แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มาริโอ บาโลเตลลี่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มาริโอ บาโลเตลลี่ แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2563
เบรสชา สุดทนประกาศยกเลิกสัญญา "บาโลเตลลี่"
เบรสชา สโมสรในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ตัดสินใจประกาศยกเลิกสัญญากับ มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิงตัวเก่งของทีมเป็นที่เรียบร้อย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ดาวยิงวัย 29 ปี หายตัวไม่ยอมมารายงานตัวฝึกซ้อมกับทีมทั้งที่ทางต้นสังกัดได้มีการเรียกรวมพลอีกครั้งเนื่องจากเกมการแข่งขันฟุตบอลลีกใกล้กลับมาแข่งขันอีกครั้ง หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ถือว่าดีขึ้นมาก
โดยที่ผ่านมา บาโลเตลลี่ มักทำตัวมีปัญหาโดยขาดซ้อมกับทีมหลายครั้ง ก่อนที่จะมีปัญหากับ ฟาบิโอ กรอสโซ่ อดีตเทรนเนอร์ของทีมเมื่อปีที่ผ่านมา เท่านั้นยังไม่พอเจ้าตัวยังชอบทำอะไรตามใจตัวเองบ่อยครั้ง
สำหรับ กองหน้าวัย 29 ปี ย้ายจาก มาร์กเซย ทีมดังในลีกเอิง ฝรั่งเศส มาร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา โดยจรดปากกาเซ็นสัญญาค้าแข้ง 3 ปี อย่าไรก็ตามท้ายสุดเจ้าตัวโดนยกเลิกสัญญาหลังขาดซ้อม ซึ่งฝากผลงานไว้ที่ 5 ประตู จากการลงเล่นในเกมลีก 19 นัด
ที่มา: เบรสชา สุดทนประกาศยกเลิกสัญญา "บาโลเตลลี่"
วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559
คัมแบ็ค ! ทีมไหน ? โอ้คุยทีมผู้ดีหวังคืนพรีเมียร์ลีก
คัมแบ็ค ! ทีมไหน ? โอ้คุยทีมผู้ดีหวังคืนพรีเมียร์ลีก
ติดตามผลบอลสด http://sport.sanook.com/program/
มิโน่ ไรโอล่า นายหน้าคู่ใจของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิง นีซ ระบุเอง "ซูเปอร์มาริโอ" ได้เจรจากับทีมในอังกฤษเกี่ยวกับการกลับไปเล่นที่นั่น แต่ยังไม่มีอะไรมากนัก ซึ่งพร้อมติง เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ ของลิเวอร์พูล ที่ตนไม่ยอมให้โอกาสกับ บาโลเตลลี่ มากเท่าไหร่
มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์คนดังของ มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าคนเก่งของ นีซ สโมสรแกร่งแห่งเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส ได้เปิดเผยไปว่านักเตะในความดูแลของตนนั้นได้ไปคุยกับบางทีมในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาเกี่ยวกับการที่จะกลับมาเล่นในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีแล้ว
นับตั้งแต่ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับ นีซ แบบไร้ค่าตัวเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา บาโลเตลลี่ ก็หาได้ฟอร์มเก่งเจออีกครั้ง เมื่อการทำประตูในลีกไปได้ถึง 8 ลูก จนเป็นหนึ่งในกำลังที่สำคัญที่ทำให้ทีมเป็นจ่าฝูงอยู่ในตอนนี้ด้วย
ผลงานดังกล่าวทำให้มีการลือกันว่าหลายทีมใน พรีเมียร์ลีก สนใจที่จะคว้าตัวเขาไปร่วมทีม ซึ่ง ไรโอล่า ก็ยืนยันมาแล้วว่ามันเป็นความจริง แต่ว่ายังเป็นเพียงการเจรจาในเบื้องต้นเท่านั้น
"เราได้พูดคุยกับทีมในอังกฤษไปแล้ว แต่มันยังเร็วเกินไปที่จะพูดอะไรออกมาได้ เราอยากให้สถานการณ์ของ มาริโอ มันเป็นไปแบบวันต่อวัน สำหรับตัว มาริโอ แล้วนั้น ผมก็รู้ดีว่าเขาจะกลับมาทำผลงานได้ดีเลยแบบนี้ ในฤดูกาลก่อนมันเป็นฤดูกาลสุดท้ายเลยของเขากับ ลิเวอร์พูล ส่วนตอนนี้เขามีจิตใจที่มั่นคง และไม่เจ้าอารมณ์อีกแล้ว" ไรโอล่า ระบุ
เอเยนต์ระดับโลกยังตำหนิกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการของทีม ลิเวอร์พูล ด้วยว่า ที่ไม่ยอมให้โอกาส กับ ซูเปอร์มาริโอ มากเท่าไหร่นัก ผมเองยังคิดว่ามันน่าเสียดายที่ คล็อปป์ ไม่ให้โอกาสเขามากพอ แต่ มาริโอ ก็กำลังพิสูจน์ตัวเองให้หลายคนได้เห็นว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง มันยังเป็นอาชีพของเขา ผมจึงคิดว่าเขาเข้าใจหลายอย่าง และก็รู้ดีว่าเขาเคยทำพลาดอะไรไป แต่มันไม่มีประโยชน์ที่จะมองย้อนกลับไป สิ่งเดียวที่เป็นประโยชน์ในตอนนี้คือการมองไปข้างหน้า
วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558
บาโลเตลลี่ถ้าเป็นแบบนี้ไล่เท่าไรก็คงไม่ไป กดยังไงก็ไม่ลง
ถ้าเป็นแบบนี้ไล่เท่าไรก็คงไม่ไป กดยังไงก็ไม่ลง
โดยที่ปกติแล้ว เวลานักเตะซักคนประกาศจุดยืน แสดงความจงรักภักดีต่อสโมสรฟุตบอล ด้วยการยืนกรานว่าไม่คิดจะย้ายไปไหน ขออยู่ประสบความสำเร็จกับทีมแล้วล่ะก็ มันควรจะเป็นเรื่องที่น่าปลาบปลื้มยินดี ทั้งสำหรับสโมสรและแฟนบอล
เพียงแต่ว่าส่วนใหญ่แฟนๆ มักจะช้ำใจกับการเห็นดาวเตะขวัญใจออกมาปฏิเสธสัญญาใหม่ที่สโมสรยื่นให้บ้างล่ะ ออกมาเปรยหรือขู่ว่าจะย้ายบ้างล่ะ
โดยที่บางทีก็อาจจะปวดใจไม่แพ้กัน ถ้านักเตะที่อยากให้ย้ายเต็มที อยากให้โละออกไปไวๆ ดันประกาศว่าให้ตายก็ไม่ย้าย
และมาริโอ บาโลเตลลี่ นั้นคือโปรแกรมพรีเมียร์ลีกนักเตะที่น่าจะทำให้เหล่าเดอะค็อปรู้สึกแบบหลังอยู่
ซึ่งการที่ตลาดนักเตะนักเตะหน้าหนาวกำลังจะปิดลงในวันจันทร์ที่จะถึง หมายความว่าแต่ละทีมมีเวลาเหลืออีกแค่ไม่กี่วันที่จะซื้อหรือขายนักตะให้เสร็จสิ้นก่อนเส้นตาย ไม่อย่างนั้นก็ต้องรอไปจนกว่าฤดูกาลจะสิ้นสุดลง
สิ่งนั้นหมายถึงการพลาดโอกาสปรับเปลี่ยนอะไรให้ทันกาลสำหรับครึ่งที่เหลืออยู่ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุดฤดูกาลนี้
และสำหรับ ทีมลิเวอร์พูล แล้วเป้าหมายหลักในการเสริมทัพอยู่ที่การมองหาศูนย์หน้ามาแทนที่การอำลาไปของ หลุยส์ ซัวเรซ และการเจ็บยาวของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์
การที่คาริม เบนเซม่า กับ เอเซเกล ลาเวซซี่ ที่เป็นสองดาวเตะที่มีชื่อตกเป็นข่าวกับหงส์แดงเป็นพิเศษ หลังจากกองหน้าตัวใหม่ในช่วงซัมเมอร์อย่าง 1.ริคกี้ แลมเบิร์ต และ 2.บาโลเตลลี่ ทำผลงานได้ไม่ดีอย่างที่ถูกคาดหวัง
ทางด้าน แลมเบิร์ต นั้นยังพอมีข้อแก้ตัวได้ว่าไม่ถูก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เรียกใช้หรือให้โอกาสมากพอ เพราะถูกจับนั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่ ต่างกับ บาโลเตลลี่ ที่ถูกทุ่มเงิน 16 ล้านปอนด์ ซื้อมาเสริมทีมฟุตบอลหลังเปิดฤดูกาลไปแล้ว โดยหวังว่าจะมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในแนวรุกให้กับทีม
และบาโลเตลลี่ กลายเป็นตัวเลือกในแนวรุกอันดับแรกไปในทันที หลังจาก สเตอร์ริดจ์ เจ็บไปตั้งแต่นัดที่ 3 ของฤดูกาล ซึ่งเป็นเกมเดียวที่ทั้งคู่ได้ลงเล่นร่วมกันจนถึงตอนนี้
แต่ว่าหลังจากที่ได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่อง บาโลเตลลี่ ก็ยังเบิกสกอร์แรกในพรีเมียร์ลีกในสีเสื้อของลิเวอร์พูลไม่ได้ จนสุดท้ายร็อดเจอร์สก็ไม่ดันทุรังอีกต่อไป ด้วยการปลด เกรียนโอ้ ออกไปเป็นสำรองในที่สุด
โดยที่วิเคราะห์บอลการหลุดทีมไปของเขาส่วนหนึ่งมาจากปัญหาสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยสมบูรณ์ และมีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้ง รวมถึงแผนการเล่นใหม่ที่ให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง มายืนป็นเบอร์ 9 หลอกแทนดูจะได้ผลดี จนทำให้ผลงานของหงส์แดงในช่วงหลังกระเตื้องขึ้นมา
สิ่งนั้นย่อมหมายความว่าโอกาสที่จะลงเล่นในตารางบอลของบาโลเตลลี่คงจะลดน้อยลงไปอีก โดยเฉพาะเมื่อสเตอร์ริดจ์พร้อมจะคัมแบ็กแล้ว
และทางบาโลเตลลี่ ได้ลงเล่นในไฮไลท์พรีเมียร์ลีกเกมล่าสุดด้วยการเป็นตัวสำรองในช่วง 20 นาทีสุดท้าย ของลีกคัพรอบตัดเชือกนัดที่สอง กับ เชลซี เมื่อวันอังคาร ซึ่งบทบาทของเขายังคงเป็นการไม่มีบทบาทใดๆในการช่วยทีมเหมือนเคย
แถมก็ยังมีส่วนทำให้ทีมเสียฟรีคิกจนนำไปสู่ประตูชัยของ ทีมเชลซี ในเกมนี้ด้วย จากการจ่ายบอลพลาดจนเพื่อนต้องไปตัดฟาวล์
โดยที่ฟอร์มของบาโลเตลลี่ในนัดนี้ยิ่งทำให้กระแสข่าวที่ว่าเขาจะถูกหงส์แดงโละทิ้งมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น แม้เจ้าตัวจะเคยออกมาบอกว่าพร้อมจะสู้เพื่อตำแหน่งและพิสูจน์ตัวเองต่อไปก็ตาม
ช่วงเวลาล่าสุด มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของบาโลเตลลี่ ออกมาตอกย้ำถ้อยคำที่บาดหัวใจเหล่าเดอะค็อปหนักขึ้นไปอีก เมื่อบอกว่าเขาได้บอกเกรียนโอ้ไปแล้วว่าให้ลืมเรื่องย้ายทีมไปได้เลย เพราะมีสัญญาอยู่ตั้ง 4 ปี ให้นั่งรับค่าเหนื่อยก้อนโตสบายๆ
และในส่วนโปรแกรมบอลมุมของเอเยนต์แล้ว ปกติจะชอบยุให้นักเตะย้าย เพราะตัวเองจะได้กินเปอร์เซ็นต์จากการซื้อขาย แต่ถ้าขายในช่วงที่ราคาตก ก็หมายความว่าส่วนแบ่งตรงนั้นจะลดน้อยลงไปด้วย
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เอเยนต์ชื่อดังชาวอิตาเลียนรายนี้ จะยื่นคำขาดไปว่าจะไม่เจรจากับทีมไหนทั้งนั้นในช่วงนี้ ถ้าจะพูดเรื่องย้ายก็ต้องรอให้บาโลเตลลี่ทำผลงานให้ดีก่อน จนค่าตัวพุ่งไปซัก 45-50 ล้านปอนด์ ตอนนั้นค่อยมาว่ากัน
และถ้าเกรียนโอ้ทำแบบนั้นไม่ได้ล่ะ? เอเยนต์ผู้ปรารถนาดีแนะนำนิ่มๆ ว่าก็อยู่ไปเรื่อยๆ ให้มันแห้งตายคาแอนฟิลด์นี่แหละ ให้มันรู้กันไปว่า ถ้าไม่ประสบความสำเร็จก็ไม่ย้าย ถึงไล่ก็ไม่เลิก
หากได้ฟังแบบนี้แล้ว ทีมลิเวอร์พูล คงต้องคิดหนักว่าควรจะให้ บาโลเตลลี่ ลงมาเล่นหรือเปล่า? เผื่อจับพลัดจับผลูเล่นดีขึ้นมา จะได้รีบหาทีมมารับเซ้งได้ง่ายขึ้น หรือจะเก็บไว้เป็นสีสันและความบันเทิงให้กับแฟนๆ ต่อไปดี
Babybear
ที่มา: http://sport.sanook.com/129613/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






