แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรือใบสีฟ้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรือใบสีฟ้า แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560

เรือใบสีฟ้า เศร้า ! โดนตั้งข้อหาหลังแข้งล้อมเปา



เรือใบสีฟ้า เศร้า ! โดนตั้งข้อหาหลังแข้งล้อมเปา




แมนฯ ซิตี้ โดน เอฟเอ ตั้งข้อหาจากการที่นักเตะได้ไปรุมล้อมกรรมการในเกมที่พวกเขาได้เจ๊ากับ ทีมลิเวอร์พูลด้วยผลบอลสด 1-1 แต่ "เรือใบสีฟ้า" ยังมีโอกาสที่จะอุทธรณ์ได้อยู่



 ตั้งข้อหาแสดงความประพฤติไม่เหมาะสมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นสโมสรมหาเศรษฐีแห่งวงการ ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จากการที่นักเตะของพวกเขานั้นไปรุมล้อมผู้ตัดสินคือ ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ในเกมลีกนัดที่ "เรือใบสีฟ้า" เปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม เสมอกับ ลิเวอร์พูล 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น



ในนาทีที่ 50 ของนัดดังกล่าวโดยทางผู้ตัดสิน โอลิเวอร์ ได้เป่าให้ทีมเยือนนี้ได้ลูกจุดโทษมาจากจังหวะที่ทาง กาแอล กลิชี่ นั้นได้ไปทำฟาวล์ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ซึ่งนั่นทำให้บรรดาแข้ง "เรือใบสีฟ้า" ไม่พอใจกันสุดๆ จนก่อเหตุตามที่ได้กล่าวเอาไว้ในบนเบื้องต้น โดยทีม แมนฯ ซิตี้ ก็ยังมีเวลาเลือกที่จะอุทธรณ์หรือไม่จนถึง 18.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคมนี้ ซึ่งตามเวลาท้องถิ่น


มันมีการกล่าวหาว่าในช่วงนาทีที่ 50 ของนัดดังกล่าว ทางสโมสรไม่สามารถที่จะรับประกันได้ว่านักเตะของพวกเขาจะต้องประพฤติตัวตามรูปแบบที่เหมาะสมโดย" แถลงการณ์ของ เอฟเอ ระบุ




วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เชซุสสุดจะแฮปปี้กดประตูแรกในสีเสื้อเรือใบสำเร็จ


เชซุสสุดจะแฮปปี้กดประตูแรกในสีเสื้อเรือใบสำเร็จ





กาเบรียล เชซุส หัวหอกป้ายแดงของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เผยแฮปปี้สุดๆ ที่กดประตูแรกให้กับต้นสังกัดได้สำเร็จ หลังช่วยทีมบุกยำ เวสต์แฮม ยูไนเต็ดด้วยผลบอลสด 4-0 พร้อมระบุตนเริ่มปรับตัวเข้ากับทีมได้แล้ว

         กาเบรียล เชซุส กองหน้าคนใหม่ของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เผยว่า ตนมีความสุขเป็นอย่างมากเลย หลังจากที่ได้ทำประตูแรกให้ต้นสังกัดได้สำเร็จในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "เรือใบสีฟ้า" บุกไปเอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ขาดลอย 4-0 เมื่อวันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานั้นเอง



       โดยในเกมนี้ หัวหอกทีมชาติบราซิลอายุวัย 19 ปี ซึ่งเพิ่งย้ายมาร่วมก๊วน แมนฯ ซิตี้ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้เล่นเต็มเกมเป็นครั้งแรก และเจ้าตัวก็ไม่ทำให้แฟนๆ ต้องผิดหวัง เมื่อเป็นคนแอสซิสต์ให้ เควิน เดอ บรอยน์ ได้ทำประตูขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 17 ก่อนที่จะมาทำประตูให้กับตัวเองได้ในนาทีที่ 39 ซึ่งเป็นประตูขึ้นนำ 3-0 ให้กับทีม



          "ผมแฮปปี้จริงๆ เพราะผมเฝ้ารอประตูแรกของตัวเองอยู่ แต่ผมก็ชอบที่จะแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูและช่วยทีมในด้านอื่นๆ ด้วย การที่ปรับตัวกับที่นี่กำลังไปได้สวยเลย เพื่อนร่วมทีมผมและสโมสรผมให้ความช่วยเหลือผมเป็นอย่างดี มันก็เลยทำให้ผมนั้นสามารถมีสมาธิกับการเล่นฟุตบอลเพียงอย่างเดียวได้" เชซุส เปิดใจหลังเกม



วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ทีมเรือใบบุกถล่มทีมนักบุญคาบ้าน3-0 ทะยานขึ้นรองจ่าฝูง

ทีมเรือใบบุกถล่มทีมนักบุญคาบ้าน3-0 ทะยานขึ้นรองจ่าฝูง




โดยที่ 1.ยาย่า, 2.แลมพาร์ด, และ 3.กลิชี่ ได้ซัดกันคนละประตู ช่วยให้ ทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเชือด ทีมนักบุญ เซาแธมป์ตันคาถิ่น 3-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2014-2015

ซึ่งศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2557 เป็น การโคจรมาพบกันของ 2 ทีมหัวตาราง ระหว่าง ทีมนักบุญ เซาแธมป์ตัน รองจ่าฝูง เปิดรัง เซนต์แมรี่ส์ ต้อนรับการมาเยือนของ ทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับที่ 3 ของตาราง 

โดยสำหรับในเกมนี้ฝั่งเจ้าบ้าน โรนัลด์ คูมัน จัดทัพใหญ่ลงสนาม นำมาโดย

  • มอร์แกน ชไนเดอร์แลง
  • ดูซาน ทาดิช
  • สตีเว่น เดวิส
  • ซาดีโย มาเน 
  • กราเซียโน่ เปลเล่ ที่เป็นหัวหอกตัวความหวัง 


ทางด้านทีมเยือนของ มานูเอล เปเยกรินี่ กุนซือใหญ่ ได้จัดทัพที่ดีที่สุดของทีมลงสนาม นำทัพมาโดย

  • ยาย่า ตูเร่
  • แฟร์นันดิญโญ่
  • ซาเมียร์ นาสรี่
  • สเตวาน โยเวติช 
  • เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน


ซึ่งเมื่อเริ่มเกมการแข่งขันโปรแกรมบอล นาทีที่ 5 ทีมเยือน แมนฯ ซิตี้ ได้ทักทายก่อนจากจังหวะ ยิงไกลของ กาแอล กลิชี่ แต่บอลเหินออกหลังไปไกล

ในนาทีที่ 15 ทีมแมนฯ ซิตี้ นั้นยังครองเกมส่วนใหญ่เอาไว้ได้ ยาย่า ตูเร่ ส่องไกล แต่บอลไปตรงตัว เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ รับเอาไว้ได้สบายๆ

ต่อมาในนาทีที่ 20 แฟน ทีมนักบุญ เกือบได้เฮ จากจังหวะโยนบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษของ ชไนเดอร์แลง ให้กับ กราเซียโน่ เปลเล่ แต่เจ้าตัวยิงไปติด โจ ฮาร์ท บอลกระดอนออกมา สตีเว่น เดวิส ซ้ำไปติดเซฟ โจ ฮาร์ท มาเข้าทาง ดูซาน ทาดิช แต่เจ้าตัวก็ยิงไม่ผ่าน โดน โจ ฮาร์ท บล็อกลูกออกหลังไปได้หวุดหวิด

นาทีที่ 30 ทีมแมนฯ ซิตี้ นั้นเกือบได้ประตู จากจังหวะที่ ซาเมียร์ นาสรี่ จ่ายให้ โยเวติช หลุดเข้าไปยิง ติดเซฟ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ บอลปลิ้นเกือบจะเข้าประตู แต่โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ตามมาเคลียร์ทิ้งได้ที่เส้นประตู หวุดหวิดจะเสียประตูให้กับ แมนฯซิตี้

และช่วงเวลาที่เหลือนั้น เจ้าบ้าน ทีมเซาแธมป์ตัน ดูจะตั้งเกมของพวกเขาได้ และเริ่มโจมตีแนวรับของ ทีมแมน ฯ ซิตี้ บ่อยมากขึ้น แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่สามารถพาบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้

ทางด้านของทีมเยือน ดูเหมือนจะเครื่องช็อตไปบ้างในช่วงท้ายๆ ครึ่งแรก แต่โดยรวมยังถือว่าเล่นกันได้ดี มีจังหวะเข้าทำดีๆหลายครั้ง และใกล้เคียงมากที่สุดของเกมนี้คงจะเป็น จังหวะยิงของ สเตวาน โยเวติช แต่บอลไปถูก อัลเดอร์ไวเรลด์ เคลียร์ทิ้งจากเส้นประตูได้ทัน จบเกมการแข่งขันในครึ่งแรก ทีมเซาแธมป์ตัน เปิดบ้านเสมอ ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0

เริ่มเกมส์ในครึ่งหลัง โรนัลด์ คูมัน ได้เปลี่ยนสำรองคนแรกทันที โดยส่ง มายะ โยชิดะ ลงแทนที่ มอร์แกน ชไนเดอร์แลง

ในนาทีที่ 47 ดูซาน ทาดิช พาบอลมาทางริมเส้นด้านขวาก่อนตัดเข้าในแล้วซัดด้วยเท้าซ้ายทันที บอลพุ่งออกหลังไปแบบได้ลุ้น

โดยในนาทีที่ 50 กองเชียร์ฝั่ง ทีมเรือใบสีฟ้า ก็ได้เฮกันลั่น เซนต์แมรี่ส์ จากจังหวะที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ พาบอลเลาะไปทางด้านซ้ายของกรอบเขตโทษ ก่อนจ่ายคืนหลังออกมาให้ ยาย่า ตูเร่ ที่รออยู่เเล้วตะบันเลียดเข้าไปบอลนั้นแฉลบขาอัลเดอร์ไวเรลด์ นิดนึงก่อนจะเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงาม ส่งให้ ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาขึ้นนำ ทีมเซาแธมป์ตัน 1-0

ซึ่งในนาทีที่ 54 ทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ ได้เปลี่ยนสำรองคนแรกส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลงแทนที่ สเตวาน โยเวติช

ช่วงนาทีที่ 63 กุน อเกวโร่ พาบอลเลี้ยงจี้เข้ามาที่หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะจ่ายให้ เจมส์ มิลเนอร์ ยิงแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

ช่วงนาทีที่ 64 ทีมแมน ฯ ซิตี้ เปลี่ยนสำรองอีกคน ส่ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ลงแทนที่ ซาเมียร์ นาสรี่

โดยในนาทีที่ 66 ทีมเซาแธมป์ตัน ได้เปลี่ยนตัวเอา เชน ลอง ลงไปแทนที่ ซาดีโย มาเน

ซึ่งในนาทีที่ 72 เฆซุส นาบาส ฉกบอลจากแนวรับ เซาแธมป์ตัน ก่อนยิงทันที บอลหลุดผ่านเสาออกไปนิดเดียว

ในนาทีที่ 74 ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องมาเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน จากจังหวะที่ เชน ลอง ไปฉกบอลจาก ยาย่า ตูเร่ ได้ แล้วพาบอลหลุดเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ ไปโดน เอเลียกิม ม็องกาลา สกัดล้มลงไป ไมค์ โจนส์ ผู้ตัดสินในเกมนี้เป่าให้ ทีมเซาแธมป์ตัน ได้ฟาวล์ และแจกใบเหลืองที่ 2 ให้ ม็องกาลา เป็นใบแดง ไล่ออกจากสนามไป

ในนาทีที่ 75 มานูเอล เปเยกรินี่ ได้เปลี่ยนเอา มาร์ติน เดมิเคลิส ลงไปแทนที่ เฆซุส นาบาส

นาทีที่ 80 กองเชียร์ "เรือใบสีฟ้า" มาได้เฮกันลั่นสนามอีกครั้งจากจังหวะ สวนกลับ เจมส์ มิลเนอร์ พาบอลตะลุยขึ้นมาทางด้านซ้าย ก่อนจ่ายเข้ามาที่หน้ากรอบเขตโทษให้กับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เจ้าตัวยิงเต็มข้อบอลเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงาม ชนิดที่ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ได้แต่ยืนมอง ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมานำห่าง เซาแธมป์ตัน 2-0

ในนาทีที่ 81 ทีมเซาแธมป์ตัน เปลี่ยนสำรองคนสุดท้าย ส่ง อิมแมนิวเอล มายูกา ลงไปแทนที่ สตีเว่น เดวิส

ซึ่งในนาทีที่ 83 กุน อเกวโร่ ได้โอกาสทองจากจังหวะหลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ แต่ศูนย์หน้าอาเจนไตน์ ดันยิงไปติดเซฟ ฟอร์สเตอร์ ซะอย่างนั้น

หลังจากนั้นนาทีที่ 85 เชน ลอง วิ่งทำทางมาเอาบอลก่อนจ่ายไซด์ก้อยเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ กราเซียโน่ เปลเล่ เข้าทำ แต่ศูนย์หน้าอิตาเลี่ยนเข้าไม่ทัน พลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 87 แมนฯ ซิตี้ ขยับสกอร์ห่างไปเป็น 3-0 จากจังหวะสวนกลับเร็ว กุน อเกวโร่ จ่ายถวายพานมาให้กับ กาแอล กลิชี่ ที่เติมขึ้นมาในกรอบเขตโทษซัดเน้นๆส่ง บอลเข้าไปตุงตาข่ายให้ แมนฯ ซิตี้ หนีห่าง เซาแธมป์ตัน 3-0

ในช่วงเวลาที่เหลือ ทีมแมนฯ ซิตี้ ปิดเกมของพวกเขาได้ทั้งหมด แม้ว่า เจ้าบ้านจะพยายามทำประตูหวังตีไข่แตกไล่มา แต่ก้ไม่สามารถเจาะแนวรับของ ซิตี้ ได้ จบเกมการแข่งขัน เซาแธมป์ตัน เปิดบ้านพ่ายให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ผลบอล 0-3


มาดูรายชื่อ 11 ตัวจริง ทีมเซาแธมป์ตัน :

  1. เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์
  2. นาธาเนียล ไคลน์
  3. โจเซ่ ฟอนเต้
  4. โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์
  5. ไรอัน เบอร์ทรานด์
  6. วิคเตอร์ วานยามา
  7. มอร์แกน ชไนเดอร์แลง ( มายะ โยชิดะ เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 46 )
  8. ดูซาน ทาดิช
  9. สตีเว่น เดวิส ( อิมแมนิวเอล มายูกา เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 81 )
  10. ซาดีโย มาเน ( เชน ลอง เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 66 )
  11. กราเซียโน่ เปลเล่


รายชื่อตัวสำรอง :

  1. เคลวิน เดวิส
  2. โฟลริน การ์โดช
  3. แฮร์ริสัน รี้ด
  4. แมตต์ ทาร์เกตต์


มาดูรายชื่อ 11 ตัวจริง ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ :

  1. โจ ฮาร์ท
  2. ปาโบล ซาบาเลต้า
  3. แวงซองต์ กอมปานี
  4. เอเลียกิม ม็องกาลา
  5. กาแอล กลิชี่
  6. เฆซุส นาบาส ( มาร์ติน เดมิเคลิส เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 75 )
  7. ยาย่า ตูเร่
  8. แฟร์นันดิญโญ่
  9. ซาเมียร์ นาสรี่ ( แฟร้งค์ แลมพาร์ด เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 64 )
  10. สเตวาน โยเวติช ( เจมส์ มิลเนอร์ เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 54 )
  11. เซร์คิโอ อเกวโร่


รายชื่อตัวสำรอง :

  1. บาการี่ ซาญ่า
  2. เฟร์นานโด
  3. วินลี่ กาบาเยโร
  4. โฆเซ่ อังเคล โปโซ่


กรรมการผู้ตัดสิน : ไมค์ โจนส์