แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ลิเวอร์พูล vs บาร์ซ่า ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 2018-2019 คืนนี้

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2018/19
รอบรองชนะเลิศ เลกที่ 2

ลิเวอร์พูล พบ บาร์เซโลน่า

(สกอร์นัดแรก 0-3)

ลุ้นระทึกคืนนี้!!! พรีวิวศึกแชมเปี้ยนส์ลีก ลิเวอร์พูล ดวล บาร์เซโลนา


  • วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม 2562
  • เวลาแข่งขัน 02:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
  • สนาม : แอนฟิลด์
  • ถ่ายทอดสด : GOAL.com


ความพร้อมทั้ง 2 ทีม

ทีมลิเวอร์พูล


  • นาบี เกอิต้า ปิดเทอมกับทัพ หงส์แดง ไปเรียบร้อยจากอาการบาดเจ็บที่โคนขาหนีบและคาดว่า จินี ไวนัลดุม, ฟาบินโญ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จะได้ลงประสานร่วมกันที่แดนกลางในเกมนี้
  • ขณะที่อาการบาดเจ็บของ ​โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เจ้าตัวได้รับในเกมกับ นิวคาสเซิล นั้น เยอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของ เร้ดแมชีน ได้ยืนยันแล้วว่าสตาร์ชาว อียิปต์ จะพลาดการลงเล่นในเกมนี้อย่างแน่นอน
  • เช่นเดียวกัน โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน ขณะที่ อดัม ลัลลานา ยังคงต้อรอทดสอบความฟิต

h33

คาดการณ์ 11 ตัวจริง : 4-3-3

  • ผู้รักษาประตู : อลิสซอน
  • กองหลัง : อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, มาติป, ฟาน ไดค์, โรเบิร์ตสัน
  • กองกลาง : เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ, ไวนัลดุม
  • กองหน้า : ชากิรี, โอริกี, มาเน

▬▬▬▬▬▬▬

ทีมบาร์เซโลนา


  • ทัพอาซูลกรานา จะหมดสิทธิ์ใช้งาน อุสมาน เดมเบเล จากอาการบาดเจ็บที่เจ้าตัวได้รับในเกมกับ เซลต้า บีโก้ ในศึก ลา ลีกา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • เช่นเดียวกับ ราฟินญา โดยคาดว่า เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ จะใช้ผู้เล่นชุดเดียวกับที่พวกเขาเอาชนะ หงส์แดง มาได้ 3-0 ในเลกแรกที่ คัมป์ นู

h2

คาดการณ์ 11 ตัวจริง : 4-4-2


  • ผู้รักษาประตู : แทร์ สเตเก้น
  • กองหลัง : โรแบร์โต้, ปิเก้, ลองเลต์, อัลบา
  • กองกลาง : วิดัล, ราคิติช, บุสเก็ตส์, คูตินโญ
  • กองหน้า : เมสซี, ซัวเรซ


ผลงาน 5 นัดหลังสุด ทั้ง 2 ทีม

ลิเวอร์พูล (ชนะ 4 เสมอ 0 แพ้ 1)

  1. ​4 พฤษภาคม พรีเมียร์ลีก​ นิวคาสเซิล 2 : 3​ ลิเวอร์พูล​ ​ชนะ
  2. ​2 พฤษภาคม แชมเปี้ยนส์ลีก​ บาร์เซโลนา​ 3 : 0​ ลิเวอร์พูล​ แพ้​
  3. 27 เมษายน พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 5 : 0 ฮัดเดอร์สฟิลด์ ชนะ
  4. 21 เมษายน พรีเมียร์ลีก คาร์ดิฟฟ์ 0 : 2 ลิเวอร์พูล ชนะ
  5. 18 เมษายน แชมเปี้ยนส์ลีก ปอร์โต้ 1 : 4 ลิเวอร์พูล ชนะ



บาร์เซโลนา (ชนะ 4 เสมอ 0 แพ้ 1)

  1. ​4 พฤษภาคม ลา ลีกา​ เชลต้า บีโก้​ 2 : 0​ บาร์เซโลนา​ แพ้​
  2. ​2 พฤษภาคม แชมเปี้ยนส์ลีก​ บาร์เซโลนา​ 3 : 0​ ลิเวอร์พูล​ ​ชนะ
  3. 28 เมษายน ลา ลีกา บาร์เซโลนา 1 : 0 เลบันเต้ ชนะ
  4. 24 เมษายน ลา ลีกา อลาเบส 0 : 2 บาร์เซโลนา ชนะ
  5. ​​21 เมษายน ลา ลีกา บาร์เซโลนา 2 : 1 เรอัล โซเซียดาด ชนะ


เฮดทูเฮด (บาร์เซโลนา ชนะ 2 เสมอ 1 ลิเวอร์พูล ชนะ 2 )

  1. ​4 พฤษภาคม 2019 แชมเปี้ยนส์ลีก​ บาร์เซโลนา​ 3 : 0​ ลิเวอร์พูล​
  2. 6 สิงหาคม 2016 ไอซีซี ลิเวอร์พูล 4 : 0 บาร์เซโลนา
  3. 7 มีนาคม 2007 แชมเปี้ยนส์ลีก ลิเวอร์พูล 0 : 1 บาร์เซโลนา
  4. 22 กุมภาพันธ์ 2007 แชมเปี้ยนส์ลีก บาร์เซโลนา 1 : 2 ลิเวอร์พูล
  5. ​14 มีนาคม 2002 แชมเปี้ยนส์ลีก บาร์เซโลนา 0 : 0 ลิเวอร์พูล



สถิติที่น่าสนใจ


  • นับว่าเป็นแมตช์หินสำหรับ ลิเวอร์พูล เมื่อพวกเขาปราชัยต่อ บาร์เซโลนา มาก่อนในเลกแรกที่ คัมป์ นู 3-0 แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขามีสถิติที่ยอดเยี่ยมกับการไร้พ่ายในรังเหย้าของตัวเองในการแข่งขัน ยูโรเปี้ยนคัพ รอบรองชนะเลิศ (ชนะ 8 เสมอ 2)
  • ​นอกจากนั้น เร้ดแมชีน ยังมีสถิติกำชัยเกมเหย้าติดต่อกัน 6 นัดเมื่อรวมทุกรายการ โดยที่ 4 เกมในนั้นเป็นการชนะด้วยการรักษาคลีนชีทสำเร็จและทำประตูมากกว่า 4 ลูกจาก 3 เกมในนั้น รวมทั้งชัยชนะของ หงส์แดง ในเกมเหย้า แชมเปี้ยนส์ลีก 7 จาก 10 นัดหลังสุดนั้นพวกเขาสามารถทำประตูได้มากกว่า 3 ลูก
  • ขณะที่ฝั่ง บาร์เซโลนา มีสถิติที่ยอดเยี่ยมเมื่อสามารถผ่านเข้ารอบหลังเก็บชัยชนะในรอบน็อคเอาท์เลกแรกในบ้านของตัวเงอสำเร็จ 38 จาก 42 ครั้งในรายการ ยุโรป รวมทั้งยังไร้พ่ายเกมเยือน แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้มาทั้งหมด 5 นัดที่ลงเล่นติดต่อกัน (ชนะ 3 เสมอ 2) ทัพ อาซูลกรานา ยังสามารถรักษาคลีนชีทได้ในเกมเยือน ยูซีแอล 2 ครั้งหลังสุดอีกด้วย
  • ​นอกจากนั้น ในเกมเยือนถ้วยหูใหญ่ของ ยุโรป ในฤดูกาลนี้ของ บาร์ซา พวกเขาสามารถเป็นฝ่ายทำประตูได้ก่อน 4 จาก 5 เกมบนรายการนี้ รวมทั้งยังไม่เคยเป็นฝ่ายเสียประตูในครึ่งแรกก่อนเลยใน 5 เกมดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การออกไปเยือนทีมจาก อังกฤษ 2 ครั้งหลังสุดของพวกเขา (สเปอร์ส และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) เป็นสองเกมที่พวกเขาเป็นฝ่ายเสียประตูไปก่อนในครึ่งแรก
  • ​ซาดิโอ มาเน พังประตูให้กับ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว 11 ประตูจากการลงเล่น 14 นัดในรายการนี้ โดยที่ 7 ลูกในนั้นเกิดขึ้นก่อนครึ่งชั่วโมงแรกของเกม
  • ประตูที่ 2 ที่ ​ลิโอเนล เมสซี ยิงใส่ หงส์แดง ในเลกแรกเป็นประตูที่ 600 ของเจ้าตัวในสีเสื้อ บาร์เซโลน่า โดยคิดเป็นประตูที่ 27 เข้าไปแล้วเมื่อรวมทุกรายการแม้นับเฉพาะปี 2019
วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

จิ้งจอกบุกพ่าย เซบีย่า1-2 ซิวเอาอเวย์โกล ตามลุ้นต่อนัด 2


จิ้งจอกบุกพ่าย เซบีย่า1-2 ซิวเอาอเวย์โกล ตามลุ้นต่อนัด 2





เลสเตอร์ ซิตี้ แม้จะต้านไม่อยู่ที่ต้องบุกไปพ่าย เซบีย่าด้วยผลบอลสด 1-2 แต่ว่ายังได้ประตูทีมเยือนทำให้ทัพเดอะ ฟ็อกซ์ต้องกลับไปลุ้นเข้ารอบต่อในเกมที่สองที่ คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม อีกสามวีกข้างหน้า ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ16ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อในคืนวันพุธที่ผ่านมานี้เอง



รายการฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก
 วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560

เซบีย่า (สเปน) 2 - เลสเตอร์ (อังกฤษ) 1




        สนาม : เอสตาดิโอ ราม่อน ซานเชซ ปิซฆวน (เซบีย่า, สเปน)


         โดยการเปิดเกมครึ่งแรกมาได้แค่ 6 นาที เซบีย่าก็เกือบได้ส้มหล่น เมื่อ ทางคริสเตียน ฟุคส์ แบ็กซ้ายของทีมเยือนล้มตัวโหม่งบอลคืนประตู แต่ดันไม่ตรงเพื่อน ก็ยังดีที่ทาง แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล นายทวารเลสเตอร์ล้มตัวไปเซฟไว้ได้อย่างหวุดหวิด

         ผ่านมา 15 นาที เจ้าถิ่นเองได้จุดโทษจากจังหวะที่ทาง เวส มอร์แกน ปราการหลังร่างใหญ่ได้ไปล้มตัวกวาดใส่ ฮัวกิน กอร์เรอา จนร่วงลงในกรอบเขตโทษ จนผู้ตัดสินเป่าทันที ก่อนที่ทางกอร์เรอาลุกมาสังหารเองด้วยขวา ทว่าดันยิงไปติดเซฟของ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล นายทวารของเลสเตอร์รับติดมือ

         และถัดมา 10 นาที เซบีย่าที่ยังบุกได้มากกว่ามาได้ประตูนำก่อน 1-0 จากจังหวะที่ เซร์คิโอ เอสกูเดโร่ ได้เติมขึ้นมาทางซ้ายก่อนเปิดโค้งเข้าไปกลางเสาสองให้ ปาโบล ซาราเบีย ตั้งคอขึ้นโหม่งย้อนศรกระแทกเสาเข้าประตูไปเลย

         จากนั้นนาทีที่ 26 เซบีย่ามีโอกาสอีก สเตวาน โยเวติช ยิงแฉลบ โรเบิร์ต ฮูธ บอลอาจจะลอยย้อยจะเสียบใต้คาน จนทำเอา แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ต้องถอยกลับไปปัดบอลทิ้งได้อย่างหวุดหวิด

         เกมได้ดำเนินมาถึงในนาทีที่ 37 โดยทางเจ้าบ้านเกือบได้ประตูเพิ่ม เมื่อทาง ฮัวกิน กอร์เรอา ได้ซัดด้วยขวาระยะ 20 หลา แต่ว่าชไมเคิ่ลยังคงปัดออกหลังไปได้ทัน ก็หมดครึ่งแรก เซบีย่าขึ้นนำอยู่ 1-0

          เข้าสู่ครึ่งหลัง นาที 62 เซบีย่าหนีห่าง 2-0 จากลูกสวนกลับของ โยเวติชโฉบไปเอาบอลก่อน มอร์แกน ก่อนที่จะดึงจังหวะแล้วไหลไปให้กับกอร์เรอาซัดโล่งๆ ได้เสียบใต้คานไม่เหลือ

          จนกระทั้งนาที 73 แฟนจิ้งจอกได้เฮลั่นกันบ้างเมื่อ เลสเตอร์มาตีไข่แตก 1-2 เมื่อทางเกรย์ไหลตามช่องให้กับ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ซึ่งทางฝั่งซ้ายก่อนที่จะผ่านเข้ากลางให้วาร์ดี้ชาร์จเผาขนและเข้าประตูไปเลย

         เจ้าถิ่นโหมบุกอย่างหนัก นาที 83 เจ้าบ้านเองก็มีโอกาสได้เพิ่ม เมื่อบีโตโล่ได้ลงเก็บตกโหม่งมุมแคบ แต่ชไมเคิ่ลก็ยังคงเซฟออกไปได้

         ช่วงเวลาที่เหลือนี้ ทั้งสองทีมก็ทำอะไรเพิ่มไม่ได้ ไปจนจบเกมเซบีย่าเอาชนะเลสเตอร์ 2-1 โดยจะยังต้องกลับลุ้นเล่นนัดสองวันที่ 14 มี.ค.

 
   รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

         ทีมเซบีย่า : มี เซร์คิโอ รีโก้ - มาเรียโน่, เกลม็องต์ ล็องเกล้ต์, อาดิล รามี่ กับ เซร์คิโอ เอสกูเดโร่ - ฮัวกิน กอร์เรอา กับ สตีเว่น เอ็นซอนซี่ / ปาโบล ซาราเบีย /  ซามีร์ นาสรี่ - สเตฟาน โยเวติช, บิคตอร์ มาชิน บีโตโล่ (เป็นกัปตันทีม)

         สำรอง : ดาบิด โซเรีย (เป็นผู้รักษาประตู) - ดาเนียล คาร์รีโซ่, มาตีอัส คราเนวิตเตร์ กับ ฟรานโก้ วาซเกซ, บีเซนเต้ อีบอร์ร่า, ลูเซียโน่ เวียตโต้ และ  วิสซาม เบน เยแดร์


         ทีมเลสเตอร์ ซิตี้ : มี แคสเปอร์ ชไมเคิล - แดนนี่ ซิมพ์สัน, เวส มอร์แกน (เป็นกัปตันทีม), โรเบิร์ต ฮูธ, คริสเตียน ฟุคส์ - วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ กับ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์, มาร์ค อัลไบรท์ตัน - อาห์เหม็ด มูซ่า กับ เจมี่ วาร์ดี้ และ ริยาด มาห์เรซ


         สำรอง : รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์ (เป็นผู้รักษาประตู) - เบนจามิน ชิลเวลล์, แดเนียล อามาร์ตีย์ กับ โยอัน เบนาลูอาน, แอนดี้ คิง, เดมาไร เกรย์ และ ชินจิ โอกาซากิ




วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559

สรุป 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก


สรุป 16 ทีมสุดท้าย  ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 





ติดตามผลบอลสด http://sport.sanook.com/program/


ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้มาแล้วกับ 16 ทีมเดนตายที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาต์เรียบร้อย หลังการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มที่สุดแสนระทึกใจ จบสิ้นลงเมื่อวันพุธที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา

        1. แชมป์กลุ่ม ประกอบด้วย: อาร์เซน่อล,​ นาโปลี, บาร์เซโลน่า,​ แอต.​ มาดริด,​ โมนาโก,​ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, เลสเตอร์ และ ยูเวนตุส

        2. รองแชมป์กลุ่ม ที่จะได้เล่นเป็นเจ้าบ้านก่อนในรอบต่อไป ประกอบด้วย: ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง,​ เบนฟิก้า,​ แมนฯ​ ซิตี้, บาเยิร์น มิวนิค, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น, เรอัล มาดริด, เอฟซี ปอร์โต้ และ เซบีย่า

        3. ทีมที่ได้อันดับสาม และได้ไปต่อใน ยูโรปา ลีก ประกอบด้วย: ลูโดโกเร็ตส์,​ เบซิคตัส, โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค, เอฟซี รอสตอฟ, สเปอร์ส, ลีเกีย วอร์ซอ, เอฟซี โคเปนเฮเก้น และ ลียง

        4. การจับสลากประกบคู่รอบ 16 ทีม ชปล. จะมีขึ้นที่เมืองนียง, สวิตเซอร์แลนด์ วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคมนี้ เวลา 6 โมงเย็นตามเวลาประเทศไทย

        5. เงื่อนไขในการจับสลากรอบนี้ที่มีรูปแบบการเล่น 2 นัดเหย้าเยือนคือ
        - ทีมจากชาติเดียวกัน จะยังไม่เจอกัน
        - ทีมจากmujกลุ่มเดียวกันในรอบแบ่งกลุ่ม ก็จะยังไม่เจอกัน
        - ส่วนแชมป์กลุ่ม จะต้องเล่นเป็นทีมเยือนในเลกแรกด้วย

        6. อาร์เซน่อล ได้แชมป์กลุ่มเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี แต่ยังมีสิทธิ์เจองานหนักในรอบหน้า โดยทีมที่พวกเขาอาจเจอคือ เรอัล มาดริด, บาเยิร์น,​ เลเวอร์คูเซ่น, เบนฟิก้า, ปอร์โต้ หรือ เซบีย่า ทีมใดทีมหนึ่ง

        7. แชมป์จากอังกฤษอย่าง เลสเตอร์​ ได้แชมป์กลุ่ม จากผลงานสวยหรูใน ชปล. และมีสิทธิ์เจอ เลเวอร์คูเซ่น, บาเยิร์น, เบนฟิก้า,​ เรอัล มาดริด,​ เซบีย่า หรือ ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง

        8. อีกหนึ่งตัวแทนจากอังกฤษอย่าง แมนฯ​ ซิตี้ ได้รองแชมป์กลุ่มถัดจาก บาร์เซโลน่า และมีสิทธิ์เจอ โมนาโก, แอต. มาดริด,​ ดอร์ทมุนด์, ยูเวนตุส หรือ นาโปลี ทีมใดทีมหนึ่ง


วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ได้แค่เสมอ !! เวนเกอร์ รับผิดหวังแนวรับ"ปืน"นัดเจอ"เปแอสเช"



ได้แค่เสมอ !! เวนเกอร์ รับผิดหวังแนวรับ"ปืน"นัดเจอ"เปแอสเช"





อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือคนเก่งอาร์เซน่อล จวกแนวรับของทีมเล่นหละหลวม ส่วนเกมรุกก็ขาดการสร้างสรรค์ หลังเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ที่เสมอกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 2-2 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ต้องชมทีมใจสู้ ที่ได้พลิกมาแซงได้จากที่โดนยิงประตูก่อนนั้นเอง

        อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล สโมสรชั้นนำแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จวกเกมรับ และการเล่นที่ไร้การสร้างสรรค์นั้น หลังจากที่ได้เสมอ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมอภิมหาเศรษฐีจากเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศสได้ผลบอลสด เสมอ 2-2 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ ที่สนาม เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม เมื่อวันพุธที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานั้นเอง ซึ่งส่งผลให้กับ "เปแอสเช" แซงไปเป็นจ่าฝูงกลุ่มได้นั้นเอง



        เอดินสัน คาวานี่ ยิงให้ทีมเยือนขึ้นนำไปก่อน 1-0 นาทีที่ 18 แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรกนั้นทาง "เดอะ กันเนอร์ส" มาได้ลูกตีเสมอ 1-1 จากการได้ลูกจุดโทษของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และทีมเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำไปอีก 2-1 จากการที่ มาร์โก แวร์รัตติ ทำเข้าประตูตัวเอง ในนาทีที่ 60 อย่างไรก็ตาม "เปแอสเช" มาได้ประตูตีเสมอจากการำเข้าประตูตัวเองของ อเล็กซ์ อิโวบี้ ในนาทีที่ 77 ทำให้จบเกมด้วยสกอร์ดังกล่าว และทั้ง 2 ทีมแบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม




        เวนเกอร์ กล่าวกับ "บีบีซี สปอร์ต" สื่อชื่อดังเมืองผู้ดี ว่า "เรามีช่วงเวลาที่ดีในเกมนี้ แต่เราไม่สามารถครองเกมได้ ความกังวลของตัวผมคือตอนเรานำ 2-1 ได้แล้วและเราปล่อยให้พวกเขากลับมาได้ อีกมันยากที่จะเข้าใจว่าทำไมเราถึงเสียประตูง่ายๆ จากแค่ลูกเตะมุม"



        "คุณต้องพิจารณา 2 เรื่อง ความกระตือรือร้นของเรา และผลการแข่งขัน เราทุ่มเทมาก และเรากลับมาจากการตามอยู่เพียง 0-1 และก็นำ 2-1 แล้วก็มาทำเข้าประตูตัวเองอีก แต่เราสู้กับทีมที่ดี เพียงแต่เราขาดบางสิ่งบางอย่างในการสร้างสรรค์ แต่เราก็ได้แต้ม มันอาจไม่เพียงพอ แต่คุณไม่มีทางรู้หรอก"



        ทั้งนี้ทาง อาร์เซน่อล จะเจอกับ เอฟซี บาเซิ่ล อีกครั้งในเกมนัดสุดท้าย อีกทีวันอังคารที่ 6 ธันวาคม นี้ เพื่อแย่งแชมป์กลุ่มกับ ปารีสฯ ที่จะพบ ลูโดโกเรตส์



วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

กดยับ !! ดอร์ทมุนด์ ถล่ม วอร์ซอว์ 8-4 ทุบสถิติใหม่


กดยับ !! ดอร์ทมุนด์ ถล่ม วอร์ซอว์ 8-4  ทุบสถิติใหม่ 






มีสถิติใหม่เกิดขึ้น 2 สถิติในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอฟ ที่ ดอร์ทมุนด์ ถล่ม ลีเกีย วอร์ซอว์ 8-4 ประกอบด้วยการเป็นครั้งแรกในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ทั้ง 2 ทีมได้ยิงรวมกัน 5 ประตูในช่วง 25 นาทีแรกเอง และยังเป็นนัดแรกที่มีการยิงได้ 7 ลูกในช่วงครึ่งแรกอีกด้วย

        เกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม F ที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้เปิดรังต้อนรับ ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค เอาชนะ ลีเกีย วอร์ซอว์ด้วยผลบอลสด  8-4 เมื่อวันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา สามารถสร้างสถิติได้ถึง 2 สถิติ


        อันแรกคือสถิติที่ถือเป็นครั้งแรกในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่มีเกมๆ  มีหนึ่งเกมทำได้ 5 ลูกขึ้นไปในช่วง 25 นาทีแรก โดยที่ทีม ดอร์ทมุนด์ เป็นฝ่ายนำ 3-2 ในช่วงดังกล่าวนั้นเอง ส่วนอีกสถิติคือการที่เป็นครั้งแรกที่ในเกมชิงถ้วย "บิ๊กเอียร์" มีการทำรวมกันถึง 7 ประตูในช่วงครึ่งแรก โดยพอถึงช่วงพักครึ่งนั้น "เสือเหลือง" นำห่างเป็น 5-2 ก่อนที่จะได้เก็บ 3 แต้มในที่สุด



ชม highlight Dortmund vs Legia Warsaw 8-4 ได้ครับ
cr.SPORT HD 1

        โดยทั้งนี้ ดอร์ทมุนด์ ถือเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม F ด้วยผลงานที่มี 13 คะแนน จากการลงเล่นเพียง 5 นัด โดยพวกเขาผ่านเข้าไปสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย เป็นที่แน่นอนแล้ว แต่ว่าต้องแย่งตำแหน่งแชมป์กลุ่มกับ เรอัล มาดริดอีก ที่มีคะแนนน้อยกว่าพวกเขาเพียง  2 แต้ม





วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2558

แย่ยิ่งกว่าแพ้!

แย่ยิ่งกว่าแพ้!


ฟุตบอล


วิเคราะห์บอล: สำหรับความพ่ายแพ้ หรือ การต้องตกรอบตารางบอลในการแข่งขันกีฬานั้น ถือเป็นสิ่งที่เจ็บปวดและน่าผิดหวังเสมอสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง และถ้าจะมีอะไรที่แย่ไปกว่านั้น ก็คงเป็นการแพ้โดยที่ทุกคนเบ้ปากใส่แล้วบอกว่าสมควรแล้ว

และสถานการณ์ของ ทีมเชลซี หลังจบจากเกมแชมเปี้ยนส์ลีกกับ ทีมปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อคืนวันพุธ น่าจะใกล้เคียงกับที่จั่วหัวเอาไว้

เพราะว่านอกจากจะตกรอบไปอย่างชอกช้ำ จากการทำได้แค่ผลบอลเสมอ 2-2 ในบ้านตัวเอง หลังที่มีผู้เล่นมากกว่าถึงสองในสามของเวลาที่เตะกันแล้ว

ทีมสิงโตสีคราม ยังถูกวิจารณ์ อย่างหนักจากการแสดงออกของนักเตะในสนาม ในจังหวะการฟาวล์ต่อออสการ์ที่ทำให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวเตะคนสำคัญของคู่แข่ง โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไป

และแน่นอนว่าการตัดสินของ บียอร์น คีเปอร์ส กรรมการชาวดัตช์ ที่คิดว่าจังหวะนี้ควรเป็นใบแดง ถือเป็นวิจารณญาณของเขาเองด้วยที่โดนจวกหนักไม่แพ้กัน แต่หลายคนก็มองว่าการแสดงออกของนักเตะ ทีมเชลซี ที่เข้าไปห้อมล้อมและโหวกเหวกโวยวายเกินจำเป็นนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย


วิเคราะห์บอล


ซึ่งบรรดาเกจิในแวดวงลูกหนัง ทั้งอดีตนักเตะและผู้จัดการทีมชื่อดังหลายคน ต่างก็มองไปในทางเดียวกันว่ากองหน้าของ ทีมเปแอสเชโชคร้ายที่โดนใบแดง และพฤติกรรมของนักเตะ ทีมเชลซี เป็นสิ่งที่น่าอัปยศอดสู

โดยที่ อลัน กรีน คอมเมนเตเตอร์ของ BBC วิเคราะห์ผลบอลพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า มันแย่มากที่ได้เห็นนักเตะมากมายหลายคนแสดงพฤติกรรมแบบนั้นในสนาม ผมจะไม่ปกป้องพวกไร้สมองที่ทำตัวน่าขายหน้าแบบนี้แน่

ซึ่ง แกรม ซูเนสส์ อดีตนักเตะและผู้จัดการทีมชื่อดัง ได้ออกมา วิจารณ์ออสการ์ที่เจตนาเรียกใบแดงให้คู่แข่งในจังหวะที่โดนทำฟาวล์ด้วย

เรียกได้ว่ามันเป็นสิ่งที่เราไม่จำเป็นต้องทำเลย มันรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง การที่นักเตะพยายามล้มเพื่อให้คู่แข่งโดนไล่ออก

และมันไม่ใช่วิถีของอังกฤษ มันกำลังคืบคลานเข้าสู่เกมของเรา ซึ่งผมรู้สึกว่ารับไม่ได้จริงๆ

และแม้เวลามีใครเข้าสกัดคุณ คุณมักจะอยากล้มลงไปเพื่อให้เขาโดนเล่นงาน มันน่าสมเพชแบบนี้แหละ ขอบคุณสวรรค์ที่เปแอสเชไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขากลับไปพร้อมกับเครดิตที่สมควรได้รับ พวกเขาเป็นทีมที่ดีกว่า

ทางด้านเจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลัง ทีมลิเวอร์พูล ได้วิจารณ์ไปถึงโจเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมเชลซี ว่าเป็นคนปลูกฝังทัศนคติแบบนี้ให้กับนักเตะ


โปรแกรมบอล


ซึ่งการแสดงออกของนักเตะ ทีมเชลซีเป็นเรื่องที่น่าอดสู มันมาจากทุกทีมของโจเซ่ มูรินโญ่ ทีมของเขามักจะทำพฤติกรรมแบบนี้เสมอ มันไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว

และในบางทีสิ่งที่เขาพูดไว้ก่อนเกมว่าเปแอสเชเป็นทีมที่เล่นสกปรกที่สุด อาจจะถูกฝังไว้ในหัวของกรรมการไปแล้ว

ส่วนตัว ผมคิดเสมอว่าทีมของมูรินโญ่อาจจะได้รับการยอมรับในฝีเท้า แต่ทีมของเขาจะไม่มีทางเป็นทีมที่คนรัก เพราะสถานการณ์แบบนี้นี่แหละ ทีมของเขาเอาคำว่าชนะไปอยู่ตรงจุดที่ทีมอื่นหรือผู้จัดการทีมคนอื่นทำไม่ได้ คำพูดของเขามีอิทธิพลไปแล้ว

ในขณะที่ ไมเคิล โอเว่น อดีตดาวยิงชื่อดัง ก็มีความเห็นไปในทางเดียวกัน และมองว่าจังหวะนี้ไม่ควรเป็นใบแดง

หากเป็นจังหวะนี้ ต้องไม่ใช่ใบแดงแน่นอน พฤติกรรมของนักเตะเชลซีน่าช็อกสุดๆ การทำอะไรแบบนี้มีอิทธิพลต่อเกมได้ นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาทำ

โดยที่ผมดีใจที่เห็นคาร์ราเกอร์และซูเนสส์คิดตรงกับผมเป๊ะ เกมฟุตบอลคงกลายเป็นเรื่องตลกไปเลย ถ้านักเตะเริ่มมีอิทธิพลต่อเกมด้วยการเข้าไปกดดันกรรมการ

และมาร์ค ลอว์เรนสัน ที่เป็นอดีตกองหลัง ทีมลิเวอร์พูล ซึ่งผันตัวไปทำงานด้านสื่อมานาน ก็ร่วมแสดงความไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของนักเตะ ทีมเชลซีเช่นกัน

สำหรับการแสดงออกของนักเตะ ทีมเชลซีนั้นเหลือเชื่อมาก ถ้าดูจากการที่การทำฟาวล์จังหวะนี้ไม่ได้รุนแรงอะไรขนาดนั้นเลย ผมเกือบจะคิดว่าเขาทำคู่แข่งขาหักซะอีก ออสการ์สมควรได้รับออสการ์เลย

และสิ่งที่เกิดขึ้นฉุดให้เกมฟุตบอลถอยหลังเข้าคลอง พฤติกรรมโอเวอร์เกินเหตุต่อการทำฟาวล์ของคู่แข่ง เกมฟุตบอลกำลังจะกลายเป็นละครเข้าไปทุกทีแล้ว

A ในส่วนของ เกรแฮม โพลล์ อดีตผู้ตัดสินชื่อดังของอังกฤษ ก็มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณอันตรายของเกมฟุตบอล


พรีเมียร์ลีก


ซึ่งพฤติกรรมของนักเตะ ทีมเชลซี ตอนที่เข้าไปรุมล้อม บียอร์น คีเปอร์ส เป็นความอัปยศอย่างแท้จริง และมันเป็นสัญญาณที่บอกว่าเกมฟุตบอลในปัจจุบันกลายเป็นแบบไหนไปแล้ว

ส่วนทางด้าน จอห์น อัลดริดจ์ อดีตศูนย์หน้า ทีมลิเวอร์พูล อีกคน ออกมาตำหนิวิธีการเล่นของมูรินโญ่ที่ไม่เน้นเกมบุกมากพอ

ทีมเชลซีได้ในสิ่งที่สมควรได้รับแล้ว วิธีการเล่นของพวกเขาสะท้อนตัวตนผู้จัดการทีมของพวกเขาออกมา การเล่นเกมรับในบ้านน้อยครั้งที่จะเวิร์ก

และ โลร็องต์ บล็องก์ โค้ชของ ทีมปารีส ย้ำว่าทีมของเขาสมควรได้ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ปัญหาเกิดขึ้นในเกมนี้หรือไม่ก็ตาม

ซึ่งต่อให้คุณตัดการแสดงออกอย่างไม่มีน้ำใจนักกีฬาพวกนั้นออกไปจากเกม ผมก็คิดว่าทีมของผมดีกว่าเชลซีในทุกจุดของสนาม เปแอสเชสมควรเข้ารอบแล้ว

ในขณะที่อิราฮิโมวิชเองได้เหน็บแนมพฤติกรรมของคู่แข่งเบาๆ ว่าทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโต

หลังจากที่ผมเห็นกรรมการควักใบแดงออกมา ผมนี่แบบว่า เขารู้ตัวมั้ยว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่นี่ยังไม่ใช่ส่วนที่แย่ที่สุดนะ ที่แย่ที่สุดก็คือในจังหวะนั้น นักเตะ ทีมเชลซี ทุกคนกรูกันเข้ามารุมล้อมเต็มไปหมด ผมรู้สึกเหมือนโดนเหล่าเด็กน้อยมากลุ้มรุมอยู่รอบตัวเลย

เรื่องโดย : Bebybear

ที่มา: http://sport.sanook.com/138549/
วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2558

ผลบอล: ทีมปารีสฯบุกเจ๊าเชลซีส่วนบาเยิร์นถล่มทีมชัคเตอร์10คน 7-0

ทีมปารีสฯบุกเจ๊าเชลซี 2-2 ผล อเวย์โกลเข้ารอบชปล



  • ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก
  • รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2
  • วันพุธที่ 11 มีนาคม2558
  • ทีมเชลซี 2-2 ปารีส แซงต์ แชร์กแมง
  • (รวมผลสองนัดเสมอ 3-3 ปารีสฯ ผ่านเข้ารอบด้วยกฏประตูทีมเยือน)
  • สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์

เริ่มเกมครึ่งแรก ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ทั้งสองทีมยังไม่มีจังหวะหวาดเสียว เกมยังถือว่าสูสีกันอยู่

ถัดมานาทีเดียว ทีมเยือน ทีมเปแอสเช ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน จากจังหวะที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เสียบหนักใส่ ออสการ์ ผู้ตัดสินควักใบแดง ไล่ดาวยิงชาวสวีเดน ออกจากสนามทันที

นาทีที่ 41 เจ้าถิ่น ทีมเชลซี ได้ลุ้น จากจังหวะที่ ออสการ์ ขึ้นเกมด้านซ้าย ก่อนลากบอลเข้าไปกดด้วยขวาหน้าเขตโทษ บอลพุ่งไปตรงตัว ซิริกู

หมดครึ่งแรก ทีมเชลซี กับ ทีมเปแอสเช ผลบอลเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลัง นาทีที่ 49 ทีมเชลซี ได้ลูกฟรีคิกระยะไกล วิลเลี่ยน หลอกยิงไปที่เสาแรก บอลพุ่งตรงกรอบ แต่ทว่า ซิริกู ยังไวพุ่งปัดทิ้งออกหลัง

นาทีที่ 54 คาวานี่ เก็บบอลได้ ก่อนจ่ายยัดให้ แม็กซ์เวลล์ แตะบอลเข้าไปยิงด้วยซ้ายมุมแคบ บอลแฉลบ เคฮิลล์ ออกไป

นาทีที่ 65 แวร์รัตติ แย่งบอลมาจากเท้าของ รามิเรส หน้าเขตโทษ ก่อนจ่ายออกด้านซ้ายให้ มาตุยดี้ ยิงไปติดบล็อก แกรี่ เคฮิลล์

นาทีที่ 82 ทีมเชลซี ก็มาได้ประตู ขึ้นนำ 1-0 เชส ฟาเบรกาส เปิดลูกเตะมุมเข้าเขตโทษ บอลขลุกขลิกอยู่หน้าประตูทีมเยือน สุดท้ายบอลมาถึง แกรี่ เคฮิลล์ ซัดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 86 เกมที่ทำท่าจะจบด้วยชัยชนะของเจ้าถิ่น แต่ ปารีส มีฮืดในช่วงท้ายเกม ไล่ทวงประตูตีเสมอเป็น 1-1 จากลูกเตะมุมทางขวาของ ลาเวซซี่ ที่เปิดโค้งเข้าเขตโทษและเป็น ดาวิด ลุยซ์ ที่โฉบมาโหม่งเหน่งๆ บอลพุ่งเช็ดใต้คานเข้าไป

จบเกม 90 นาที ทีมเชลซี เปิดรังเสมอกับ ปารีส 1-1 ทำให้สกอร์ออกมาเท่ากับเกมแรกที่ ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ซึ่งรวม 2 นัด เสมอกันที่ 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

ช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 96 ทีมเชลซี มาได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ ติอาโก้ ซิลวา ใช้มือปัดบอลในจังหวะแย่งโหม่งบอลกับ เคิร์ท ซูม่า ก่อนที่ เอแด็น อาซาร์ จะสังหารเข้าไปไม่พลาด ทีมสิงห์บลูส์ ขึ้นนำ 2-1

โปรแกรมบอลในช่วงนาทีที่ 115 สาวก ทีมสิงห์บลูส์ แทบช็อก เมื่อ ทีมปารีสฯ มาได้ประตูตีเสมออีกครั้งเป็น 2-2 จากลูกเตะมุม ติอาโก้ ม็อตต้า เปิดเข้าเขตโทษให้ ติอาโก้ ซิลวา ขึ้นโขกคนเดียวโดดๆ บอลย้อยเสียบตาข่ายเข้าไป

ส่งผลให้จบเกม 120 นาที ปารีสฯ บุกมายันเสมอ ทีมเชลซี ถึงถิ่น 2-2 รวมผล 2 นัดเสมอกัน 3-3 ทำให้ ทีมเปแอสเช ผ่านเข้ารอบก่อนรองฯ ด้วยกฎยิงประตูทีมเยือน


บาเยิร์นถล่มทีมชัคเตอร์10คน 7-0 ลิ่ว8ทีมชปล+คลิป




  • ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปี 2014-2015
  • แข่งในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2
  • แข่งวันพุธที่ 11 มีนาคม 2558
  • ทีมบาเยิร์น มิวนิค 7-0 ทีมชัคเตอร์ โดเนทส์ค
  • ซึ่งผลนัดแรก เสมอกันมาที่บ้านของ ชัคเตอร์ฯ 0-0
  • แข่งที่สนาม : อัลลิอันซ์ อารีนา
วิเคราะห์ผลบอลเปิดฉากครึ่งแรกมาแค่ 3 นาที ทีมบาเยิร์น ได้จุดโทษ โธมัส มุลเลอร์ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ทีมบาเยิร์น ขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 34 เจ้าบ้าน ทีมบาเยิร์น หนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี่ ยิงจังหวะแรกไปติดเซฟของ อังเดร เปียตอฟ นายด่านชัคเตอร์ บอลมาเข้าทาง เยโรม บัวเต็ง ซัดจ่อๆเข้า ไปตุงตาข่าย

จบครึ่งแรก ทีมทีมบาเยิร์น มิวนิก นำ ชัคเตอร์ โดเนทส์ค อยู่ 2-0

ครึ่งหลัง มาถึง นาทีที่ 50 ฟรองค์ ริเบรี่ ยิงด้วยเท้าขวาบอลพุ่งเสียบมุมเข้าไป ทีมบาเยิร์น นำห่าง 3-0

ถัดมา 2 นาที ทีมบาเยิร์น หนีเป็น 4-0 จากจังหวะปัดบอลของ อังเดร เปียตอฟ ไปเข้าทางปืน มุลเลอร์ แปเข้าไปง่ายๆ

ถึง นาทีที่ 64 เจ้าถิ่น "เสือใต้" มาได้ลูกที่ห้า หนีเป็น 5-0 ราฟินญ่า เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าเขตโทษให้ โฮลเกอร์ บัดสตูเบอร์ ขึ้นโหม่งเต็มศีรษะเข้าไป

นาทีที่ 76 เจ้าบ้าน ทีมบาเยิร์น ทิ้งไปไกลเป็น 6-0 จากจังหวะที่ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี่ พักบอลลงหนึ่งจังหวะก่อนกดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 87 ทีมบาเยิร์น มาได้ประตูสุดท้าย หนีเป็น 7-0 จากจังหวะที่ บัวเต็ง เปิดจากฝั่งขวาไปที่เสาสองถึง มาริโอ เกิทเซ่ วิ่งมากดด้วยขวาเข้าไป

จบเกม ทีมบาเยิร์น มิวนิค ถล่ม ชัคเตอร์ โดเนทส์ค ไป 7 -0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก สำเร็จ




ที่มา: http://sport.sanook.com/138245/http://sport.sanook.com/138241/
วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558

ผลฟุตบอลศึกยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบ16ทีมสุดท้าย

ทีมมาดริด พ่าย ทีมชาลเก้ คาถิ่น 3 - 4 

แต่!! กินบุญเก่า ทำให้ลิ่วทะลุเข้า 8 ทีมแชมเปี้ยนส์ ลีก +คลิป




ทีมราชันชุดขาว เจอทีมเยือน ราชันสีน้ำเงิน บุกยิงแซงกลับมาชนะสุดมันส์ 4-3 แต่ไม่เพียงพอต่อการเข้ารอบ ทำให้นัดนี้ส่งมาดริดเข้ารอบแปดทีมสุดท้ายด้วยสกอร์รวม 5-4

สำหรับศึกลูกหนังยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง ที่ สนามซานติอาโก้ เบร์นาเบว เป็นเกมระหว่าง ทีมเรอัล มาดริด ดวล ทีมชาลเก้04 ซึ่งนัดเเรก ทีมเรอัล มาดริด บุกไปเอาชนะมาได้ 2-0

โดยที่เกมนี้ ทีมเรอัล มาดริด ของ คาร์โล อันเชล็อตติ ทำเซอร์ไพรซ์เล็กๆใส่ชื่อของ ลูก้า โมดริช มิดฟิลด์ห้องเครื่องคนสำคัญหายบาดเจ็บมีชื่อเป็นตัวสำรองเกมแรก

ส่วนรายชื่อนักเตะ 11 ตัวจริงสามประสานแดนหน้าทั้ง 1.เบนเซม่า,2.เบล และ 3.โรนัลโด้ ยังลงพร้อมหน้า แต่ว่ามีการปรับในแผงหลังฟูลแบ็คสองข้างเปลี่ยนแปลง ให้อาร์เบลัว เล่นแทน การ์บาฆาล รวมถึง โคเอนเทรา ก็ลงแทน มาร์เซโล่ อีกด้วย

ในขณะที่ ทีมชาลเก้ของ โค้ชโรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ไม่มีอะไรจะเสียต้องบุกเพื่อเอาประตูโดยเร็ว วันนี้วางกองหน้าคู่ทั้ง 1.ฮุนเตลาร์ และ 2.ชูโป-โมติง มาลุ้นประตู มีกลางดาวรุ่งอย่าง มักซ์ ไมเยอร์ คอยเชื่อมเกมแดนกลาง

ซึ่งผลการเเข่งขันปรากฎว่า ทีมชาลเก้04 งัดฟอร์มสุดยอดออกมาโชว์ ด้วยการบุกมาเฉือนชนะ ทีมเรอัล มาดริด ไปได้ด้วยสกอร์สุดตื่นเต้น 4-3

โดยที่ผู้มาเยือนได้ประตูจาก
คริสเตียน ฟุชส์ นาทีที่ 20
คลาส แยน ฮุนเตลาร์ นาทีที่ 40 และนาทีที่ 84
เลรอย ซาเน นาทีที่ 57

ทางเจ้าถิ่นได้ประตูจาก
คริสเตียโน โรนัลโด ในนาทีที่ 25 และนาทีที่ 45
คาริม เบนเซมา นาทีที่ 53

แต่ว่า!!!! อย่างไรก็ตาม ทีมเรอัล มาดริด ถึงแม้จะแพ้ แต่เมื่อรวมผล 2 นัด พวกเขายังผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไปได้สำเร็จ ด้วยสกอร์ผลบอลรวม 5 - 4 เพราะนัดแรก บุกไปอัด ทีมชาลเก พ่ายคารังมาก่อน 2-0





เจ้าพ่อตัวยิงไกล! ของทีมปอร์โต้ง้างเป็นเข้า

หลังพาทีมถล่มบาเซิ่ล 4-0 ฉลุยเข้ารอบ8ทีม +คลิป




  • การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 16 ทีมสุดท้าย นัด 2 
  • แข่งวันอังคารที่ 10 มีนาคม ปี 2558
  • ทีมเอฟซี ปอร์โต้ 4 - 0 ทีมบาเซิ่ล
  • ทีมเอฟซี ปอร์โต้ ผ่านเข้ารอบด้วยประตูรวม 5-1
  • แข่งที่สนาม : เอสตาดิโอ โด ดราเกา
  • กรรมการผู้ตัดสิน : โยนาส อีริคส์สัน

ทีมปอร์โต้ เปิดรังไล่ถล่ม ทีมเอฟซี บาเซิ่ล ไปแบบสบายเกือก 4 - 0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยประตูรวม 5-1 ในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันอังคารที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา

มาดูรายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามกันสักหน่อยดีกว่า

ทีมเอฟซี ปอร์โต้ 4-3-3 :

  1. ฟาเบียโน่ รีเบยโร่ 
  2. ดานิโล่ เปลี่ยนตัว บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้ ลงในนาทีที่ 22
  3. ไมค่อน เปเรยร่า
  4. อีบัน มาร์กาโน่
  5. อเล็กซ์ ซานโดร 
  6. เอ็คตอร์ เอร์เรร่า
  7. กาเซมีโร่
  8. เอวานโดร เปลี่ยนตัว ริคาร์โด้ กวาเรสม่า ลงในนาทีที่ 79
  9. คริสเตียน เตโย่
  10. แว็งซ็องต์ อาบูบาการ์
  11. ยาซีน บราอิมี่ เปลี่ยนตัว รูเบน เนเวส ลงในนาทีที่ 74


ทีมบาเซิ่ล 4-3-3 :

  1. โธมัส วาชลิค 
  2. โตลันต์ ชาก้า
  3. ฟาเบียน ชาร์ เปลี่ยนตัว เบรล เอ็มโบโล่ ลงในนาทีที่ 59
  4. วอลเตอร์ ซามูเอล
  5. เบห์รัง ซาฟารี 
  6. โมฮาเหม็ด เอลเนนี่
  7. ฟาเบียน ฟราย เปลี่ยนตัว โยอิชิโร่ คาคิตานิ ลงในนาทีที่ 63
  8. ลูก้า ซุฟฟี่ 
  9. เดร์ลีส กอนซาเลซ
  10. มาร์โก สเตรลเลอร์ 
  11. ชเคลเซน กาชี่ เปลี่ยนตัว ดาวิเด้ คัลล่า ลงในนาทีที่ 77





ที่มา: http://sport.sanook.com/138117/
วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลเวอร์คูเซ่น vs แอตเลติโก มาดริด

วิเคราะห์บอล ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลเวอร์คูเซ่น vs แอตเลติโก มาดริด




  • วิเคราะห์บอล ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีม นัดแรก 
  • ทีมเลเวอร์คูเซ่น vs ทีมแอตเลติโก มาดริด 
  • แข่งวัน พุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 
  • แข่งเวลา: 02.45 นาฬิกา 
  • แข่งที่สนาม: ไบอารีนา 
  • กรรมการผู้ตัดสิน: พาเวล คราโลเว็ค ประเทศเช็ก 
  • ด้านสภาพอากาศ: 3 องศา, มีฝนเล็กน้อย 
  • ช่องที่ถ่ายทอดสด: TrueSport 3, TrueSport HD, TrueSport HD3


สำหรับผลการพบกัน 2 นัดหลังสุด

  1. วันที่ 16/12/10 ศึกแชมเปี้ยนส์ลีก เลเวอร์คูเซ่น 1 - 1 แอต.มาดริด
  2. วันที่ 30/09/09 ศึกแชมเปี้ยนส์ลีก แอต.มาดริด 1 - 1 เลเวอร์คูเซ่น



ผลงาน 5 นัดหลังสุดของแต่ละทีม

ทีมเลเวอร์คูเซ่น

  1. วันที่ 21/2/15 ผลบอล เสมอ เอาก์สบวร์ก 2 - 2 นัดเยือน
  2. วันที่ 14/2/15 ผลบอล แพ้ โวล์ฟสบวร์ก 4-5 นัดเหย้า
  3. วันที่ 8/2/15   ผลบอล แพ้ เบรเมน 1-2 นัดเยือน
  4. วันที่ 4/2/15   ผลบอล ชนะ แฮร์ธ่า 1-0 นัดเยือน
  5. วันที่ 31/1/15 ผลบอล เสมอ ดอร์ทมุนด์ 0-0 นัดเหย้า


ทีมแอต.มาดริด

  1. วันที่ 21/2/15 ผลบอล ชนะ อัลเมเรีย 3-0 นัดเหย้า
  2. วันที่ 15/2/15 ผลบอล แพ้ เซลต้า 0-2 นัดเยือน
  3. วันที่ 7/2/15   ผลบอล ชนะ เรอัล มาดริด 4-0 นัดเหย้า
  4. วันที่ 31/1/15 ผลบอล ชนะ เออิบาร์ 3-1 นัดเยือน
  5. วันที่ 28/1/15 ผลบอล แพ้ บาร์เซโลน่า 2-3 นัดเหย้า



เช็กความพร้อม-สภาพทีม


ทีมเลเวอร์คูเซ่น

  • ในส่วนของโอเมอร์ ท็อปรัค ติดโทษแบน 
  • ส่วนทางด้าน ทิน เยดไว ยังต้องรอลุ้นฟิต 
  • ส่วน คิริอากอส ปาปาโดปูลอส กับ เอเมียร์ สปาฮิช คงยืนเซ็นเตอร์คู่กัน 
  • ด้าน จูลิโอ โดนาติ นั้นต้องลุ้นว่าจะเบียดลงยืนแบ็กขวาได้หรือไม่ 
  • สำหรับสเตฟาน ไรนาร์ทซ์ พร้อมเป็นตัวเลือกในแดนกลางแล้ว 
  • แต่ว่า ลาร์ส เบนเดอร์ อาจยังไม่ฟิตพอ 
  • และโยซิป เดอร์มิช คงจะยืนศูนย์หน้า

รายชื่อนักเตะโดนแบน: โทเมอร์ ท็อปรัค


ทีมแอต.มาดริด

  • สำหรับโกเก้ ยังไม่หายเจ็บกลับมาเสริมแดนกลาง 
  • ส่วนอาร์ด้า ตูราน อาจชวดบู๊ด้วย ถ้าฟิตไม่ทันจากการบาดเจ็บระหว่างซ้อม 
  • แต่ว่า ติอาโก้ น่าจะพร้อมเป็นตัวเลือกได้ หลังกลับมาลงเล่นในสองนัดหลังสุดแล้ว 
  • ทางด้านของเฟร์นานโด ตอร์เรส คงต้องรอโอกาสในฐานะตัวสำรองไปก่อน 
  • เพราะว่า อองตวน กรีซม็อง กับ มาริโอ มันด์ซูคิช คงจะยืนคู่กันในแนวรุก



มาวิเคราะห์รูปเกม

โดยรวมแล้วทั้งสองทีมฟอร์มแกว่งไปเยอะ ทีมเลวอร์ฯ คงต้องเปิดเกมบุกเพื่อชิงความได้เปรียบไว้ก่อนกับการเล่นในบ้าน เพราะไปเยือน ทีมแอต มาดริดนัดหน้าคงเป็นงานที่หนักขึ้นอีกเยอะ เกมนี้ห้างขายยาต้องเน้นต่อบอลเข้าทำให้แน่นอน เพราะตราหมีดูฉาบฉวยและวูบวาบกว่า แต่ด้วยวินัยของเจ้าถิ่น เกมนี้มีลุ้นแน่และคงไม่พลาดท่าง่ายๆ


รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกที่คาด

ทีมเลเวอร์คูเซ่น 4 - 2 - 3 - 1:

  • 1.แบรนด์ เลโน
  • 27.กอนซาโล่ คาสโตร 
  • 14.คิริอากอส ปาปาโดปูลอส 
  • 5.เอเมียร์ สปาฮิช 
  • 18.เวนเดลล์
  • 6.ไซม่อน โรลเฟส 
  • 3.สเตฟาน ไรนาร์ทซ์
  • 38.คาริม เบลลาราบี้ 
  • 10.ฮาคาน คัลฮาโนกลู 
  • 7.ซอนเฮืองมิน
  • 9.โยซิป เดอร์มิช
โค้ชทีม: โรเจอร์ ชมิดท์


ทีมแอต.มาดริด 4 - 4 - 2:

  • 1.มิเกล โมย่า
  • 20.ฆวนฟราน 
  • 23.มิรันด้า 
  • 2.ดิเอโก้ โกดิน 
  • 3.กีเลอร์เม่ ซีเกร่า
  • 8.ราอูล การ์เซีย 
  • 14.กาบี้ 
  • 5.ติอาโก้ 
  • 17.ซอล นีเกซ
  • 7.อองตวน กรีซม็อง
  • 9.มาริโอ มันด์ซูคิช

โค้ชทีม: ดิเอโก้ ซิเมโอเน่


ผลฟุตบอลฮอตสกอร์: ทีมเลเวอร์คูเซ่น ชนะ 2-3 แอต มาดริด

สำหรับเกร็ดที่น่าสนใจ

  • ข้อแรก ทีมเลเวอร์คูเซ่นไม่ชนะเลยใน 3 นัดหลังสุด เสมอ 1 แพ้ 2 และชนะแค่ 2 จาก 10 เกมหลังเท่านั้น ชนะ 2 เสมอ 5 แพ้ 3
  • ข้อที่สอง ทีมแอตมาดริด เสมอแค่ครั้งเดียวจาก 13 นัดหลังสุด ชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 4 และไม่เสมอเลยใน 8 เกมหลัง
ที่มา: http://sport.sanook.com/134997/