แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฟุตบอลไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฟุตบอลไทย แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ส.บอล พร้อมเจรจาทรูวิชั่นฯ จัดแข่งขันฟุตบอลลีก



สมาคมฯ และ บริษัท ไทยลีกฯ ขอเรียนว่ามีความพร้อมที่จะเจรจาหาทางออกเพื่อให้การดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลอาชีพทุกรายการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อวงการกีฬาฟุตบอล ประชาชน และประเทศไทยได้

ที่มา: ส.บอล พร้อมเจรจาทรูวิชั่นฯ
วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ทีมชาติไทย ได้คิวเตะศึกคัดบอลโลกใหม่แล้ว 8 ตุลาคม 63




สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) ประกาศกำหนดการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง ออกมาแล้ว โดยจะแข่งขันในเดือนตุลาคม และจะสิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายน 2563 หากว่าสถานการณ์ดีขึ้น และสามารถเดินทางระหว่างประเทศ

หลังจากที่มีการประชุมหารือกับชาติสมาชิก เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา เกี่ยวกับการกลับมาแข่งขัน ในรายการฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบสองนั้น ทางเอเอฟซี ก็ได้ประกาศกำหนดการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อย โดยจะเริ่มตั้งแต่ช่วงฟีฟ่าเดย์เดือนตุลาคม ไปจนถึงฟีฟ่าเดย์ในเดือนพฤศจิกายน

สำหรับทีมชาติไทย มีกำหนดการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ดังต่อไปนี้


  • ไทย พบ อินโดนีเซีย - วันที่ 8 ตุลาคม 2563
  • ยูเออี พบ ไทย - วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563
  • ไทย พบ มาเลเซีย - วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563


โดยกำหนดการเดิมของ ทีมชาติไทย 3 นัดสุดท้าย ประกอบด้วย

ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก กับ อินโดนีเซีย (เหย้า) วันที่ 26 มีนาคม

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (เยือน) วันที่ 4 มิถุนายน

มาเลเซีย (เหย้า) วันที่ 9 มิถุนายนนั้น

ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก

ที่มา : โปรแกรมคัดบอลโลกทีมชาติไทย
วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563

ฟีฟ่าเดย์ ทีมชาติไทย เตะ นัดกระชับมิตรดวล ปานามา



ทีมชาติไทยชุดใหญ่ เตรียมลงเล่นฟุตบอลนัดกระชับมิตร แบบคิดคะแนนฟีฟ่า แรงกิ้ง กับทีมชาติ ปานามา

โดยล่าสุด สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า เกมอุ่นเครื่อง ของทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในช่วงปฏิทินฟีฟ่าเดย์ออกมาแล้ว

โดยจะพบกับทีมชาติปานามา ทีมอันดับที่ 81 ของโลก จากโซนคอนคาเคฟ ในวันที่ 30 มีนาคม 2563 สำหรับเวลาและสนามแข่งขัน จะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ทั้งนี้ก่อนหน้าที่จะพบกับปานามา ทีมชาติไทย มีโปรแกรม พบกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 ของกลุ่มจี วันที่ 26 มีนาคมนี้  ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน 

ที่มา: ข่าวทีมชาติไทย
วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2563

สมาคมฯ ต่อสัญญา "อากิระ นิชิโนะ" นั่งเฮดโค้ชช้างศึกถึงปี 2022

ตามคาด! สมาคมฯ ต่อสัญญา "อากิระ นิชิโนะ" นั่งเฮดโค้ชช้างศึกถึงปี 2022

วันที่ 24 มกราคม 2563 เวลา 10.30 น. ณ ที่ทำการสมาคมฯ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดงานแถลงข่าว ต่อสัญญาฉบับใหม่กับ อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ และ รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ออกไปถึงปี 2022

อ่านข่าวเพิ่มเติม: https://www.sanook.com/sport/1047562/
วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2563

บิ๊กอ๊อด คอนเฟิร์มเตรียมต่อสัญญา นิชิโนะ ออกไป 2 ปี





บิ๊กอ๊อด คอนเฟิร์มเตรียมต่อสัญญา นิชิโนะ ออกไป 2 ปี


บิ๊กอ๊อด พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยืนยันได้บรรลุข้อตกลงต่อสัญญากับ อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่น ออกไปอีก 2 ปี และจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ วันศุกร์ที่ 24 มกราคมนี้

อ่านเพิ่มเติม ต่อสัญญา นิชิโนะ 2 ปี
วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2563

บังยี ลั่นพร้อมชน บิ๊กอ๊อด ท้าชิงเก้าอี้นายกบอลไทย


ข่าวฟุตบอลไทย: บังยี พร้อมท้าชิงเก้าอี้นายกบอลไทย



บังยี วรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประกาศชัดเจนเตรียมหวนกลับมาท้าชิงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย อีกครั้งในสมัยหน้าที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ นี้

หลังจากที่ "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ คนปัจจุบันกำลังจะทำหน้าที่ครบวาระ 4 ปี ทำให้ตามกฎต้องมีการเลือกตั้งนายกคนใหม่ขึ้น ซึ่ง "บังยี" ยืนยันหนักแน่นพร้อมช่วงชิงตำแหน่งแน่นอน

โดยชูนโยบายจะทำให้วงการฟุตบอลไทยกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง พร้อมประกาศหากตนได้เป็นนายก จะนำ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตกุนซือทีมชาติไทย กลับมาคุมทีมชาติไทยอีกครั้ง

อ่านข่าวต่อได้ที่ : บังยีพร้อมท้าชิงเก้าอี้นายกบอลไทย
วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

โปรแกรมแข่งขัน ซีเกมส์ 2019: อังคาร 26 พฤศจิกายน 2562

โปรแกรมแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ 2019 ประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562


โปรแกรมซีเกมส์ 26 พฤศจิกายน 2562


  • ฟุตบอลชาย

รอบแบ่งกลุ่ม

กลุ่ม B

15.00 น. ไทย พบ อินโดนีเซีย (ถ่ายทอดสด ช่อง 7)
19.00 น. ลาว พบ สิงคโปร์


  • ฟุตบอลหญิง

รอบแบ่งกลุ่ม

กลุ่ม A

15.00 น. ฟิลิปปินส์ พบ เมียนมา

กลุ่ม B

15.00 น. ไทย พบ เวียดนาม (ไม่มีถ่ายทอดสด)

ข่าวโดย : ซีเกมส์ 2019
วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

ข่าวฟุตบอล: เรื่องนี้ปล่อยให้ โค้ชซิโก้ ตัดสินใจเถอะ

เรื่องนี้ปล่อยให้ โค้ชซิโก้ ตัดสินใจเถอะ





ซึ่งในทันทีที่รายชื่อของ 20 ขุนพลแข้งฟุตบอลทีมช้างศึก ชุดทำศึกคิงส์คัพ ดินแดนเมืองย่าโม โคราช ในต้นเดือนหน้า ถูกตีข่าวออกไป

ก็ได้มีคำถามมากมายยิงตรงไปถึง โค้ชเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ผู้เป็นหัวหน้าทีมงานสตาฟโค้ช

ว่าทำไม?  ไม่มีชื่อ คนโน้น คนนี้!

สำหรับ โค้ชซิโก้ ผู้ที่นำพาทีมชาติไทยวิ่งชนความสำเร็จมาตลอด 2 ปีเต็ม ๆ ที่รับงาน ไล่ตั้งแต่

  1. ซีเกมส์
  2. เอเชียนเกมส์ 
  3. เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 


ที่กำลังถูกจับตาจากแฟนบอลบางคน ผมย้ำนะครับ ว่าแค่บางคน!




โดยที่โค้ชซิโก้ ที่เป็นเฮดโค้ชใหญ่ทัพช้างศึก

สำหรับการหมางเมินผู้เล่นอย่าง

  1. ธีราธร บุญมาทัน
  2. มิก้า ชูนวลศรี
  3. ประทุม ชูทอง 


นั่นคือกระแส และ สิ่งที่แฟนโปรแกรมบอลกำลังตั้งคำถามถึงเฮดโค้ชใหญ่ว่า 3 คนนี้ ไม่มีชื่อในทีมชาติไทยชุดนี้

และสำหรับเจ้า อุ้ม ธีราธร คือประเด็นที่กำลังถูกถกเถียงว่า ฟอร์มแจ่มแจ๋วมาตลอดปี และฝีเท้าระดับนี้ เขาไม่ดีพอสำหรับทีมชาติหรืออย่างไร?

ในมุมมองของผม ผมบอกเลย ชั่วโมงนี้ เมื่อวัดกันที่ฝีเท้าล้วนๆ ยังไงแล้ว แบ็กซ้ายจอมเทคนิกจากค่ายบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รายนี้ น่าจะเป็นเบอร์ 1 ของทีมชาติไทย

แต่ว่าลึกๆแล้ว ผมมองว่า การที่ โค้ชซิโก้ นั้นไม่เรียก ธีราธร คืนสู่ทีมชาติน่าจะมาจากเหตุผลที่ว่า ในทีมเวลานี้ สำหรับ เจ้าบาส พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา แบ็กซ้ายดาวรุ่งจาก ทีมมังกรไฟ เทโรศาสน ที่โชว์ฟอร์มได้ดีอยู่แล้ว ที่สำคัญ การเข้าขารู้ใจภายในทีม มีมากกว่าเจ้าอุ้ม




ธีราทร - ประทุม 2 กองหลังฟอร์มเยี่ยมในลีก แต่ไร้ชื่อในทีมชุดนี้


เพียงแต่กระแสวิเคราะห์ผลบอล ที่กดดัน และ วิจารณ์ไปทั่วโลกโซเชี่ยล ต่างก็มองว่า ที่ โค้ชซิโก้ นั้นไม่เรียกตัว เจ้าอุ้ม อาจจะเป็นเพราะช่วงเอเชียนเกมส์ เมื่อปลายปีที่แล้ว ต้นสังกัดอย่าง ทีมบุรีรัมย์ฯ นั้นไม่ยอมปล่อยตัว เจ้าอุ้ม และ ตัวของประทุม นั้นไปร่วมทีม เลยทำให้เวลานี้เขาทั้งคู่ไม่มีชื่อในคิงส์คัพหนนี้

โดยที่เรื่องนี้ผมเชื่อนะครับว่า อาจจะมีมูล แต่ลึกๆแล้ว ผมอยากให้แฟนบอลมองในมุมของผู้ที่ขึ้นชื่อว่า หัวหน้าโค้ช ดูบ้าง

ซึ่งจำได้หรือไม่ว่า ก่อนที่ โค้ชซิโก้ และ เหล่านักเตะดาวรุ่งชุดนี้ จะเดินทางไปทำภารกิจทวงบัลลังก์แชมป์ซูซูกิคัพ พวกเขาก็โดนดูถูก ว่าจะได้แชมป์ด้วยผู้เล่นอายุน้อยแบบนี้นะหรือ?

แล้วมันจะเป็นไงล่ะ?




โดยที่ความสำเร็จล่าสุดของ แชมป์อาเซียน

สำหรับเด็กชุดนี้ ได้สยบทุกเสียงวิจารณ์ โดยได้ถีบตัวเองไปสู่ตำแหน่งแชมป์ได้อย่างสวยสดงดงาม พร้อมกับโชว์ให้คนทั้งอาเซียนเห็นว่า การเป็นผู้ชนะทั้งในและนอกสนาม เขาทำกันอย่างไร!

และเรื่องที่สำคัญไปกว่านั้น ผลบอลทีมชุดนี้ได้เรียกสิ่งที่ขาดหายไปในวงการฟุตบอลไทยนั่นคือ ศรัทธา ด้วยฟอร์มที่ตราตรึงใจตลอดทั้งทัวร์นาเม้นท์

ดังนั้นที่ร่ายมายาวขนาดนี้ ผมเพียงแต่อยากจะบอกว่า ในเมื่อเรามี ศรัทธาในฟุตบอลทีมชาติของเรา

เรา ศรัทธาในตัวโค้ชของเรา  แล้วเราจะไม่ ศรัทธาต่อการตัดสินใจของผู้วางหมากของเราเช่นนั้นหรือ?

เรื่องโดย : บ.ส้มซิ่ง

วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สกู๊ปวิเคราะห์บอลพิเศษสำหรับฟุตบอลไทยและ คำพูดของโค้ชซิโก้

เมื่อต้นกล้ากำลังเกิด ก็อย่าเพิ่งเร่งให้โตไวนัก






ซึ่งหลังจากจบภารกิจพิชิตแชมป์แบบสุดระทึก ทีมชาติไทยเดินทางมาถึงมาตุภูมิ ห้วงเวลานี้คือการเดินสาย ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุน

ในขณะเดียวกันการเตรียมทีม ชุดแห่งอนาคตนี้ ได้ถูกยิงคำถามว่า เราจะไปบอลโลกใช่หรือไม่?

ก็ต้องขอบอกว่า ใจเย็นเย็นครับลูกเพ่! มันยังไม่ใช่เวลานี้ครับ...

หลังจากที่เราเพิ่งวิ่งชนความสำเร็จ พร้อมกับเสียงชื่นชมจากคนทั่วทั้งประเทศ ไม่ผิดหรอกครับที่หลายคนจะมองไกลไปถึงฟุตบอลโลก




เพียงแต่ ผมขอบอกได้เลยว่า มันยังไม่ใช่เวลาอันใกล้นี้หรอก เราต้องค่อยๆ ขยับไปทีละขั้น จะดีกว่าครับ

เริ่มแรกที่ทัวร์นาเม้นท์ ปลายปีหน้าก่อนเลยดีกว่าใน ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่แดน ลอดช่อง ประเทศสิงคโปร์

นัดนี้ผมขอบอกว่าทีมฟุตบอลทีมชาติไทย กับ การป้องกันแชมป์ จะจัดหนักจัดเต็มอย่างแน่นอน!

ซึ่งทำไม? ผมถึงมั่นใจและกล่าวเช่นนั้นออกมา

ก็แหม จะไม่ให้พูดวิเคราะห์ผลบอลแบบนี้ได้อย่างไร ในเมื่อเหลือบไปมองรายชื่อผู้เล่นจากชุด แชมป์ซูซูกิคัพ 2014 หนนี้ ที่บรรดานักเตะเลือดหนุ่มที่อายุยังน้อย พวกเขามีโอกาสได้ลงวาดลวดลายใน ศึกซีเกมส์ปลายปีหน้า ได้กว่าครึ่งทีมเลยทีเดียว


  • ชนินทร์ แซ่เอียะ อายุ 22ปี
  • พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา อายุ 21ปี
  • อดิศร พรมรักษ์ อายุ 21ปี
  • นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม อายุ 20ปี 
  • ธนบูรณ์ เกษารัตน์ อายุ 21ปี
  • อาทิตย์ ดาวสว่าง อายุ 22ปี 
  • สารัช อยู่เย็น อายุ 22ปี
  • ชาริล ชัปปุยส์ อายุ 22ปี 
  • ชนาธิป สรงกระสินธ์ อายุ 21ปี 
  • อดิศักดิ์ ไกรษร อายุ 23ปี





และส่วนรายชื่อนักเตะ ชุดแชมป์โปรแกรมบอลซีเกมส์ ที่ประเทศเมียนมาร์ คนที่สามารถเล่น ศึกซีเกมส์ ที่ประเทศสิงคโปร์ได้อีกก็มีดังนี้


  • นูรูล ศรียานเก็ม อายุ 22ปี 
  • ภิญโญ อินพินิจ อายุ 22ปี 
  • ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ อายุ 21ปี 
  • สุริยา สิงห์มุ้ย อายุ 19ปี 
  • ปกรณ์ เปรมภักดิ์ อายุ 21ปี 
ซึ่งถ้าดูจากฟอร์ม และ กระแสของฟุตบอลไทยเวลานี้ เมื่อเห็นรายชื่อของพวกเขาแล้ว

แล้วถ้าจะบอกว่าเราเป็น ทีมเต็ง 1 ของซีเกมส์ ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่เกินจริง แถมรายชื่อเหล่านี้ ยังไม่รวม ดาวรุ่ง ดาวโรจน์ ที่กำลังรอเวลาโผล่ขึ้นมาอีกนะครับ

ตัวผมเชื่อลึกๆ ว่า ขอเพียงแค่เราไม่ประมาท เก็บตัวอย่างต่อเนื่อง พยายามหาแมตช์อุ่นเครื่องไม่ให้ขาด รับรองนักเตะ ชุดแห่งอนาคต คงจะหยิบแชมป์ซีเกมส์ มาให้ประเทศไทยได้ไม่ยาก




และส่วนเรื่องการลงคัดเลือกบอลโลก 2018 ในช่วงปลายปีหน้า ผมเห็นด้วยกับประโยคของ ซิโก้ ที่บอกว่า ต้นกล้ากำลังเกิด อย่าเพิ่งเร่งให้โตไวนัก

ซึ่งเราอย่าเพิ่งรีบร้อนไปเลยครับ เพราะนักเตะชุดนี้ยังรอคอยเวลาเติบใหญ่อย่างแข็งแกร่ง เรื่องการได้ไปโลดแล่นใน ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ยังเป็นเรื่องยากอยู่มหาหินเฉกเช่นเดิม

ถ้าหากทีมชาติไทย นั้นพยายามสร้างทีมชุดนี้ ให้ยกระดับขึ้นไปอยู่แนวหน้าของเอเชียให้ได้เสียก่อน จากนั้นการมองไปถึงการเข้ารอบบอลโลกรอบสุดท้าย ค่อยมาว่ากันอีกที

คำที่ว่า บอลไทยไปบอลโลก ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ หากทุกส่วนทุกฝ่ายไม่ช่วยกันลงมือทำ

ส่วนไอ้คนที่เอาแต่พูด เอาแต่ด่าว่า ไร้สาระ บอลไทยเนี่ยนะ จะไปบอลโลก ผมขอเถอะครับ! บางครั้งมันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมานะ

ถ้าจะติเพื่อก่อ อันนี้ผมว่าน่าเคารพ แต่ไอ้พวกที่วิจารณ์แบบไร้เหตุและผล โดยหารู้ไม่ว่า ตัวเองกำลังโชว์รอยหยักในสมองอันน้อยนิดออกมา ผมว่าก็หยุดเถอะครับ




ซึ่งสุดท้าย เรื่องบอลโลก กับ ทีมชาติไทย ผมยกเอาตัวอย่างที่น่าชื่นชมอย่าง ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเขาเองก็สร้างทีมมานานกว่า 30 ปี ก่อนที่พวกเขาจะได้ไปเชิดหน้าชูตาในรอบสุดท้ายของศึกลูกหนังโลกได้

ประเทศไทยเราเองก็เช่นกัน การได้เริ่มต้นนับ1..2....3 แบบวันนี้ ในสักวันนึง เราจะไปถึงฝั่งฝันที่ไม่ใช่แค่เรื่อง เพ้อเจ้อ อีกต่อไป

เรื่องโดย : บ.ส้มซิ่ง



โค้ชซิโก้ คือหนึ่งความภูมิใจของวงการฟุตบอลไทย





สำหรับศึกที่เพิ่งจบไปหมาดๆ กับการทวงบัลลังก์แชมป์จ้าวอาเซียน ของเหล่าขุนพลนักเตะ ทีมชาติไทย ที่สามารถคว้าแชมป์ซูซูกิคัพ 2014 ปิดฉากการรอคอยมาถึง 12 ปีเต็มได้อย่างงดงาม

แต่ก็กว่าจะได้มา ทำเอาดราม่าสุดๆ เหมือนกัน หลังถูกทัพ ทีมเสือเหลืองถลุง นำ 3 - 0 ก่อนที่จะฮึดกลับมาสู้ซัดสองลูกรวดในช่วง 10 นาทีสุดท้าย นั่นทำให้ผลรวม 2 นัด ไทยนำผลบอล 4 - 3 และกลับมาเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด เล่นเอาแฟนบอลชาวไทยใจหายใจคว่ำกันเลยทีเดียว




ซึ่งงานนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับหัวจิตหัวใจนักเตะไทยที่ แกร่งเยี่ยงเพชร และยังมีสปิริตยืนหยัดสู้จนวินาทีสุดท้าย โดยนี่ก็ถือเป็นการคืนความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศในอีกรูปแบบหนึ่ง

เพียงแต่ถ้าจะยกให้ โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็น แมน ออฟ เดอะ เยียร์ ผมก็มั่นใจได้เลยว่าแฟนบอลชาวสยามประเทศคงไม่ปฎิเสธกับตำแหน่งนี้อย่างแน่นอน

และเนื่องด้วยผลงานอันสุดสะเด่านับตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วกับการซิวแชมป์ ศึกลูกหนังซีเกมส์ ต่อด้วยการคว้าแชมป์อันดับที่ 4 ในศึกเอเซียนเกมส์ ล่วงเลยจนมาถึง ศึกซูซูกิ คัพ 2014 มันทำให้คนไทยมีความสุขมาโดยตลอดกับ การนั่งดูทีมไทยลงเตะ

แต่ใครจะรู้ไหมครับ กว่าอดีตศูนย์หน้าตัวเก่ง ของเมืองไทยจะมาถึงขนาดนี้ได้ต้องเจออุปสรรคอะไรบ้าง แน่นอนกับการตัดสินใจเข้ามาเป็นโค้ชทีมชาติไทยชุดใหญ่ก็เหมือนการสวมหัวโขนที่ต้องคอยกำกับและกระตุ้นนักเตะในทีมเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้




ด้วยเหตุผลที่เรื่องที่จะต้องแบกรับความกดดันจากการคาดหวังจากหลายๆ ด้าน รวมถึงแฟนบอลชาวไทยที่อยากเห็นสำเร็จในทุกๆ รายการที่แข่งขัน

และถ้าเราจะให้มองถึงการคุมทีมชาติไทยนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย โดยเฉพาะการคัดเลือกนักเตะที่มาจากหลายๆ สโมสร ซึ่งอาจจะเป็นซุปตาร์ของสังกัดนั้นๆ แน่นอนระบบแท็กติกการเล่นก็จะแตกต่างกันไป

และแถมยังเลือกมาก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์แบบ เพราะต้องมาขัดเกลาหลอมรวมให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเองทั้งในและนอกสนาม ซึ่งก็ถือว่าทำได้ยากกับแข้งวัยรุ่นช่วง 20 ต้นๆ

เพียงแต่ว่า ด้วยคาแร็กเตอร์ส่วนตัวของ โค้ชซิโก้ ที่มีพื้นฐานดีเยี่ยมในด้าน ระเบียบวินัย มันเลยเป็นจุดแข็งที่ติดตัวมาโดยตลอด ครั้งยังเป็นนักเตะจนทำให้กลายเป็น 1 ในสุดยอดศูนย์หน้าที่ดีที่สุดของเมืองไทยคนนึง




และรูปแบบการสร้างทีมที่เห็นได้ชัด คือไม่นิยม เด็กเส้นเด็กฝาก เหมือนโค้ชต่างชาติที่เคยผ่านมา ที่สามารถลบภาพฟุตบอลไทยเก่าๆ ได้อย่างราบคาบ

โค้ชโก้ใช้ความเข้าใจในบุคลิกภาพของนักเตะและประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับลูกกลมๆ ที่หาไม่ได้จากชั้นเรียน มาปรับเปลี่ยนแก้ไขและถ่ายทอดสู่นักเตะในทีมได้อย่างลงตัว

ซึ่งจากที่เมื่อก่อนทีมชาติไทยที่สภาพเหมือน ผู้ป่วยอาการโคม่า ที่รอวันตายอย่างเดียว กลับคึกคักขึ้นมาอีกครั้งอย่างภาพที่เราได้เห็นกันไป




เพียงแต่ว่าภายใต้การคุมทีมของอดีตศูนย์หน้าจอมตีกาคนนี้ นั่นทำให้คนไทยเริ่มมีศรัทธากลับมาพร้อมกับความหวังถึงความสำเร็จในเกมระดับชาติอย่างการไปเล่นฟุตบอลโลกที่ชาวไทยหลายคนอยากสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต

และสิ่งนี้มันก็มีโอกาสเหมือนกัน หากเรารักษาระดับการเล่นแบบนี้ เล่นให้มันส์ เล่นให้สนุก เล่นให้เต็มที่จนวินาทีสุดท้าย

ซึ่งหากเป็นไปได้อยากให้นักเตะชุดนี้เล่นกันไปเรื่อยๆ จะได้รู้ใจกันมากขึ้น เพราะมันคือสิ่งสำคัญของคำว่า ทีมเวิร์ค

โดยที่สิ่งนี้นี่คือสาเหตุทั้งหมด ที่ว่าทำไม โค้ชซิโก้ ถึงเป็นหนึ่งในความภูมิใจฟุตบอลไทยและเป็นขวัญใจของแฟนบอลไทยทั้งประเทศไปโดยปริยาย




โดยที่สุดท้ายนี้ยังไงก็ต้องขอขอบคุณ โค้ชซิโก้ และบรรดานักเตะรวมถึงสตาฟฟ์โค้ชในทีมทุกคน ที่ช่วยกันพาทีมคว้าแชมป์ซูซูกิคัพ หนนี้

ผมก็ถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่ล้ำค่ามากๆ และเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศจะจดจำไปอีกนานแสนนาน



เรื่องโดย : มิดไนท์
วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ฟุตบอลไทย: รวมข่าวบอลไทย นัดไทย vs มาเลเซีย 2-0

มาดูคลิปไฮไลท์ ไทย ถล่มมาเลย์ 2 - 0 ซูซูกิคัพนัดแรกกันดีกว่า




หลังจากจบเกมนัดแรกไปพร้อมกับความสะใจของเหล่าแฟนบอลไทย หลังทีมชาติไทย ไล่อัด ทีมเสือเหลือง มาเลเซีย 2 - 0 ในศึก ฟุตบอล ซูซูกิคัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศ


งั้นเราลองมาดูคลิปไฮไลท์ ชัยชนะของทีมชาติไทย กันอีกครั้งดีกว่า





คลิปไฮไลท์ฟุตบอล ทีมไทย ถล่ม ทีมมาเลย์ 2 - 0 รอบชิงชนะเลิศ ซูซูกิคัพ 2014 นัดแรก


มาดูกันจะๆ จังหวะที่ทีมชาติไทยเล่นลิงชิงบอลถึง 22 ครั้ง!!




เราลองมาดูกันอีกทีกับจังหวะต่อบอลสุดเหนือชั้นของ ทีมขุนพลช้างศึก ในช่วงท้ายเกม ที่เล่นงานนักเตะ ทีมเสือเหลือง แบบงงเต๊กทั้งทีม ก่อน ชัปปุยส์ ได้จบจังหวะสุดท้าย แต่เสียดายที่ บอลไม่ตรงกรอบแต่ว่าได้ใจแฟนบอลไปเลยทั้งสนาม

ซึ่งเหตุการณ์สุดสวยเกิดขึ้นในนาทีที่ 88 ของเกม ขณะที่ทีมชาติไทยนำทีมชาติมาเลเซียอยู่ผลบอล 2 - 0 เมื่อขุนพลช้างศึกขึ้นเกมจากกลางสนามในแดนตัวเอง ต่อบอลสไตล์ที่เรียกว่า "ติกิ-ตาก้า" แบบเหนือชั้น

และในจังหวะนี้นักเตะไทยสัมผัสบอลและส่งให้กันถึง 22 ครั้ง ก่อนที่จังหวะสุดท้ายจะเป็น ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางตัวเก่งของทีมได้โอกาสสับไกยิงในกรอบเขตโทษ แต่น่าเสียดายที่ถูกผู้เล่นมาเลเซียเข้ามาบีบ ทำให้ยิงเฉียดเสาออกหลังไปแบบได้ลุ้น พร้อมเสียงปรบมือกึกก้องทั่วสนาม

เราลองมาชมจังหวะที่สวยงามและเปี่ยมไปด้วยทีมเวิร์คนี้ชัดๆ อีกครั้งกันนะครับ





และนอกเหนือจาก 2 ประตูของทีมไทย นี่สุดยอดช็อตประจำเกมนี้อย่างแท้จริงเลยทีเดียว



จัดคะแนนความสามารถของนักเตะไทย หลังเกมอัดมาเลย์ 2 - 0 รอบชิง ซูซูกิคัพ 2014




จบไปพร้อมกับความสะใจของ แฟนบอลชาวไทยทั่วประเทศ หลังทีมชาติไทย ไล่อัด ทีมเสือเหลือง มาเลเซีย 2-0 ในศึก ฟุตบอล เอเอฟเอฟซูซูกิคัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศนัดแรก

ซึ่งผลจากชัยชนะในเกมนี้ ทำให้โอกาสที่ไทยจะก้าวไปคว้าแชมป์มีสูงมาก ที่สำคัญเราไม่เสียประตูซะด้วยซิ

ถ้าดูจากฟอร์มสุดเริ่ดของนักเตะจากสยามประเทศ คงต้องบอกว่าเล่นกันได้อย่างถูกใจพระเดชพระคุณจริงๆ

และวันนี้เราก็ยังมีวิเคราะห์บอลคะแนนความสามารถของนักเตะทุกๆคนในสนาม มาฝากกัน เช่นเคยนะครับ




เราลองมาดูคะแนนความสามารถนักเตะไทย คะแนนเต็ม 10 คะแนน

มาเริ่มที่คนแรกเลย กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ : การอ่านเกมและการตัดสินใจออกมาตัดบอลใน หลายๆครั้งของ เจ้าตอง นั้นตอกย้ำว่าฉายา เทพกวินทร์บินได้ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย หากแต่มันมาเพราะฝีมือของเขาอย่างแท้จริง
เล่นได้แบบนี้ก็เอาไปเลยครับคะแนน : 9/10

คนที่สอง พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา :  แบ๊กซ้ายตีนระเบิด จากทีมบีอีซีฯ สำหรับในเกมนี้ เขาได้พิสูจน์ผลงานในสนามได้อย่างดี แม้การเติมเกมในแนวรุกในวันนี้จะยังน้อยไปหน่อย แต่เกมรับของเขาก็แสดงให้เห็นว่า แบ็คซ้ายทีมชาติไทยเวลานี้ต้องยกให้เขาคนนี้จริงๆ
คนนี้ก็เอาไปเลยคะแนน : 9/10

คนที่สาม สุทธินันท์ พุกหอม : เขาใช้ประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดชีวิตการค้าแข้ง เกมวันนี้ กองหลังตัวเก่งจาก ทีมชลบุรี เอฟซี โชว์ศักยภาพความนิ่งและตัดบอลได้หลายต่อหลายครั้ง
คะแนน : 9/10

คนที่สี่ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ : ในช่วงแรกดูจะไม่นิ่ง แต่หลังจากปรับจูนได้ ทุกอย่างก็อยู่ในการควบคุมของ ธนบูรณ์ ที่สำคัญการอ่านเกม และการเข้าปะทะในจังหวะที่พอดิบพอดี คือสิ่งที่แฟนบอลได้เห็นในเกมนี้
คะแนน : 9/10

คนที่ห้า นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม : สุดยอด แบ๊คขวาพลังเทอร์โบ วิ่งไม่มีหมด ความฟิตที่มีเกิน 100 เปอร์เซนต์ วิ่งอย่างไรก็ไม่หมด โดยเฉพาะในครึ่งหลัง ผลงานเข้าตาดีเหลือหลาย
เอาใจไปเลยคะแนน : 9/10




คนที่หก ชาริล ชัปปุยส์ : มิดฟิลด์ขวัญใจสาวๆ ไม่ได้มีดีแค่ความหล่อ วันนี้ลูกครึ่งไทย - สวิส รายนี้ ฟอร์มเด่นกว่าหลายๆ นัด ทั้งทักษะฟุตบอลที่หาตัวจับได้ยาก แถมซัดประตูปลดล็อกให้ทีมชาติไทย ทำให้ทุกอย่างอยู่ในกำมือของทีมในทันที
คะแนน : 10/10

คนที่เจ็ด สารัช อยู่เย็น : เรียกได้ว่า เขาเป็น มดงานตัวจริงเสียงจริง ซึ่งคงต้องยกให้เจ้าหมอนี่ สารัช อยู่เย็น คือมนุษย์ที่ทำงานหนัก และทุ่มเทเหลือเกิน การตามเก็บกวาดผู้เล่น ทีมมาเลเซีย ก่อนที่จะมาถึงกองหลัง คือจุดเด่นที่หาตัวจับยาก และเวลานี้เขาคนนี้ คือตัวตัดเกมที่ดีที่สุดของเมืองไทยไปแล้ว
ให้คะแนน : 10/10




คนที่แปด เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ : หรือ เจ้าก้อง แม้ว่า จะดูหนืดๆ ในช่วงต้นเกม แต่ครึ่งหลังปรับรูปแบบการเล่นได้ดี ลูกยิงแบบเข้าขารู้ใจกับ ชนาธิป ในลูก 2 - 0 เป็นอะไรที่ดูกี่ทีก็ไม่มีเบื่อ
เอาไปเลยคะแนน : 9/10

คนที่เก้า มงคล ทศไกร : หลังจากลงสนามมา ก็มาบีบมานวด จนแนวรับเสือเหลืองอ่อนปวกเปียก ทำผลงานตามหน้าที่ที่ได้รับมาอย่างขยันขันแข็ง แม้ฟอร์มจะไม่โดดเด่นอะไรมาก แต่มงคล ก็รักษามาตรฐานของตัวเองไว้ได้ดีเช่นเคย
ส่วนตัวผมให้คะแนน : 9/10

คนที่สิบ ชนาธิป สรงกระสินธ์ : หรือ เมสซี่ไทยแลนด์ หลังจากได้โชว์ความจี๊ดจ๊าดตลอดทั้งเกม การไปกับบอลด้วยความเร็ว ฉีกกองหลังมาเลย์เป็นริ้วๆ และลูกจ่ายแบบใจกว้างให้กับ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ทำประตู มันเป็นอะไรที่บ่งบอกว่าไอ้หมอนี่ไม่ธรรมดาจริงจริ๊ง!
เอาไปเลยคะแนน : 10/10

คนที่สิบเอ็ด อดิศักดิ์ ไกรษร : หลังจากที่เพิ่งพ้นโทษแบนกลับมา ก็ลงมาสร้างความปั่นป่วนให้กับผู้มาเยือนในทันที ลูกหนักลูกใหญ่ คือจุดเด่นของเจ้ากอล์ฟ การเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ลำบาก เขาทำได้ไม่มีที่ติ น่าเสียดายที่ลูกหลุดเดี่ยวในท้ายครึ่งแรก ไม่เป็นประตู แต่แค่นี้ก็ถือว่าเขาทำตามเป้าหมายของตัวเองได้เป็นอย่างดี
ให้คะแนน : 9/10

คนที่สิบสอง ประกิต ดีพร้อม : เรียกได้ว่า เป็นยอดตัวสำรองในเกมนี้ เพิ่งลงมาก็ป่วนแนวรับของมาเลย์ในทันที ยิ่งลูกจ่ายให้เจ้าเจ หลุดไปเปิดให้เจ้าก้อง ส่องประตูที่ 2 มันตอกย้ำว่าเขาคือพ่อหนุ่มเท้าชั่งทองจริงๆ
เอาไปเลยคะแนน : 9/10

คนที่สิบสาม อดุลย์ หละโสะ : เขาลงมาทำหน้าที่แทนรุ่นน้องอย่าง สารัช และ อดุลย์ หละโสะ ก็ไม่ได้โชว์ผลงานอะไรมากนัก แต่การคุมจังหวะเกมที่ดี น่าจะเป็นอะไหล่ชิ้นดีของทีมชาติไทยในยามที่ไม่มีสารัช อยู่เย็น แน่นอน
ให้คะแนน : 9/10



และคนสุดท้ายที่เราจะขาดไม่ได้เลย สำหรับ โค้ชเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง : ซึ่งเป็นกุนซือผู้เต็มไปด้วยมาดของผู้นำ ซึ่งเดินหน้าทำผลงานได้ดีจนเป็นที่ยอมรับ เกมนี้โค้ชโก้วางหมากได้อย่างยอดเยี่ยม ทีเด็ดจากการเปลี่ยนตัวของเขา นั้นคืออาวุธร้ายที่คู่แข่งต้องขยาด

และชายคนนี้นี่แหล่ะคือ ผู้ที่ปลุกวงการโปรแกรมฟุตบอลไทยให้กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง ที่สำคัญการได้เห็นเด็กๆ ของเขาเล่นบอลในจังหวะเดียว จนเกือบเป็นที่มาของประตู 3 - 0 เป็นอะไรที่เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น กับรูปแบบการเล่นเฉกเช่นนี้
คนนี้จะมีกี่คะแนนก็ไม่พองั้นเอาไปเลย : 100/100


ที่มาโดย บ.ส้มซิ่ง

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ถ้าหากบอลไทยชุดเอเชียนเกมส์มันดีกว่า แล้วพี่จะฝืนไปใย?

ถ้าหากทีมชุดเอเชียนเกมส์มันดีกว่า แล้วพี่จะฝืนไปใย?




ซึ่งก่อนที่จะได้ยกพลไปแข่งในศึกชิงจ้าวอาเซี่ยน ที่แดนลอดช่อง โดยที่ กุนซือใหญ่ นั้นได้ย้ำมาเสมอนี่คือชุดใหญ่ทีมฟุตบอลชาติไทย และตนเพียงยึดทีมเอเชียนเกมส์เนื่องด้วยเวลาที่จำกัด

โดยที่ผลงานใน 3 นัด ของการอุ่นแข่ง
  1. ชนะ ฟิลิปปินส์ผลบอล 3-0
  2. ชนะ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซีผลบอล 1-0 
  3. ชนะ นิวซีแลนด์ผลบอล 2-0 

ซึ่งอาจดูสวยงามในรูปแบบของผลการแข่งขัน

สำหรับส่วนตัวผมแล้ว ความต่อเนื่องในรูปเกม และความเข้าใจในระบบ หรือจะพูดตรงๆ คือ ซึ่งการเข้าขารู้ใจ กันในทีม มันเทียบกันไม่ได้เลย กับทีมชุด อินชอนเกมส์




และจากหลังที่ผ่านผลงานนัดแรกบนภารกิจทวงเจ้าอาเซียนที่ว่ากันว่า ต่ำกว่าแชมป์คือล้มเหลว ถึงแม้ว่าจะหอบ 3 แต้มแรกได้ดั่งใจ

แต่นั่นก็มีหลายข้อที่คนเชียร์บอล และดูบอลไทยมาเกินกว่าครึ่งชีวิตอย่างผม อยากบอกพี่โก้เหลือเกิน!

โดยตัวของพี่โก้ของน้องๆ ในทีมชาติ นั้นย้ำนักย้ำหนา ว่านี่คือทีมชาติชุดใหญ่ของสยามประเทศ เราจะไม่ยกทีมเอเชียนเกมส์มาแบบยกเข่ง โดยจะใช้การผสมระหว่าง ความสดกับความเก๋า

ซึ่งหลังจากที่ผ่านเกมแรกมาได้ สิ่งที่ผมอยากบอกพี่โก้อันเป็นที่รักยิ่งคือ คิดใหม่!!!




และสกอร์ผลบอล 2-1 ที่เหนือเจ้าภาพ นั้นถือว่าสอบผ่านในแง่ของผลลัพท์ที่ต้องการและยกแรงกดดันออกจากอก

เพียงแต่ว่า หากมองในรูปเกม และหยิบมาชำแหละกันตั้งแต่

  1. แนวรับ
  2. กองกลาง
  3. แนวรุก 


ซึ่งก็คงจะต้องบอกว่ามีอะไรที่ทั้ง 22 นักเตะทีมชาติไทยชุดนี้นั้นทำได้ดีกว่าที่เห็นเมื่อวาน


สำหรับผู้รักษาประตูอย่าง เจ้าตอง หรือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่ทำผลงานได้อย่างหายห่วง เพื่อนพ้องไว้ไจได้ ลูกโด่งรับกิน ลูกยากช่วยกองหลังได้มากโข แต่ลูกที่โดนทะลวงตาข่ายเมื่อวาน คงยากเกินกว่าจะเซฟได้จริงๆ

ส่วนวิเคราะห์บอลทางด้าน กองหลัง ก็ทำผลงานได้ดีในระดับที่น่าพอใจ แม้ยังมีข้อผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะ เจ้าบิ๊ก ประวีณวัช บุญยงค์ แต่สุดท้ายก็รอดพ้นการเสียประตูที่ 2 มาได้

ในด้านของ กองกลาง ตัวผมนั้นขอยกให้เป็นจุดแข็งของทีมชาติไทยยุคใหม่อย่าง

  1. เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์
  2. สารัช อยู่เย็น
  3. ชาริล ชัปปุยส์ 


ซึ่งทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมมาตั้งแต่เอเชียนเกมส์ และเกมเมื่อวานทั้งสามคน ก็ยังทำได้ตามมาตรฐานเดิม



ตัวของ เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ที่เดินเกมด้านซ้ายร่วมกับ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ก็ทำผลงานได้สะเด่าจริงๆ

และในด้านของ สารัช อยู่เย็น ถึงแม้ว่าสรีระทางด้านร่างกายจะเล็กกว่าชาวบ้าน แต่เรื่องหัวจิตหัวใจไม่ต้องพูดถึง และที่สำคัญกว่านั้นเขาเป็นคนที่มีความขยันแบบสุดยอด แถมยังมีทีเด็ดกับการส่องไกลแบบสวยๆ

ในขณะที่ลูกครึ่งสุดหล่อขวัญใจแม่ยก อย่าง ชาริล ชัปปุยส์ ก็ผลงานแจ่มแจ๋ว พร้อมกับประเดิมประตูแรกในนามทีมชาติชุดใหญ่ จากจุดโทษที่เฉียบขาด และเป็นประตูชัยให้พลพรรคช้างศึก

ทางด้านของ ประกิต ดีพร้อม และ มงคล ทศไกร ผลการสอบ ก็ผ่านในระดับที่น่าพอใจกับการรับใช้ทีมชาติ แม้บางจังหวะจะดูเหมือนว่าไม่ค่อยเข้าใจกับน้องๆ ในทีมก็ตาม



มาพูดถึงกองหน้า ที่หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า กีรติ เขียวสมบัติ มีดีกว่า อดิศักดิ์ ไกรษร จริงหรือไม่ครับ?

เรื่องมันก็จริงอยู่ครับที่ว่าตัวของ กีรติ นั้นอาจจะมีรูปร่างที่ใหญ่กว่า และเล่นลูกกลางอากาศได้ดี แต่จากผลงานเมื่อวานที่ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ชั่วโมงนี้ ผมยังมั่นใจว่ากองหน้าป้ายแดงของบีอีซี เทโรศาสน อย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร น่าจะดีกว่า

และผลงานจาก ศึกเอเชียนเกมส์นั้นทำให้ ตัวของเจ้ากอล์ฟ ก็เล่นด้วยความมั่นใจ และนี่เองคือเหตุผลที่โค้ชใหญ่อย่าง ซิโก้ ต้องเลือกว่าควรใช้ใครดีกว่ากัน!!

ซึ่งถ้าหากจะมาพูดถึง รายชื่อตัวสำรอง สำหรับ จอมจี๊ดจ๊าด ชนาธิป สรงกระสินธุ์ ทันทีที่ถูกส่งลงสนาม เรียกว่าเจ้าเจ ลงมาป่วนแข้งเจ้าถิ่นโดยแท้ เพราะตลอด 20 นาทีที่ผ่านมา เมสซี่เจเมืองไทย ได้โชว์ลีลาเด็ดดวง และที่สำคัญ เรียกได้ว่าเข้าขากับเพื่อนร่วมทีมอย่างเนียนตาเหลือเกิน




สำหรับสิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็เพื่ออยากบอกไปถึงพี่โก้ พี่ชายและไอดอลในวัยเด็ก ได้รู้ว่า พี่โก้ต้องยอม คิดใหม่ นั่นคือหากเด็กมันดีกว่าแข้งที่มีอยู่ ก็อย่าฝืนเลยครับ!

โดยที่อย่าไปกลัวว่าใครจะพูดว่า ทีมชาติชุดใหญ่ ทำไมมีแต่ตัวนักเตะเอเชียนเกมส์กันหว่า ?

หากแต่ด้วยเหตุผลที่ว่ากันว่า อย่างน้อย นั้นก็มีผมคนนึงล่ะ ที่มองว่า นักเตะจากโปรแกรมบอลชุดเอเชียนเกมส์ชั่วโมงนี้ มันดีกว่าจริงๆครับ

เรื่องโดย บ.ส้มซิ่ง