบอล เก็บบอล ในยามที่ทีมโต้กลับด้วยลูกโยนยาว แถมสังเกตได้ว่าการขาดหัวหอกตัวเป้าทำให้เกมรุกของ สเปอร์ส ขาดมิติในการเข้าทำไปพอสมควร

ซึ่งต้องถือเป็นโชคร้ายที่ เคน ก็ดันมาเจ็บก่อนหน้าเกมนี้พอดี ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ มูรินโญ ต้องหากองหน้ามาทดแทนในกรณีดังกล่าวอย่างน้อย 1 คน เป็นการเร่งด่วนช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมนี้ ก่อนที่อะไร ๆ จะสายเกินแก้

3. ลิเวอร์พูล เดินหน้าสร้างสถิติ

FBL-ENG-PR-TOTTENHAM-LIVERPOOL

พลพรรค เร้ดแมชีน ภายใต้การคุมทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ กลายเป็นทีมที่เดินหน้าทุบสถิติอย่างต่อเนื่องจากฟอร์มที่ร้อนแรงของพวกเขา

ชัยชนะเหนือ สเปอร์ส ของทัพ หงส์แดง ทำให้พวกเขาเป็นทีมที่เก็บแต้มได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ 5 ลีกใหญ่ยุโรปหลังผ่าน 21 เกมภายในฤดูกาลเดียว (61 คะแนน) คิดเป็น 104 แต้มจากเกมลีก 38 นัดหลังสุด (ชนะ 33 เสมอ 5 แพ้ 0) มากที่สุดแซงหน้าสถิติเก่า 102 คะแนนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (2018) และ เชลซี (2005)

อ่านต่อคลิ๊กเลย https://www.sanook.com/sport/1045647/