แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โปรแแกรมพรีเมียร์ลีก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โปรแแกรมพรีเมียร์ลีก แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์ผลบอล: ทีมปืนปะทะผี แมตช์เคยยิ่งใหญ่สำหรับทั้งคู่

ทีมปืนปะทะผี แมตช์เคยยิ่งใหญ่สำหรับทั้งคู่




ทีมอาร์เซน่อล ปะทะ ทีมแมนฯยู  กับแมตช์ที่เคยยิ่งใหญ่


ซึ่งหากวิเคราะห์ผลบอลทุกครั้งหลังจาก ศึกฟีฟ่า เดย์ ก็จะมีอารมณ์นี้ตลอดว่า คิดถึง ฟุตบอลลีกยุโรปโดยเฉพาะ ศึกพรีเมียร์ลีก ที่สุดสัปดาห์นี้มีโปรแกรม บิ๊กแมตช์ รออยู่

และนี่เป็นเกมที่ ถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ระหว่าง ทีมอาร์เซน่อล vs ทีมแมนฯยูไนเต็ด คู่ เวลาน้ำชา บ่ายแก่ๆ ที่อังกฤษ หรือเที่ยงคืนครึ่งบ้านเรา

โดยที่เบื้องต้น ผมเชื่อว่า คอบอลจะนึกถึง ปริมาณ นักเตะบาดเจ็บของ หลุยส์ ฟาน ฮัล ที่ไปๆ มาๆ ผมเริ่ม ไม่เชื่อ แล้วล่ะครับว่า จะเยอะจริงอย่างที่ประโคมข่าวกันปาวๆ หรือไม่




ซึ่งหลังจากจบเกมนัดที่ 4 ของ ศึก ยูโร 2016 รอบคัดเลือกช่วงสุดสัปดาห์ ตัวเลขนักเตะ ทีมปิศาจแดงบาดเจ็บมีจำนวน 10 คน และเพิ่มเป็น 12 คนหลัง อังเคล ดิ มาเรีย และ ลุค ชอว์ เจ็บในเกมกระชับมิตรวันอังคาร

โดยที่ สื่อ เดอะ เทเลกราฟ ได้ระบุยอดรวมว่า ฤดูกาลนี้ นักเตะปิศาจแดง บาดเจ็บไปแล้วทั้งสิ้น 18 คน ขณะที่ฟาน ฮัล ใช้ผู้เล่นไปแล้วถึง 36 คน นับจากเปิดซีซั่นเป็นต้นมา

โดยที่ 3 เดือนที่ผ่านมา กุนซือดัตช์นั้นโดน รับน้อง เต็มๆ และต้องแสดงความสามารถในการบริหารจัดการผู้เล่น

สำหรับสถานการณ์แบบนี้จะ ทดสอบ ประสิทธิภาพในเชิงลึกของผู้เล่นปิศาจแดงว่ามี Strength in depth กล้าแกร่งเพียงใด




และตรงกันข้ามด้าน คู่แข่ง เช่น ทีมอาร์เซน่อล เสาร์นี้ น่าจะ ลูบปาก หรือแอบคิดว่า นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเจอกับ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ซึ่งนอกจากประเด็นนี้แล้ว มีประวัติศาสตร์ ของการปะทะกันของทั้งคู่ในยุค พรีเมียร์ลีก คือ สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นี่คือ 2 ทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดนับจากเปลี่ยนจาก ดิวิชั่น 1 มาเป็น ศึกพรีเมียร์ลีก ในปี 1992

โดยที่ผ่านมา อย่างน้อยๆ ทีมใดทีมหนึ่งจะต้อง ลุ้นแชมป์ ณ เวลาที่เจอกัน หรือก็ทั้ง 2 ทีมนั่นแหละที่กำลังถูกมองว่า คั่วแชมป์

แต่ว่า ในปี คศ.นี้ ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว และไม่มีใครทราบว่า จะมีวันกลับมาเหมือนเดิมอีกหรือไม่ เพราะวันนี้ ทีมอาร์เซน่อล อยู่อันดับที่ 6 และทีมแมนฯยูฯ อยู่ในอันดับที่ 7



ซึ่งถ้าหากจะพูดให้ชีช้ำกะหล่ำปลีเล่นก็คือ แมตช์นี้จะเป็นเกมชิง ท็อปโฟร์ ลุ้นไปเตะฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้าเท่านั้น

โดยที่ในซีซั่นนี้ ทีมอาร์เซนอลนั้น เกือบพลาด ไปเตะฟุตบอลถ้วยหูยักษ์ ขณะที่ ทีมแมนฯยูฯ นั้นพลาด และเพิ่งมีรายงานว่า สูญเสีย รายรับมากมาย หรือ 30-40 ล้านปอนด์ จากการที่ไม่ได้ไปเตะ UCL

และการเจอกันวันเสาร์นี้ ยังเป็นครั้งแรกนับจากปี 1998 ที่ทั้งคู่เจอกันขณะที่อันดับอยู่นอกโซน ท็อปโฟร์

โดยที่ครั้งนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่เก้าอี้ อาร์แซน เวนเกอร์ ต้องสั่นคลอน ที่สุด หากไม่นับว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน รีไทร์ไปแล้วเป็นปีที่ 2 ทั้งที่ในอดีต โปรแกรมบอลในครั้งนี้ คือ เกมประชันความสามารถกันระหว่าง เวนเกอร์ vs เฟอร์กี้

ซึ่งยิ่งเขียน ก็ยิ่งใจหาย และยิ่งจะกลายเป็นเหมือนศึก แดงเดือด ทีมแมนฯ ยูฯ vs ทีมลิเวอร์พูล ที่ ทีมหงส์แดง ค่อยๆ ตกต่ำหลังพ้นยุค 1980 และต้องใช้ชื่อเสียงเก่าๆ มาช่วยเข้าไปทุกขณะ




และในฮอตสกอร์ ของเรา หรือสื่อทั่วโลก ผมคาดว่า จะมีการพูดถึงแมตช์แห่งความทรงจำของทั้ง 2 ทีมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

โดยส่วนตัวก็มีกับเค้า 2-3 แมตช์ เช่น 21 กันยายน ปี 2003 ที่เสมอผลบอล 0-0 ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด โดย รุด ฟาน นิสเตลรอย พลาดจุดโทษช่วงทดเวลาเจ็บ

และในงานนั้น หากรุด ไม่ยิงไปชนเสา ทีมอาร์เซนอลคงหยุดสถิติไม่แพ้ใครแค่นัดที่ 8 ของฤดูกาลหาใช่ วิ่งยาว invincible ไปจนจบซีซั่น แมตช์ถัดมา ก็คือ 24 ตุลาคม ในปี 2004 โดยที่ทีมแมนฯ ยูฯ นั้นได้เปิดบ้านชนะ 2-0 และหยุดสถิติไม่แพ้ใครของ ทีมอาร์เซน่อลในลีกไว้ที่ 49 แมตช์



หรืออีกแมทที่สุดๆ ซึ่งก็คือ เอฟเอ คัพ  ในเกมรอบตัดเชือกปี 1999 ซึ่ง เดนนิส เบิร์กแคมป์ พลาดจุดโทษให้กับ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล เซฟได้ตอนก่อนหมดเวลา


และจากนั้นช่วงต่อเวลาพิเศษ ชาวโลกก็ได้เห็น ไรอัน กิ๊กส์ ตัดบอลกลางสนามแล้วโซโล่ไปยิงประตูชัย

ซึ่งนี่ก็คือสกอร์ เบาะๆ แค่ 3 เกม ตัวอย่างนะครับ เพราะจริงๆ แล้วยังมีอีกมากมายเป็น คดีความ ระหว่าง 2 ทีมนี้ด้วย

และที่ผมไม่แน่ใจว่า ทีมผี vs ทีมปืน จะเหลือเป็นแค่ อดีต โปรแกรมแห่งความทรงจำเท่านั้น

แย่แล้ว ฟัลเกาเดี้ยงเพิ่มอีก 2 วีค




ข่าวนี้คงทำให้ สาวกทีมเร้ด อาร์มี่ นั้นต้องคอตก เมื่อได้รับการยืนยันจาก หลุยส์ ฟาน กัล นายใหญ่ ทีมผีแดง กล่าวว่า ราดาเมล ฟัลเกา ได้รับบาดเจ็บซ้ำ เลื่อนเวลาคัมแบ็กออกไปอีก 2 สัปดาห์

ซึ่งกองเชียร์ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก ต้องเจอเรื่องเซ็ง เมื่อ ราดาเมล ฟัลเกา ศูนย์หน้าทีมชาติโคลอมเบีย หมดสิทธิ์ลงช่วยทีมนัดยกพลบุกเยือนรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ของ ทีมอาร์เซน่อล ในคืนวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน นี้เป็นที่แน่นอนแล้ว หลัง หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือออกมายืนยันด้วยตัวเองว่า แข้งรายนี้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม และจะต้องเลื่อนเวลาคัมแบ็กสู่ทีมชุดใหญ่ออกไปอีก 2 สัปดาห์

โดยที่ฟาน กัล ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ MUTV สื่อโทรทัศน์ของทัพ ทีมปีศาจแดง พูดถึงกองหน้าคนดังที่ยืมตัวมาจาก ทีมโมนาโก เป็นเวลา 1 ฤดูกาลว่า ตัวเขามีอาการบาดเจ็บขึ้นอีกครั้ง และต้องใช้เวลาพักฟื้น เขาจะต้องใช้เวลาราวๆ 2 สัปดาห์ในการรักษาตัว จากนั้นค่อยมาลงทำการฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ แล้วค่อยมาลุ้นเรื่องโอกาสลงสนาม

และทางด้านดาวยิงชาวโคลอมเบีย ที่เจ็บเรื้อรังมาตลอด นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จนเพิ่งจะมีโอกาสลงสนามไปแค่ 4 เกมเท่านั้น กล่าวว่า มันเป็นเรื่องน่าผิดหวังที่ผมไม่สามารถลงเล่นได้ แต่ผมจำเป็นต้องใจเย็นและเฝ้ารักษาตัวไปเรื่อยๆ เพราะสิ่งสำคัญสำหรับผม คือจะต้องกลับมาช่วยทีมให้ได้ ยามที่ผมพร้อมจะกลับมาลงสนามอีกครั้ง

ทีมอาร์เซน่อลเฮ หลังชิรูด์ควงอาร์เตต้าฟิตทันฟัด ทีมผีแดง




ซึ่งหลังจากที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ได้ออกมาเผยข่าวดีของ ทีมปืนใหญ่ เพราะทั้ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และมิเกล อาร์เตต้า นั้นพร้อมกลับมา เป็นตัวเลือกในเกมลีกนัดเปิดบ้านรับ ข่าวแมนยู ในสุดสัปดาห์นี้ พร้อมแย้มทั้ง โลร็องต์ กอสเซียลนี่ และ มาติเยอ เดอบูชี่ ก็เริ่มซ้อมเบาๆ ได้บ้างแล้ว

โดยที่อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือเลือดน้ำหอมของ ทีมอาร์เซน่อล หนึ่งในทีมบิ๊กโฟร์ของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยความพร้อมของทีมก่อนลงเล่นเกมบิ๊กแมตช์ที่ทัพ ทีมปืนใหญ่ มีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือน ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอริร่วมลีกในสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ โดยยืนยันว่า 2 นักเตะที่บาดเจ็บไปในช่วงก่อนนี้อย่าง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และ มิเกล อาร์เตต้า จะพร้อมลงเล่นในเกมดังกล่าวแน่นอน

สำหรับในตัวของเทรนเนอร์เฟร้นช์แมนของทัพ ทีมเดอะ กันเนอร์ส ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ชิรูด์ นั้นกลับมาลงเล่นได้ก่อนเวลาที่มีการคาดการณ์กว่า 1 เดือน ตามปกติเราคิดว่าเขาน่าจะกลับมาลงเล่นในช่วงต้นปีหน้า ทั้ง ชิรูด์ และ มิเกล อาร์เตต้า นั้นจะพร้อมลงเล่น ในเกมที่เจอกับ ทีมแมนฯ ยูฯ ทั้งคู่ ถ้าถามว่าพวกเขาพร้อมไหม พวกเขาพร้อมลงเล่นแล้ว

และเวนเกอร์ ยังกล่าวถึงอาการของอีก 2 แข้งอย่าง มาติเยอ เดอบูชี่ และ โลร็องต์ กอสเซียลนี่ ที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าจ่อหายกลับมาลงเล่นได้ในเร็ววันนี้ว่า โลร็องต์ กอสเซียลนี่ และ มาติเยอ เดอบูชี ดีขึ้น พวกเขาเริ่มกลับมาซ้อมได้อีกครั้ง เรากำลังเฝ้าดูอาการของพวกเขาอยู่ แต่คาดว่ายังต้องแยกซ้อมเบาๆ จากเพื่อนร่วมทีมอีกราว 3 สัปดาห์ จากนั้นคือการเรียกความฟิตกลับมา

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทีมอาร์เซน่อล ต้องประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บกว่าครึ่งทีม หลังแข้งหลักทยอยขึ้นเตียงพยาบาลกันอย่างต่อเนื่อง โดย ชิรูด์ และ อาร์ต เป็น 2 รายแรกที่หายจากอาการบาดเจ็บกลับมาลงเล่นได้ โดยรายชื่อนักเตะเดี้ยงที่เหลืออยู่เช่น

  1. เมซุต โอซิล
  2. อาบู ดิอาบี้
  3. เดอบูชี่ 
  4. กอสเซียลนี่ 
วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เก็บตกข่าวฟุตบอลหลังทีมหงส์แดงบุกไปเฉือนชนะทีมนักบุญและทีมเรือใบบุกเชือดสาลิกาคาบ้าน 2-0


ประเดิมได้ดีหลังหงส์เปิดรังเฉือนนักบุญ 2-1




  • ฟุตบอล : พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
  • วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557
  • ลิเวอร์พูล 2 - 1 เซาธ์แฮมป์ตัน
  • สนาม : แอนฟิลด์
  • ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคล็ตเทนเบิร์ก
ในศึกฟุตบอลโปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557 โดยคู่เอกเป็นเกมที่สนามแอนฟิลด์ ระหว่างทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีม นักบุญ เซาธ์แฮมป์ตัน

เริ่มเกมมาในครึ่งแรก

หลังจากผ่านไป 5 นาที ลิเวอร์พูล ครอบครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ยังหาโอกาสจบสกอร์ไม่ได้

นาทีที่ 7  เจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล มีโอกาสลุ้นก่อน จากจังหวะลองสับไกครั้งแรกของ สเตอร์ริดจ์ แต่ลูกเหินข้ามคานออกไปเยอะ

นาทีที่ 13 โดยมายะ โยชิดะ ผู้เล่นเซาธ์แฮมป์ตันไปเกี่ยวขา แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ล้มบริเวณเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินเฉยทำให้ทีม นักบุญ รอดเสียฟรีคิกระยะหวังผล



นาทีที่ 23 เมื่อแฟนเจ้าบ้านก็ได้เฮ เมื่อมาได้ประตูออกนำ เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แย่งบอลได้กลางสนาม แล้วโยนให้ ราฮีม สเตอร์ลิง สปีดไปรับบอลก่อนแปเล่นทางผ่านมือ ฟอสเตอร์ เข้าไป ทำให้ลิเวอร์พูล ออกนำ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0

นาทีที่ 34 ทีมลิเวอร์พูล มาเสียฟรีคิกด้านซ้าย เจมส์ วอร์ด-เพราส์ แข้งนักบุญเปิดเข้าไปหน้าประตู แต่บอลจะเสียบสามเหลี่ยมเสาไกล ทำให้ ซิมง มินโญเลต์ ต้องออกแรงกระโดดปัดทิ้งออกไปได้อย่างหวุดหวิด

เข้าสู่ช่วงทดเวลา เซาธ์แฮมป์ตัน มีโอกาสลุ้นอีกจาก มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน ได้ซัดนอกกรอบบอลพุ่งตรงประตู แต่ ซิมง มินโญเลต์ ยังเหนี่ยวกระโดดปัดบอลข้ามคานออกไปได้อีกครั้ง

โดยเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้หมดครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ยังนำ เซาธ์แฮมป์ตัน อยู่ 1-0

เริ่มเกมมาในครึ่งหลัง

นาทีที่ 53 ทีมลิเวอร์พูล มีจังหวะลุ้น เมื่อ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ จ่ายบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ลองส่องยิงไกลบอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว



นาทีที่ 55 แฟนทีมนักบุญ ก็ได้เฮบ้าง เมื่อ เนธาเนียล ไคล์น ได้บอลด้านกราบขวา ก่อนจ่ายสั้นให้ ดูซาน ทาดิช ตอกลูกส้นคืนให้ ไคล์น วิ่งไปรับในเขตโทษยิงยัดเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาด ทำให้ เซาธ์แฮมป์ตัน ตีเสมอเป็น 1-1

นาทีที่ 63 ทีมเยือนเกือบจะได้ประตูที่2 จากจังหวะที่ ดูซาน ทาดิช ไหลบอลเข้าเขตโทษให้ สตีเว่น เดวิส ได้แปคนเดียวโล่งๆ แต่ยิงได้ไม่แรงพอ ทำให้ มิโญเล่ต์ ล้มตัวเซฟไว้ได้พลาดโอกาสทองอย่างน่าเสียดาย




นาทีที่ 79 ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูออกนำอีกครั้ง เป็น 2-1 จากจังหวะเคลียร์บอลไม่ขาดของ เซาธ์แฮมป์ตัน ก่อนที่ ราฮีม สเตอร์ลิง จะโหม่งตั้งมาหน้าประตูให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ สะกิดบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไปง่ายๆ

นาทีที่ 88 ทีมเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน พลาดโอกาสทองอีกครั้ง เมื่อ มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน ได้ซัดเต็มๆในเขตโทษ แต่ ซิมง มินโญเลต์ ยังปัดได้ปลายมือบอลชนคานกระดอนออกมาเข้าทาง เชน ลอง ยืนโขกคนเดียวเหน่งๆหลุดกรอบออกไปอย่างไม่น่าให้อภัย

เข้าสู่ช่วงทดเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรเพิ่มเติมกันไม่ได้ ทำให้จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านนัดแรกของฤดูกาลเฉือนชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน ไปแบบสุดมันส์ 2-1

นี่คือรายชื่อ11คนแรกของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : 
  1. ซิมง มินโญเลต์
  2. ฆาเบียร์ มานกีโย่
  3. มาร์ติน สเคอร์เทล
  4. เดยัน ลอฟเรน
  5. เกล็น จอห์นสัน
  6. สตีเว่น เจอร์ราร์ด
  7. ลูคัส เลว่า
  8. จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
  9. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่
  10. ราฮีม สเตอร์ลิง
  11. แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

เซาธ์แฮมป์ตัน (4-4-2) : 
  1. เฟรเซอร์ ฟอสเตอร์
  2. เนธาเนียล ไคล์น
  3. โชเซ่ ฟอนเต้
  4. มายะ โยชิดะ
  5. ไรอัน เบอร์ทรานด์
  6. วิคเตอร์ วานยาม่า
  7. มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน
  8. ดูซาน ทาดิช
  9. เจมส์ วอร์ด-เพราส์
  10. สตีเว่น เดวิส
  11. กราเซียโน่ เปลเล่


เมื่อ ริดจ์ช่วยหงส์เฉือนชนะนักบุญ




โปรแกรมบอลสำหรับ ริดจ์ คงจะเป็นปลื้มไม่น้อย หลังสอยประตูชัยให้ทีม หงส์แดง เฉือนชนะทีม นักบุญ เชื่อทีมพัฒนาขึ้นกว่าฤดูกาลที่ผ่านมา แม้ไร้เงา เหยิน ที่ย้ายออกไป ชมว่า ลิ่ง ผลงานดี หลังช่วยยิงอีกเม็ด

โดยที่แดเนี่ยล สเตอริดจ์ กองหน้าผู้ยิงประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเฉือนชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-1 ในเกมลีกเมื่อคืนวันอาทิตย์ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ภูมิใจกับผลงานของตัวเอง พร้อมแสดงความมั่นใจว่าทัพ หงส์แดง แข็งแกร่งขึ้นกว่าฤดูกาลที่ผ่านมา แม้จะไม่มีอดีตกองหน้าอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ที่เลือกย้ายไปซบอกทีม บาร์เซโลน่าทีมใหญ่ในลีก ลา ลีกา สเปน ในช่วงก่อนนี้ก็ตามที

ซึ่ง ริดจ์ ได้กล่าวหลังจบเกมเฉือนหวิวทีม นักบุญ ว่า ผมดีใจที่ยิงประตูนี้ได้ในวันนี้ ทั้งที่เราไม่มี (หลุยส์) ซัวเรซ ที่เขายิงให้เราถึง 30 ประตูเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผม และเพื่อนร่วมทีมคนอื่น มันคือการก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง เช่นเดียวกับที่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แสดงให้เห็นในวันนี้ เขาเยือกเย็นและยิงประตูได้

โดยที่ดาวยิงเลือดผู้ดีกล่าวต่ออีกว่า ผมคิดว่า ลิเวอร์พูล พัฒนาขึ้นกว่าฤดูกาลก่อน การเสริมนักเตะเข้ามามากมายของผู้จัดการ ไม่ใช่ว่าเราไม่เคารพ หลุยส์ แต่เราต้องก้าวต่อไปในเวลานี้ เราแสดงให้เห็นว่าเราชนะในเกมนี้ได้ เรายิงประตูได้ และเราเล่นเกมรับได้ดี เราจะมีผลงานที่ดีในฤดูกาลนี้

ซึ่ง ผลการแข่งขันในเกมดังกล่าวทำให้ทีม หงส์แดง ขึ้นรั้งตำแหน่งจ่าฝูงร่วมกับ อาร์เซน่อล และ สวอนซี ซิตี้ ที่ชนะด้วยผลการแข่งขัน 2-1 เช่นกันในสัปดาห์แรกของฤดูกาล 2014-15 ขณะที่ นักบุญ เปิดฤดูกาลด้วยการรั้งอันดับ 16 ของฤดูกาล




หมูรูนรับเซ็ง หลังพ่ายประเดิมสวมปลอกแขนกัปตันผี


เมื่อ รูน ออกมายอมรับว่า ภูมิใจได้ลงทำหน้าที่กัปตันทีมอย่างเป็นทางการ แต่สุดเซ็งทีม ปีศาจแดง ประเดิมแย่ พ่าย หงส์ขาว คารัง 1-2

ซึ่งเวย์น รูนี่ย์ ที่เป็นหัวหอกตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียรืลีก อังกฤษ ออกมาเปิดเผยว่า เขารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ลงทำหน้าที่กัปตันทีมของทัพ "ปีศาจแดง" ในเกมนัดเปิดสนามศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ต้นสังกัดของเขาพลิกล็อกพ่ายให้กับทีม สวอนซี ซิตี้ คู่แข่งร่วมลีกไป 1-2 แต่ก็ยอมรับว่ามันเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง และตนก็คงจะไม่ย้อนกลับมามองเกมในนัดนี้อีก

หลังจากที่กองหน้าวัย 28 ปี เพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งจาก หลุยส์ ฟาน กัล นายใหญ่แห่งถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แทนที่ของ เนมันย่า วิดิช กัปตันทีมคนเก่า และปาทริช เอวร่า รองกัปตันทีม ที่ย้ายออกจากทีมไปแล้วทั้งคู่หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา

แต่ว่าอย่างไรก็ตาม การที่ได้ลงเล่นนัดแรกตั้งแต่ และได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการของ รูนี่ย์ ประเดิมได้ไม่สวยนัก แม้ว่าเจ้าตัวจะสามารถทำประตูได้ก็ตาม แต่ทีม ปีศาจแดง ก็ยังแพ้ต่อทัพ หงส์ขาว ไปคาบ้าน 2-1 ซึ่งหัวหอกดีกรีทีมชาติอังกฤษ ก็ได้ยอมรับว่าเขาไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่นักกับการประเดิมบทบาทใหม่ของเขาในเกมนี้

โดยเขากล่าวว่า มันเป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจ ที่ได้เป็นกัปตันทีม แต่มันเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง มันจะไม่ใช่สิ่งที่ผมมองย้อนกลับไป และมีความทรงจำที่ดีกับมัน เพราะคุณต้องอยากจะเป็นผู้ชนะเสมอ มันเป็นช่วงเวลาที่ดี แต่ผมผิดหวังจริงๆ ที่เราแพ้ในเกมนี้ รูนี่ย์ กล่าว




เรือใบบุกเชือดสาลิกา2-0 ขยับขึ้นรั้งจ่าฝูงชั่วคราว



  • ฟุตบอล ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
  • วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557
  • นิวคาสเซิ่ล 0 - 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 
  • สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค
  • ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอ็ตกินสัน

โดยในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2014-2015 ที่สนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค เจ้าบ้านทีม สาลิกาดง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีม เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

เมื่อเริ่มเกมมาได้ 3 นาที ทีมแชมป์เก่าเกือบได้โอกาสออกนำไปก่อน เมื่อ สเตฟาน โยเวติช ส่งบอลไปให้ เอดิน เชโก้ ได้โอกาสซัดจ่อๆ ในเขตโทษ แต่ ทิม ครูล ยังไวจัดการป้องกันลูกยิงไว้ได้อย่างหวุดหวิด

ในนาทีที่ 16 นิวคาสเซิ่ล มีโอกาสบ้าง เรมี่ กาแบลล่า รับบอลมาจาก มุสซ่า ซิสโซโก้ ก่อนตัดสินใจซัดโด่งจากนอกกรอบ โดยที่ โจ ฮาร์ท ออกมาจากหน้าปากประตูไปแล้ว แต่โชคไม่ดีบอลลอยโด่งข้ามคานออกไปแบบได้ลุ้นเล็กๆ



ซึ่งนาทีที่ 38 แฟนๆทีม เรือใบสีฟ้า ก็มาได้เฮเสียที เมื่อ ยาย่า ตูเร่ เปิดไกลจากแดนตัวเอง บอลไปทาง เอดิน เชโก้ วิ่งเข้าไปรับในเขตโทษ ก่อนเจ้าตัวจะตัดสินใจตอกส้นกลับมาให้ ดาบิด ซิลบา ที่สอดเข้ามาตรงกลางจัดการแปลอดขา ทิม ครูล เข้าประตูไป แชมป์เก่าขึ้นก่อน 1-0

ในช่วงท้ายครึ่งแรกยังเป็นทางเจ้าถิ่นที่มีโอกาสบวกประตูเพิ่มแต่ทำไม่ได้ หมดเวลาเป็นทางฝั่งทีม เรือใบสีฟ้า นำก่อน 1-0

หลังจากกลับมาช่วงครึ่งหลังในนาทีที่ 54 มาร์ติน เดมิเคลิส โดนใบเหลืองไปสอยเข้าที่เท้าของ เรมี่ กาแบลล่า หลังจากนั้นอีกสองนาทีต่อมา อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ก็ต้องมาโดนเพิ่มไปอีกคน หลังเจ้าตัวพุ่งเข้ามาสไลด์ใส่ เอ็มมานูเอล ริวิแยร์ จนล้มที่ริมเส้น

มาถึงในนาทีที่ 63 ทีมนิวคาสเซิ่ล เปลี่ยนตัวคนแรก ถอด วูน่อน อานิต้า ออกไป แล้วให้ กาเบรี่ยล โอแบ็กตอง ลงสนามมาช่วยเกมรุกของทีมให้มีความหลากหลายมากขึ้น

นาทีที่ 65 ทีมเรือใบสีฟ้า เกือบได้บวกประตูเพิ่ม เมื่อ สเตฟาน โยเวติช รับบอลจากเพื่อนที่จ่ายมาให้ ก่อนจะครอสไปหา เชโก้ ได้โหนขึ้นไปโขกตรงกลางเขตโทษ แต่บอลก็เหินข้ามคานออกไปเสียก่อน

นาทีที่ 72 ฝั่งทีมเยือนเปลี่ยนตัวสำรองบ้าง ส่ง แฟร์นันดินโญ่ ลงสนามมาเป็นคนแรก โดยถอดเอา สเตฟาน โยเวติช ออกไป ถัดมาอีกสองนาที เจ้าถิ่นถอด โยอัน กุฟฟรองค์ ออกไปพัก แล้วเปลี่ยนเอา โรลันโด้ อารอน ดาวรุ่งของทีมลงสนามเป็นคนที่สอง

โดยในนาทีที่ 75 เมื่อแว็งซ็องต์ ก็องปานี โดนใบเหลืองไปเช่นกัน หลังเจตนาดับเครื่องชนใส่ แจ็ค โคลเบ็ค ที่พยายามจะลุยเข้าไปในเขตโทษ

นาทีที่ 78 ทีมเรือใบสีฟ้า ส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลงสนามมาเพิ่ม โดยเปลี่ยนเอา ซามีร์ นาสรี่ ออกไปจากสนาม

ในนาทีที่ 83 ซึ่งทีมเยือนได้เปลี่ยนตัวคนสุดท้ายถอด เชโก้ ออกไปพัก แล้วให้ เซร์จิโอ อเกวโร่ ดาวยิงตัวเก่งของทีมลงสนามมาแทน ขณะที่เจ้าถิ่นเปลี่ยนคนสุดท้ายเช่นกัน ส่ง อโยเซ่ เปเรซ ลงสนามมาแทน เอ็มมานูเอล ริวิแยร์

แต่แล้วเพียงแค่นาทีเดียวที่ อโยเซ่ เปเรซ ที่เพิ่งเปลี่ยนลงมาก็เกือบทำให้ทีมได้เฮ เมื่อเจ้าตัวได้โอกาสปั่นทางเสาไกลแฉลบไปโดนแนวรับของทีมเยือน บอลผ่านมือ โจ ฮาร์ท แต่โชคไม่ดีลูกลอยเฉี่ยวเสาออกไปแบบหวาดเสียว

จนมาถึงในนาทีที่ 88 แฟร์นันโด ได้โดนเหลืองไปเช่นกัน โทษฐานเจตนาเหนี่ยวใส่ มุสซ่า ซิสโซโก้ เพื่อไม่ให้เจ้าตัวได้เล่นแบบถนัด



เข้าสู่ช่วงท้ายเกมเจ้าถิ่นโหมบุกอย่างหนักเพื่อตีเสมอแต่ไม่ได้ ก่อนที่สุดท้ายทีมจะมาเสียประตูเมื่อ เซร์จิโอ อเกวโร่ ลากมาพร้อมกับ ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่ ที่ตามมาประกบ ก่อนตัดสินใจซัดดื้อๆ ด้วยซ้าย บอลถูก ทิม ครูล ปัดไว้ได้แต่ก็มาเข้าทางเจ้าตัวได้ซำอีกครั้งด้วยขวาเข้าไปได้สำเร็จให้ทีม เรือใบสีฟ้า นำห่าง 2-0

ทำให้หมดเวลา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ไปได้ 2-0 ส่งผลให้ทีมเก็บชัยชนะประเดิมฤดูกาลใหม่ได้อย่างสวยงาม

นี่คือรายชื่อผู้เล่น นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (4-2-3-1) :

  1. ทิม ครูล 
  2. ดารีล ยันมาต
  3. ไมเคิ่ล วิลเลียมสัน
  4. ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่
  5. พอล ดัมเม็ทท์ 
  6. แจ็ค โคลเบ็ค
  7. วูน่อน อานิต้า 1.กาเบรี่ยล โอแบ็กตอง น.63 
  8. มุสซ่า ซิสโซโก้
  9. เรมี่ กาแบลล่า
  10. โยอัน กุฟฟรองค์ 1.โรลันโด้ อารอน น.74 
  11. เอ็มมานูเอล ริวิแยร์ 1.อโยเซ่ เปเรซ น.83

ผู้เล่นสำรอง

  1. โรเบิร์ต เอเลียต 
  2. มัสซาดิโอ ไฮดาร่า 
  3. สตีเว่น เทย์เลอร์ 
  4. เมห์ดี้ อาบีด



นี่คือรายชื่อผู้เล่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-4-2) :

  1. โจ ฮาร์ท 
  2. กาแอล กลิชี่
  3. มาร์ติน เดมิเคลิส
  4. แว็งซ็องต์ ก็องปานี
  5. อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ 
  6. ซามีร์ นาสรี่ 1.เจมส์ มิลเนอร์ น.78
  7. ยาย่า ตูเร่
  8. แฟร์นันโด
  9. ดาบิด ซิลบา 
  10. สเตฟาน โยเวติช 1.แฟร์นันดินโญ่ น.72 
  11. เอดิน เชโก้ 1.เซร์จิโอ อเกวโร่ น.83

ผู้เล่นสำรอง

  1. วิลล่ กาเบเยโร่ 
  2. ปาโบล ซาบาเลต้า 
  3. เดดริก โบยาต้า 
  4. เฆซุส นาบาส
วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สรุปข่าววิเคราะห์บอลฟุตบอลในช่วงก่อนที่ศึกพรีเมียร์ลีกจะเริ่มขึ้น


คดีพลิกเมื่ออาร์เซน่อลกลัวผีแดง แย่งแชมป์ ขาย แฟร์มาเล่น ให้ บาร์ซ่า 10 ล้านป.


เมื่อเมโทร สื่อดังของอังกฤษ ได้ตีข่าวว่าทีม "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล สโมสรชั้นนำจากพรีเมียร์ลีก เตรียมปล่อยตัว โธมัส แฟร์มาเล่น กองหลังทีมชาติเบลเยี่ยม วัย 28 ปี ไปให้กับ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์หรือ 540 ล้านบาท

โดยที่รายงานข่าวระบุว่า อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ไม่ต้องการปล่อยตัว แฟร์มาเล่น ไปให้คู่แข่งแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นอกจากนี้ บาร์ซ่า เพิ่งจะแห้ว มาร์กินญอส กองหลังปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วย จึงเบนเข็มไปล่าตัว แฟร์มาเล่น แบบสุดกำลัง



เฮียมูยั๊วะ จวกว่าเป่าห่วยทำแพ้เบรเมน0-3



เมื่อมูรินโญ่ ฉุนขาดหลังจวกกรรมการแบบไม่ไว้หน้า ชี้เป็นคนทำ เชลซี พังพาบ บุกพ่าย เบรเมน 0-3 ในเกมอุ่นเครื่อง

หลังจากที่โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม เชลซี  ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงด่ากราดผู้ตัดสิน ฮาร์น ออสเมอร์ส ว่าทำหน้าที่ได้อย่างห่วยแตกสิ้นดี และเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" บุกไปพ่ายแพ้ต่อ แวร์เดอร์ เบรเมน ทีมดังจากบุนเดสลีกา เยอรมัน 0-3 ในเกมนัดกระชับมิตรเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา

ซึ่งในเกมนี้ลูกทีมของ มูรินโญ่ ต้องเสียประตูจากลูกจุดโทษถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกผู้ตัดสินมองว่า จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีม เชลซี ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ ส่วนอีกครั้งหนึ่งเป็นจังหวะที่ นาธาน เอเค่ ทำฟาวล์ นิลส์ ปีเตอร์เซ่น กองหน้าของ เบรเมน ซึ่งกุนซือชาวโปรตุเกสชี้ว่ากรรมการตัดสินเอาใจแฟนบอลเจ้าบ้าน

ผมไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยจากเกมนี้ เราเลือกอุ่นเครื่องกับทีม เบรเมน เพื่อจะได้พัฒนาทีม เราพยายามเล่นให้เร็วและเอาจริงเต็มที่ แต่ผู้ตัดสินทำหน้าที่ราวกับโชว์ละครสัตว์แก่แฟน เบรเมน เขาฆ่าเกมนี้ ผมชอบทีม แวร์เดอร์ เบรเมน พวกเขาทั้งเร็ว และตั้งรับได้ดี คู่แข่งของเราสมบูรณ์แบบมาก แต่วันนี้เราแทบไม่ได้เล่นฟุตบอลเลย



ลือกันว่ายูเว่ขอนานี่-ถั่วน้อยพ่วงข้อเสนอวิดาล



เมื่อสื่อเลี่ยนเผยว่าทีม "ม้าลาย" วัดใจกับ "ผี" อยากได้ วิดาล ให้เอาสองแข้งอย่าง นานี่ และ ถั่วน้อย มาแลก คาดว่าเป็นสาเหตุที่การเจรจายังไม่คืบ

เมื่อมหากาพย์การล่าตัว อาร์ตูโร่ วิดาล กองกลางชาวชิลีของ ยูเวนตุส ทีมแชมป์ลีกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ที่มีรายงานตลอดช่วงที่ผ่านมาว่าทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนึ่งในทีมบิ๊กโฟร์ของศึกโปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังให้ความสนใจที่จะคว้าตัวมาร่วมทีมยังไม่จบง่ายๆ เพราะแม้มีรายงานว่า "ผีแดง" พร้อมทุ่มค่าตัวมหาศาลล่าตัวมา แต่รายงานล่าสุดยืนยันว่า "ม้าลาย" อยากได้นักเตะอย่าง 1.หลุยส์ นานี่ และ 2.ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ พ่วงอยู่ในข้อเสนอดังกล่าวด้วย

หลังจากที่คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต ซึ่งเป็นสื่อชื่อดังแดนมะกะโรนีเผยถึงเรื่องนี้ว่า ทัพ "เบียงโคเนรี่" เรียกร้องเพิ่มเติมในข้อเสนอที่ แมนฯ ยูฯ ยื่นทาบทาม วิดาล มา โดยให้ทีมแดนผู้ดีที่เคยยื่นข้อเสนอมูลค่า 60 ล้านยูโรหรือ 2.7 พันล้านบาท ในช่วงก่อนนี้ ตั้งราคาค่าตัวใหม่แบบพ่วงทั้ง 1.นานี่ และ 2.ถั่วน้อย อยู่ในข้อเสนอดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ได้มีรายงานในช่วงที่ผ่านมาว่าทีม "ยูเว่" ปฏิเสธข้อเสนอทาบทาม วิดาล จาก "ปีศาจแดง" ไปเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตามมีรายงานเพิ่มเติมว่า เบ็ปเป้ มาร็อตต้า ผู้อำนวยการกีฬาของทีม "ม้าลาย" แย้มว่าหากนักเตะบอกว่าอยากย้ายออกจากถิ่น ยูเวนตุส อารีน่า ก็พร้อมปล่อยตัวออกจากทีมทันที



ปืนชวดเอมิเรตส์ หลังฟัลเกาโขกพาโมนาโกเชือด1-0



ทีมปืน ชวดศึก เอมิเรสต์ คัพ เป็นปีที่สามติดต่อกัน หลังจากที่โดน ฟัลเกา โขกให้ โมนาโก เฉือนหวิว 1-0 ในเกมนัดสุดท้าย ส่งผลให้กลายเป็น "ค้างคาวไฟ" ที่ทุบ เบนฟิก้า ก่อนหน้าคว้าแชมป์ได้สำเร็จ

ในศึกการแข่งขันฟุตบอล เอมิเรตส์ คัพ 2014 ในนัดที่สอง ที่สนามเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม เป็นเจอกันระหว่างเจ้าภาพ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล พบ โมนาโก ยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส

วิเคราะห์บอลซึ่งเกมในช่วง 10 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังหาโอกาสลุ้นประตูกันน้อย มีเพียงแค่จังหวะหวาดเสียวอยู่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น สกอร์ยังอยู่ที่ 0-0

เมื่อ แจ็ค วิลเชียร์ ได้มารับใบเหลืองไปก่อน ฐานพุ่งเข้าไปสไลด์ใส่ นาบิล ดิอาร์ จนตัวลอย พร้อมกับเป็นฟรีคิกของ โมนาโก

และจากลูกฟรีคิกจังหวะดังกล่าวในนาทีที่ 37 เจา มูตินโญ่ เปิดเข้าไปหน้าประตู และเป็น ราดาเมล ฟัลเกา ลอยตัวขึ้นไปโขกผ่านมือ วอยเชค เซสนี่ เข้าไปได้สำเร็จ โมนาโก ขึ้นไปก่อน 1-0

ช่วงท้ายเกมส์ครึ่งแรกทางฝั่งทีมดังจากฝรั่งเศส มีโอกาสลุ้นประตูที่สองหลายหนแต่ก็พลาดไปซะก่อน หมดเวลา โมนาโก นำก่อน 1-0

แต่กลับมาช่วงครึ่งหลังทีม "ปืนใหญ่" เปลี่ยนสองคนรวดส่ง อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และ อิ๊กนาซี่ มิเกล ลงสนามแทน โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กับ คาลั่ม แชมเบอร์ส

ในนาทีที่ 50 อาร์เซน่อล น่าจะได้ประตูตีเสมอสุดๆ เมื่อ อเล็กซิส ซานเชส จ่ายทะลุให้ แจ็ค วิลเชียร์ สอดขึ้นมาซัดเน้นๆ ด้วยซ้าย แต่บอลพุ่งไปถูก ดานิเยล ซูบาซิช ปัดไว้ด้วยมือข้างเดียวแบบเหลือเชื่อ ก่อนจะโดนเคลียร์ออกไปได้ในที่สุด

นาทีที่ 58 โมนาโก เปลี่ยนตัวบ้างถอด ราดาเมล ฟัลเกา ผู้ทำประตูขึ้นนำให้ทีมและ เจา มูตินโญ่ ออก พร้อมกับส่ง วาเลเร่ เจอร์เมน กับ แอนโธนี่ มาร์เที่ยล ลงสนามแทน

2.อิ๊กนาซี่ มิเกล มารับใบเหลืองเป็นคนที่สอง หลังจากที่ไปสอย วาเลเร่ เจอร์เมน ในจังหวะที่พยายามเล่นสวนกลับเร็ว

นาทีที่ 71 โมนาโก ส่ง ฟาบินโญ่ ลงสนามเพิ่ม โดยถอดเอา ลูคัส โอแคมโปส ออกไป

นาทีที่ 73 อาร์เซน่อล เปลี่ยนเพิ่มอีกสามคนรวดถอดเอา 1.อเล็กซิส, 2.วิลเชียร์ และ 3.กาซอร์ล่า ออกไปพัก แล้วให้ 1.เกเดี้ยน เซลาเล็ม, 2.มาติเยอ ฟลามินี่ กับ 3.ชูบา อัคปอม ลงแทน

ผ่านมานาทีที่ 81 โมนาโก เกือบพลาดเสียจุดโทษ เมื่อ ดานิเยล ซูบาซิช มาโดนเหลือง เมื่อออกมาเสียบ ชูบา อัคปอม ที่หลุดเดี่ยวเข้ามาจนตัวลอย ผู้ตัดสินชักเหลืองให้เจ้าตัวพร้อมชี้เป็นลูกฟรีคิกของ "ปืนใหญ่" ตรงบริเวณกรอบเขตโทษ แต่เจ้าถิ่นก็คว้าโอกาสตีเสมอไม่สำเร็จเพราะยิงไปกำแพงเสียก่อน

นาทีที่ 84 โมนาโก ถอด ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ ปราการหลังตัวเก๋าออกไปพัก แล้วส่ง อายเมน อับเดนนูร์ มาเล่นแทน

ในช่วงท้ายเกมทีม "ปืนใหญ่" ถอด มาติเยอ เดอบูชี่ ออก ส่ง เฮคเตอร์ เบลเลริน ลงมาเป็นคนสุดท้าย

ซึ่งจากนั้นไม่นาน ฟลามินี่ มาโดนเหลืองบ้าง หลังไปสไลด์ใส่ นาบิล ดิอาร์ แบบน่าเกลียดที่มุมธง สุดท้ายทั้งสองไม่สามารถทำประตูกันเพิ่มได้อีก

ทำให้หมดเวลาทีม โมนาโก เป็นฝ่ายเอาชนะ อาร์เซน่อล ไป 1-0 ส่งผลให้ "ปืนใหญ่" จบเป็นอันดับที่ 2 ของรายการนี้ โดยมีเพียง 8 คะแนนเท่าเดิม ส่วน โมนาโก เก็บเพิ่มเป็น 7 คะแนน ส่วนแชมป์ศึก เอมิเรสต์ คัพ 2014 ตกเป็นของ บาเลนเซีย ที่ทำไปได้ถึง 9 คะแนน

รายชื่อผู้เล่น

ทีมอาร์เซน่อล (4-2-3-1) : 
1.วอยเชค เซสนี่ 
2.มาติเยอ เดอบูชี่ (1.เฮคเตอร์ เบลเลริน น.90)
3.คาลั่ม แชมเบอร์ส (1.อิ๊กนาซี่ มิเกล น.46)
4.โลร็องต์ กอสเชลนี่
5.นาโช่ มอนเรอัล 
6.มิเกล อาร์เตต้า
7.แจ็ค วิลเชียร์ (1.มาติเยอ ฟลามินี่ นาทีที่ 73) 
8.ซานติ กาซอร์ล่า (1.ชูบา อัคปอม นาทีที่ 73)
9.อารอน แรมซี่ย์
10.อเล็กซิส ซานเชส (1.เกเดี้ยน เซลาเล็ม นาทีที่ 73) 
11.โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (1.อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด  2.แชมเบอร์เลน นาทีที่ 46)

ผู้เล่นสำรอง : 1.ดาเมี่ยน มาร์ติเนซ - 2.ไอแซค เฮย์เดน - 3.ฟรองซิส โกโกแล็ง

โมนาโก (4-4-2) : 
1.ดานิเยล ซูบาซิช 
2.อันเดรีย ราจจิ
3.ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ (1.อายเมน อับเดนนูร์ นาทีที่ 85)
4.อูว่า เอชิจิเล่
5.นาบิล ดิอาร์
6.เจา มูตินโญ่ (1.แอนโธนี่ มาร์เที่ยล นาทีที่ 58)
7.เจฟเฟรย์ คอนด็อกเบีย
8.ทิเอมูเอ่ บากาโยโก้
9.ยานนิค การ์รัสโซ่ 
10.ราดาเมล ฟัลเกา (1.วาเลเร่ เจอร์เมน นาทีที่ 58)
11.ลูคัส โอแคมโปส (1.ฟาบินโญ่ นาทีที่ 71)

ผู้เล่นสำรอง : 1.มาร์ค- 2.อูแรล์ เซลลาร์ด - 3.นิโคลาส อิสมัท- 4.มิริน - 5.อับดูล ดิอาโล่ - 6.เฌเรมี่ ตูลาล็อง - 7.ไดแลน บาฮามบูล่า - 8.ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ

ผู้ตัดสินการแข่ง : มาร์ติน แอ็ตกินสัน



ลืออีกครั้งเมื่อหงส์สนซิวอัลเวส


โดยที่เหล่าสื่อทั้งแดนกระทิงและแดนผู้ดีร่วมใจกันตีข่าว ''หงส์แดง'' สนซิวตัว อัลเวส เสริมทีมหลังมีรายงาน''บาร์ซ่า'' พร้อมโละ คาดยื่นข้อเสนอ 270 ล้านบาทเป็นค่าตัว

เมื่อสื่อทั้งประเทศสเปน และอังกฤษ ได้ตีข่าวคล้ายคลึงกันว่า ลิเวอร์พูล หนึ่งในทีมบิ๊กโฟร์ของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังให้ความสนใจที่จะดึงตัว ดาเนี่ยล อัลเวส แบ็กขวาบราซิเลี่ยนของ บาร์เซโลน่า ยอดทีมในลีกลา ลีกา สเปน มาร่วมทีม หลังมีที่ผ่านมามีรายงานว่า "เจ้าบุญทุ่ม" อาจตัดสินใจปล่อยตัวแบ็กรายนี้ออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

โดยที่ มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อแดนกระทิงดุและหลายสื่อในแดนผู้ดีตีข่าวเหมือนกันว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือของทัพ "หงส์แดง" หวังคว้าตัว อัลเวส มาร่วมทีม โดยหวังให้มาเสริมทีมในยามไร้เงา เกล็น จอห์นสัน แบ็กขวาคนปัจจุบันที่มักมีอาการเจ็บรบกวนในฤดูกาลหน้า

ทั้งนี้เมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานว่าทีม "บาร์ซ่า" พร้อมปล่อยตัว อัลเวส ออกจากถิ่นคัมป์ นู ในช่วงซัมเมอร์นี้ และตัวนักเตะเองก็กำลังพิจารณาข้อเสนอต่างๆที่ทาบทามมาอยู่ โดยมีทีมอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยอดทีมลีก เอิง ฝรั่งเศส ตกเป็นข่าวกำลังให้ความสนใจ อย่างไรก็ตามคาดว่า ลิเวอร์พูล พร้อมยื่นข้อเสนอราว 6 ล้านยูโรหรือ 270 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าตัวของ อัลเวส ในเร็ววันนี้



มูจิก ลั่นทีมสิงห์แกร่งขึ้นกว่าเก่าแม้จะไร้ลุยซ์



ด่าตรงๆ เลยจะง่ายกว่ามั้ย เมื่อเฮีย มู ให้สัมภาษณ์เหมือนจิกกัด เผย ขุมกำลัง "สิงห์บลูส์"แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าฤดูกาลที่ผ่านมา แม้ต้องเสีย ลุยซ์ ไปให้กับ "เปแอสเช" ก็ตาม

เมื่อ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือฝีปากกล้าของ เชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่าต้นสังกัดตนเองมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นกว่าฤดูกาลที่ผ่านมา ถึงแม้ต้องเสีย ดาวิด ลุยซ์ ปราการหลังจอมบุกทีมชาติบราซิล ไปให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยอดทีมจาก ลีก เอิง ฝรั่งเศส ช่วงซัมเมอร์นี้ ก็ตาม

โดยที่ปราการหลังวัย 27 ปี ถูกทีม "สิงห์บลูส์" ปล่อยไปให้กับทีม "เปแอสเช" ด้วยค่าตัว 50 ล้านยูโรหรือ 2,250 ล้านบาท พร้อมเซ็นสัญญา 5 ปี แต่ "เดอะ แฮปปี้ วัน" ยืนยัน คุณภาพ "สิงห์บลูส์" ไม่ได้ลดลงไปเลย โดยกล่าวว่า "เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ลุยส์ ไม่ใช่ตัวเลือกแรกของทีมเราในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เพราะเราใช้ จอห์น เทอร์รี่ และ แกรี่ เคฮิลล์"

ซึ่งส่วนในตำแหน่งมิดฟิลด์ เขาเป็นนักเตะที่เน้นใช้พละกำลัง และสร้างผลงานที่สำคัญให้กับเรา โดยเฉพาะในการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา เมื่อครั้งที่ เนมานย่า มาติช (กองกลาง เชลซี) ติดคัพ-ไทด์ ไม่สามารถลงสนาม แต่ฤดูกาลนี้ มาติช สามารถลงเล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้แล้ว ดังนั้นเราจะไม่มีจุดอ่อนเรื่องพละกำลังแน่นอน รวมถึงตอนนี้เรามี เชส ฟาเบรกาส แล้ว ซึ่งเขาก็จะนำพาเรามุ่งไปสู่ในแนวทางที่แตกต่างออกไป และนั่นเป็นสิ่งจำเป็นต่อแนวทางการเล่นของเรา"

และ ลุยซ์ นั้นได้ทำสิ่งสำคัญให้กับ เชลซี และเป็นมืออาชีพที่ยอดเยี่ยมเสมอมา เราจะคิดเขาในฐานะที่เขาเป็นคนดี แต่ในมุมมองด้านฟุตบอลเราเชื่อมั่นว่าขุมกำลังของทีมเราในซีซั่นนี้มีความแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นมา" มูรินโญ่ ร่ายยาว

และท่านยังสามารถติดตามข่าวสาร ฟุตบอล โปรแกรมบอล ผลบอล วิเคราะห์ผลบอล

 เพิ่มเติมได้ที่