แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2563

แมนฯ ยูไนเต็ด จ้องคว้า "อัลมาด้า" แข้งดาวรุ่งฟ้าขาววัย 19 ปี




ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ​ ตกเป็นข่าวพร้อมที่จะเดินหน้าแผนสำรองหากพลาดคว้าตัว เจดอน ซานโช่ จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปร่วมทัพใน ตลาดซื้อขายนักเตะ รอบที่จะถึงนี้ด้วยการเบนเข็มไปที่ ติอาโก้ อัลมาด้า ตัวรุกริมเส้นวันเดอร์คิดวัย 19 ปีชาว อาร์เจนตินา จาก เบเลซ ซาร์สฟิลด์ แทนที่

รายงานจาก แมนเชสเตอร์อีฟนิงนิวส์ สื่อท้องถิ่นเปิดเผยว่า ปีศาจแดง ได้ติดตามพัฒนาการของเจ้าหนู อาร์เจนไตน์ รายนี้อย่างใกล้ชิด และเป็นหนึ่งในตัวเลือกของพวกเขาในตลาดนักเตะรอบนี้หากพลาดบิ๊กดีลอย่าง ซานโช

สื่อดังกล่าวระบุว่า อัลมาด้า ตกเป็นเป้าของบิ๊กทีมทั่วยุโรปหลังกลายเป็นหนึ่งในคีย์แมนของต้นสังกัดใน อาร์เจนติน่า ได้ในฤดูกาลนี้จากสถิติ 6 ประตู 2 แอสซิสต์กับบทบาทตัวรุกริมเส้นฝั่งขวาและกองกลางตัวรุก ซึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในสโมสรที่จับตาสถานการณ์ของแข้งวัย 19 ปีอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ การที่ ปีศาจแดง ได้บรรลุข้อตกลงขยายสัญญายืมตัวของ โอเดียน อิกาโล่ ออกไปจนถึง 2021 เป็นการแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าพวกเขาจะไม่ควานหาเป้าหมายในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าในตลาดนักเตะรอบที่จะถึงนี้แต่อย่างใด โดยมีความเป็นไปได้สูงที่ ผีแดง จะมีเป้าหมายหลักคือการเสริมทัพในตำแหน่งตัวรุกที่ริมเส้น

ที่มา: https://www.sanook.com/sport/1084323/

สื่อกระทิงเผย "แรชฟอร์ด" เคยตกลงย้ายซบ บาร์เซโลน่า




มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าทีมชาติอังกฤษ เคยตกลงเตรียมย้ายไปเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า ก่อนที่จะเปลี่ยนใจเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดในศึก พรีเมียร์ลีก ตามรายงานจาก มุนโด้ เดปอร์ติโบ

รายงานดังกล่าวระบุว่า หลังจากที่กองหน้าดาวรุ่งของทีมปีศาจแดง สามารถแจ้งเกิดได้ตั้งแต่ซีซั่นแรกที่ได้รับโอกาสในการลงเล่นในทีมชุดใหญ่ ฟอร์มของขาก็ไปเตะตาทีมยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นคาตาลันเข้าอย่างจัง

จากนั้น บาร์ซ่า ได้ติดต่อกับ แรชฟอร์ด หลังจากที่เริ่มสตาร์ทซีซั่น 2017-2018 ได้ซักพักเพื่อพูดคุยถึงเรื่องการย้ายทีม ซึ่งสถานการณ์ในตอนนั้นเขาเหลือสัญญาอยู่ในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกเพียง 2 ปีเท่านั้น

และด้วยการที่ผลงานของ ยูไนเต็ด นั้นยังไม่ดีเท่าที่ควรซึ่งพวกเขาต้องดิ้นรนอย่างหนักกับการต่อกรกบทีมระดับของ พรีเมียร์ลีก ทำให้ทางดาวรุ่งชาวอังกฤษตัดสินใจตอบตกลงย้ายไปค้าแข้งในถิ่น คัมป์นู โดยให้พี่ชายเป็นคนดูแลเรื่องสัญญา

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทาง บาร์ซ่า จะให้ความสนใจในตัวของ แรชฟอร์ด แต่เขาก็ยังไม่ใช่ตัวเลือกอันดับหนึ่งในตอนนั้น เพราะในขณะเดียวกันทีม อาซูกรานา ยังคงเดินหน้าเพื่อคว้าตัว ลูก้า โยวิช กองหน้าฟอร์มร้อนแรงของ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ในตอนนั้นมาร่วมทีม ซึ่งท้ายที่สุดแล้วนักเตะก็เลือกไปค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด ในเวลาต่อมา

ทางด้านดาวยิงวัย 22 ปีก็ได้มีโอกาสทบทวนอนาคตตัวเองอีกครั้ง โดยเขาตัดสินใจอยู่กับ ปีศาจแดง ต่อเนื่องจากยังไม่พร้อมกับการต้องรับความกดดันมหาศาลในการค้าแข้งกับยอดทีมของสเปน รวมทั้งกลัวว่าจะไม่สามารถปรับตัวกับการเล่นในต่างแดนได้

หลังจากนั้นในซัมเมอร์ต่อมา แรชฟอร์ด ก็ได้ต่อสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด จนถึงปี 2023 โดยรับค่าเหนื่อย 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ โดยมีออปชันในการขยายสัญญาอัตโนมัติอีกหนึ่งปี

ที่มา: สื่อกระทิงเผย "แรชฟอร์ด" เคยตกลงย้ายซบ บาร์เซโลน่า
วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ข่าวซื้อขายนักเตะ ล่าสุด 30 กรกฎาคม 2562 มีใครบ้าง ไปดูเลย

สรุปข่าวการซื้อขายนักเตะ วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 : เปแอสเช ทุ่มสอย กานา เกย์, สลับขั้ว ดิบาลา-ลูกากู?

ข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ผลบอล โปรแกรมบอล ดูได้เลยที่ https://www.sanook.com/sport/

  • 1.Done Deal  เปแอสเช เปิดตัว กานา เกย์แล้ว



ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เปิดตัว อิดริสซา กานา เกย์ มิดฟิลด์ทีมชาติ เซเนกัล วัย 29 ปี จาก เอฟเวอร์ตัน ร่วมทัพอย่างเป็นทางการที่มูลค่า 32 ล้านยูโร (ราว 29 ล้านปอนด์) ภายใต้สัญญายาว 4 ปี

  • 2. Done Deal  ดาวรุ่ง มาดริด ซบ เลบันเต้ ชั่วคราว

บอร์ฆา มาโยราล กองหน้าชาว สเปน วัย 22 ปีสังกัด เรอัล มาดริด ได้บรรลุข้อตกลงย้ายไปร่วมทัพ เลบันเต้ เพื่อนร่วมศึก ลา ลีกา ภายใต้สัญญายืมตัวต่อเนื่องเป็นฤดูกาลที่ 2 อย่างเป็นทางการ

  • 3. เอฟรา ประกาศแขวนสตั๊ดแล้ว
FBL-EUR-C1-MAN UTD-PSG

ปาทริซ เอฟรา อดีตแบ็คซ้าย ทีมแมนยู วัย 38 ปีชาว ฝรั่งเศส ประกาศยุติเส้นทางค้าแข้งอย่างเป็นทางการและวางแผนที่จะเข้าสู่สายงานผู้จัดการทีมต่อไปในอนาคต

  • 4. คืบหน้าสถานการณ์ แม็กไกวร์
Harry Maguire

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังทีมชาติ อังกฤษ วัย 26 ปี ได้ลาป่วยในเซสชันการฝึกซ้อมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ตามการรายงานของสื่อหลายสำนักท่ามกลางประเด็นใน ตลาดซื้อขายนักเตะ หนาหูกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยที่มีการเผยว่าเจ้าตัวไม่พอใจนักกับท่าทีของต้นสังกัดในการประวิงเวลาเจรจากับ ปีศาจแดง

  • 5. ดีล ลูกากู กับ งูใหญ่ ยังไม่ไปไหน
FBL-ASIA-ICC-SGP-MAN UTD-INTER

จูเซ็ปเป้ มาร็อตต้า ประธานสโมสร อินเตอร์ มิลาน ให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการกับ สกายอิตาเลีย ใจความว่า

ข้อเสนอที่พวกเขาเสนอให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นสมน้ำสมเนื้อเมื่อแลกกับการคว้าตัว โรเมลู ลูกากู ศูนย์หน้าทีมชาติ เบลเยียม วัย 26 ปีของ ปีศาจแดง

แล้วภายใต้มูลค่าที่สื่อคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ราว 54 ล้านปอนด์ และแสดงท่าทีไม่ต้องการที่จะเพิ่มมูลค่าในดีลดังกล่าวแต่อย่างใดแม้ว่า เร้ดเดวิลส์ ต้องการที่จะขายดาวยิงร่างตันรายนี้ในราคาเทียบเท่ากับพวกเขาไปคว้าตัวมาจาก เอฟเวอร์ตัน ที่ 75+15 ล้านปอนด์

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sanook.com/sport/956978/
วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562

ผมรัก แมนยู: อเล็กซิส ลั่นพร้อมอยู่สู้ เพื่อพาทีมพุ่งชนความสำเร็จ

อเล็กซิส ซานเชซ


ผมรัก แมนยู อเล็กซิส ลั่นพร้อมอยู่สู้ เพื่อพาทีมพุ่งชนความสำเร็จ

อเล็กซิส ซานเชซ ศูนย์หน้า ค่าตัวแสนแพงของ ​ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาเผยว่าเขาเป็นแฟนบอลของทีมมาตั้งแต่เด็กๆ และ อยากที่จะอยู่พิสูจน์ตัวเอง เพื่อพาทีมคว้าแชมป์ต่อไป

อเล็กซิส กล่าวว่า ผมยังอยากแสดงให้เห็นว่าตัวเองรักฟุตบอลมากแค่ไหน ผมรู้ว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้บ้างและยังเชื่อมั่นในความสามารถอยู่

แมนยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่มีความหมาย ไม่เฉพาะในอังกฤษแต่เป็นระดับโลกด้วย และ ผมก็อยากจะช่วยสโมสรนำถ้วยแชมป์มาให้แฟนบอลแมนยู

ซึ่งแน่นอนว่า ผมอยากทำให้แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รู้สึกแฮปปี้ ผมอยากยิงประตูและอยากที่จะคว้าเหรียญรางวัล

ผมกล้าสาบานเลยว่าตอนเด็กๆ ผมนั้นชอบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากๆ และผมต้องการจะแสดงมันออกมาแล้วทำให้ทุกคนมีความสุข

ที่มา: https://www.sanook.com/sport/869582/

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562

โซลชาร์ จารึกสถิติสุดโหด หลังจบเกม แมนยูบุกเชือดสเปอร์

โซลชาร์ จารึกสถิติสุดโหด หลังจบเกม แมนยูบุกเชือดสเปอร์


โซลชา

หลังจบเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2018-19 ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (13 มกราคม 2562)

ล่าสุด สื่อ อ็อพต้า มีการเปิดเผยสถิติของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือขัดตาทัพชั่วคราวผีแดง (รับงานเมื่อวัน 19 ธันวาคม ปีที่แล้ว) จารึกสถิติเป็นผู้จัดการทีมที่คุมทีมออกสตาร์ทได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

เขาได้พาโรงละครแห่งความฝันคว้าชัย 6 เกมติดต่อกัน ไม่เคยเสมอ และ แพ้

  1. คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้
  2. ฮัดเดอร์สฟิลด์
  3. บอร์นมัธ
  4. นิวคาสเซิ่ล
  5. เรดดิ้ง (เอฟเอ คัพ)
  6. สเปอร์ส



แซงหน้า เซอร์ แมตต์ บัสบี้ กุนซือระดับตำนานของสโมสร ที่ออกสตาร์ทด้วยการคุมทีมชนะ 5 นัดรวด ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และถ้าหากนับเฉพาะสถิติในเกมลีกสูงสุดแล้ว โซลชาร์ กลายเป็นกุนซือคนที่สองที่เข้ามาคุมทีมแล้วชนะตลอด 5 เกมแรก โดย บัสบี้ คือคนแรกที่ทำได้

ก่อนที่ โซลชาร์ จะเข้ามาคุมผีแดง ทีมมีคะแนนตามหลัง อาร์เซน่อล ถึง 8 แต้ม แต่ว่าปัจจุบันมีแต้มเท่าปืนใหญ่แล้ว หลังผ่านไปไม่ถึงเดือน และ โซลชาร์ คุมทีมเจอท็อป 6 นัดแรกก็ได้เก็บสามแต้มทันที

ในขณะที่กุนซือคนก่อนอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ พาทีมลงเตะพบกับเหล่าบรรดาท็อป 6 ไป 5 เกม เก็บไปได้เพียงสองคะแนนเท่านั้น

ต่อจากนี้ เกมส์พรีเมียร์ลีก นัดที่เหลือ คงสนุกมันส์หยดแน่นอน ต้องคอยลุ้นกันว่า นัดต่อไป แมนยูจะยังคงฟอร์มร้อนแรงแบบนี้ไว้ได้อีกหรือไม่

ที่มา: https://www.sanook.com/sport/846185/
วันอังคารที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

รวม 6 ผู้จัดการทีมจอมเผด็จการ มากที่สุดของโลกฟุตบอล

รวม 6 ผู้จัดการทีมจอมเผด็จการ มากที่สุดของโลกฟุตบอล


ข่าวแมนยู

ผู้จัดการทีมที่เป็นจอมเด็จการ และมีจุดมุ่งหมาย หรือว่า การได้รับอำนาจที่มากเกินไปในสโมสร ก็อาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากสไตล์การคุมทีมของแต่ละคนเองด้วยเหมือนกัน

วันนี้เรามาดูกันดีกว่า ว่าใครบ้างที่จะเป็น 6 ผู้จัดการทีมเผด็จการจอมโหดกันบ้าง

คนแรก. เซอร์ เอล็กซ์ เฟอร์กูสัน



หลังจากเขาได้วางมือจากการเป็นโค้ชไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เคยคุม ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาถึง 27 ปี ด้วยกัน

และถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากซะด้วย เป็นหนึ่งในเบื้องหลังของความสำเร็จของอดีตผู้จัดการทีมชาว สก็อตแลนด์ รายนี้ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด นั่นก็คือความดุที่ขึ้นชื่ออย่างมากของทีมใน ศึกพรีเมียร์ลีก เลย

และมีผู้เล่นแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่จะพยายามท้าทายอำนาจของ เฟอร์กี้ กับ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เช่น ยัป สตัม , รอย คีน และ รุด ฟาน นิสเตลรอย

โดยทั้งหมดก็ถูกลงโทษ ถึงแม้ว่าจะเป็นสตาร์ของทีม ด้วยฉายา " ไดร์เป่าผม " ที่เลื่องลือนั้น นี่ถือว่าเป็นแค่ตัวอย่างเบื้องต้นของความเผด็จการจากเขาเท่านั้น

คนที่ 2. โฆเซ่ มูรินโญ



กุนซืออีกคนที่ได้ชื่อว่า เดอะ สเปเชียล วัน จริงๆ มูรินโญ นั้นควรจะได้ชื่อว่า สตั๊บบอร์น วัน หรือคนที่ดื้อที่สุดนั่นเอง หลังจากที่เขาล้มเหลวในการทำทีมเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ไม่สามารถสร้างปาฏิหารย์ใดๆ ได้เหมือนเมื่อตอนที่อยู่กับ ปอร์โต , เชลซี ครั้งแรก และ อินเตอร์ มิลาน

ไม่ว่านายใหญ่ชาว โปรตุเกส รายนี้จะย้ายจาก มาดริด ไป สแตมฟอร์ด บริดจ์ การมีปัญหากับผู้บริหารและนักเตะเองก็ยังเกิดขึ้นที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหมือนเดิม ตอนนี้ มูรินโญ ยังคงใช้ความเผด็จการนั้นอยู่ ตัวอย่างของผลลัพธ์นั้นก็คือ ลุค ชอว์ นั่นเอง

คนที่ 3. หลุยส์ ฟาน กัล



แน่นอนเลยว่า บทความนี้ไม่ได้รวบรวมผู้จัดการ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาไว้นะ แต่ว่า ฟาน กัล ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่เคยสร้างความผิดพลาดไว้ในอดีต และเขาเคยได้มีปากมีเสียงกับคนทุกคนมาแล้วไม่เว้นแม้แต่เพื่อนร่วมชาติเดียวกัน

ซึ่งเรื่องราวนับไม่ถ้วนที่ ฟาน กัล ได้เคยแสดงฤทธิ์เดชออกมาให้เห็น ตัวอย่างเช่น การยึดปลอกแขนกัปตันทีมของ มาร์ค ฟาน บอมเมล ที่ บาเยิร์น มิวนิค

ด้วยเหตุผลที่ว่า กองกลางราย นี้มีอำนาจในมือมากเกินไป ซึ่งนั่นยังไม่ใช่เรื่องที่สุดของเขานะ แม้แต่ผู้เล่นคนละประเทศอย่าง ลูกา โทนี ก็ออกมายืนยันแล้วว่า ฟาน กัล สามารถปาบอลใส่ใครตรงไหนที่เขาต้องการก็ได้

คนที่. 4. เปาโล ดิ คานิโอ



คุณไม่ต้องเป็นอัจฉริยะ จะไปแนะนำ เปาโล ดิ คานิโอ และเป็นผู้จัดการทีมที่โรคจิตคนนี้ได้ เราจะเห็นได้จาการเล่นฟุตบอลของอดีตนักเตะ อิตาเลียน คนนี้ตลอดเวลาที่ค้าแข้ง ไม่ว่าจะเป็นการกดผลักผู้ตัดสินและ การฉลองประตูชัยด้วยท่าทางเหมือนการเหยียดหยามต่อหน้าแฟนบอล ลาซิโอ ของเขา

ในขณะเดียวกันที่บทบาทในการเป็นผู้จัดการทีมก็ไม่น้อยหน้า โดยครั้งหนึ่งเขาเคยมีเรื่องชกต่อยกับนักเตะในสนามหลังจากทีม สวินดอน ทาวน์ ของเขาแพ้ในฟุตบอลถ้วย ที่ ซันเดอร์แลนด์ เองก็ใช่ย่อยเหมือนกัน

เมื่อตอนเขาย้ายไปคุมทีมใหม่ๆ ได้รับการอนุมัติให้ยกเครื่องนักเตะในทีมทั้งหมด โดยซื้อผู้เล่น 14 รายในตลาดซื้อขายรอบแรกๆ ของเขากับสโมสรเลยทีเดียว และก็ขายนักเตะเหล่านั้นออกไปแบบไม่มีเยื่อใยในเวลาต่อมานั่นเอง

คนที่. 5. เรย์มงด์ โดเมเน็ค



นั่นค่อนข้างจะน่าแปลกใจ ว่าจะมาอยู่ในลิสต์นี้ด้วย เรย์มงด์ โดเมเน็ค ว่าเป็นที่รู้จักกันดีของผู้จัดการทีมที่คุมทีมชาติ ฝรั่งเศษ มาอย่างยาวนานถึง 6 ปีด้วยกัน

และมีการกล่าวกันว่า ภายใต้การทำทีมของ โดเมเน็ค และเขาค่อนข้างเป็นคนเชื่อในดวงโหราศาสตร์เป็นอย่างมาก ถึงขนาดจัด โรแบรต์ ปิแรส ผู้ที่เกิดในราศีพิจิกออกจากทีมชาติ การแสดงออกของนักเตะในแคมป์ฟุตบอลโลกปี 2010 นั้นก็บ่งบอกเห็นถึงความไม่พอใจอย่างมากของพวกเขาต่ออดีตกุนซือใหญ่ทีมชาติ ฝรั่งเศส รายนี้

คนที่. 6. รอย คีน



สำหรับ คีน เคยอยู่ภายใต้ความกดดันของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สมัยเมื่อเขายังเป็นนักเตะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่นั้น เขาได้ใช้วิธีการทำทีมในแบบของตัวเองระยะเวลาหนึ่งที่ ซันเดอร์แลนด์ และ อิปสวิช ทาวน์

ที่เป็นการบริหารทีมของเขา นั้นดูแย่และรุ่นแรกต่อนักเตะเอามากๆ ถึงขนาดที่ทัพ แมวดำ ร่วมกันฉลองในการตกชั้นของพวกเขาเมื่อเดือน ธันวาคม 2008 ไม่ใช่เพียงแค่นักฟุตบอลเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบของเขา มีนักข่าวที่ถูกผู้จัดการทีม ไอริช คนนี้ตะคอกเสียดสีเมื่อครั้งแถลงข่าวที่ถนน พอร์ทแมน ด้วยเหมือนกัน

ติดตามชม ผลบอล โปรแกรมบอล ผลบอลสด ตารางบอล เพิ่มเติมได้ที่ http://sport.sanook.com/program/
วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ดูอีกครั้ง จังหวะน้ามูงุดหงิดเตะขวดน้ำ ในเกมเสมอ "เวสต์แฮม"


ดูอีกครั้ง จังหวะน้ามูงุดหงิดเตะขวดน้ำ ในเกมเสมอ "เวสต์แฮม"





อารมณ์มันพาไป! มาดูคลิปชัดๆว่าทำไม "เฮียมู" แกถึงต้องหงุดหงิดจนเตะขวดน้ำ เท่านั้นยังไม่พอไปโต้เถียงผู้ตัดสินจนโดนไล่ออกให้ไปชมเกมบนอัฒจันทร์ช่วงครึ่งแรกของการแข่งขัน ในเกมนี้ทำได้แค่เสมอกับ เวสต์แฮมด้วยผลบอลสด 1-1 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา


         ถ้าจำกันได้เมื่อปลายเดือน ตุลาคม ในแมตช์ที่ เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 0-0 โชเซ่ มูรินโญ่ เพิ่งจะก่อเหตุไปต่อว่าผู้ตัดสินจนถูกไล่ให้ขึ้นไปชมเกมบนอัฒจันทร์ และหลังจากนั้น สมาคมของฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ ได้ลงโทษแบนงดคุมเกมข้างสนามที่จะพบกับสวอนซี และก็เป็นอีกครั้งกับเกมเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อเขาwfhมองว่าปอล ป็อกบา นั้นโดนผู้เล่นเวสต์แฮมสกัดขวางในนาที 27 แต่ โจนาธาน มอสส์ เชิ้ตดำกลับมองว่า ป็อกบา จนพุ่งล้มก่อนจะมอสส์จะแจกใบเหลืองให้ในห้องเครื่องเฟรนช์แมนแทนซึ่งจากภาพช้าแสดงให้เห็นว่ากรรมการตัดสินถูกต้อง





         ซึ่งแน่นอน "เฮียมู" นายใหญ่ของทัพปีศาจแดงเห็นจังหวะนั้นจากไกลๆ จึงไม่พอใจคำตัดสินของ โจนาธาน มอสส์ ก่อนจะระเบิดอารมณ์โมโหเตะขวดน้ำ จนเชิ้ตดำเดินมาไล่ให้ไปชมเกมบนอัฒจันทร์แทน


ห่วยสุด !! น้ามูสตาร์ทผีแดงแย่สุดในรอบ 26 ปี


ห่วยสุด !! น้ามูสตาร์ทผีแดงแย่สุดในรอบ 26 ปี 




โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำสถิตินำ "ปีศาจแดง" เริ่มซีซั่นย่ำแย่ที่สุด นับตั้งแต่ฤดูกาล 1990-91 หลังทำได้เพียงเจ๊า เวสต์แฮม ยูไนเต็ด จากเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จนทำให้มีเพียง 20 แต้มเท่านั้น หลังผ่านไป 13 นัด

        โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ได้สร้างสถิติใหม่ขึ้นอีกครั้ง เมื่อล่าสุดเขาได้นำยอดทีมแห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด การเริ่มต้นฤดูกาลได้ย่ำแย่ที่สุด นับตั้งแต่ฤดูกาล 1990-91 เป็นต้นมา หลังจากทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอกับ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ดด้วยผลบอลสด 1-1 ในเกมลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

        ซึ่งมูรินโญ่ ได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนที่จะเริ่มฤดูกาล 2016-17 ด้วยได้ความหวังที่จะนำทีมกลับมาคืนถึความยิ่งใหญ่อีกครั้ง แต่หลังจากที่เจอความตกต่ำภายใต้การคุมทัพของ เดวิด มอยส์ และ หลุยส์ ฟาน กัล แต่อดีตนายใหญ่ เชลซี ก็ไม่อาจพา "ปีศาจแดง" ประสบความสำเร็จได้

        ล่าสุดนั้น ทางแมนฯ ยูไนเต็ด มีเพียง 20 คะแนนจาก 13 นัดแรก ซึ่งก็ถือเป็นผลงานย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ซีซั่น 1990-91 ที่ตอนนั้นพวกเขาเก็บได้ 21 คะแนน แต่ก็ถูกหัก 1 คะแนน หลังจากมีเรื่องวิวาทกับ "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล

        ปัจจุบันทีมของ มูรินโญ่ ตามหลัง เชลซี จ่าฝูงถึง 11 คะแนน และ อาร์เซน่อลยังคง อันดับ 4 ที่จะคว้าสิทธิ์ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 8 คะแนน แต่ในขณะที่กุนซือชาวโปรตุเกสนั้นก็ถูกผู้ตัดสินไล่ขึ้นไปชมเกมจากบนอัฒจันทร์อีกครั้ง หลังจากน้ามูไปเตะขวดน้ำข้างสนาม เนื่องจากตนไม่พอใจกับใบเหลืองของ ปอล ป็อกบานั้นเอง



 สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโปรแกรมฟาดแข้งกับ เอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสัน พาร์ค ในสุดสัปดาห์นี้





วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เกมมันตรึง ! น้ามู เผยเหตุผลดรอป "มคิทาร์ยาน"



เกมมันตรึง ! น้ามู เผยเหตุผลดรอป "มคิทาร์ยาน"





โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คิดเอง เออเอง บอกสาเหตุที่ไม่ให้ เฮนริค มคิทาร์ยาน ลงเล่นเกมลีกนัดเสมอ อาร์เซน่อล 1-1 เพราะมองว่าเป็นเกมที่กดดันเกินไป ในขณะที่ในสถานการณ์ช่วงนี้เขาได้คิดว่า มคิทาร์ยาน นั้นต้องการเกมที่ไม่กดดันมากนัก และต้องการสภาพร่างกายที่ขึ้น ค่อยๆ ลงสนาม ปรับตัวกับทีมไปเรื่อยๆ

        โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ทำประหนึ่งอ่านใจนักเตะออก เมื่อบอกว่า เฮนริค มคิทาร์ยาน เป็นเพลย์เมกเกอร์จอมเทคนิค แต่ไม่ได้เล่นเกมนัดบิ๊กแมตช์กับ อาร์เซน่อล เพราะเขามองว่าเป็นเกมที่ "กดดันเกินไป" สำหรับนักเตะ แต่ก็ปลอบใจไปแล้วว่าเกมยูโรป้า ลีก ที่จะเจอกับ เฟเยนูร์ด ในวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายนนี้ และจะได้ลงสนามแน่นอน

        มคิทาร์ยาน ได้เล่นเกมลีก 4 นัด เป็นตัวจริงนัดเดียวคือเกมเล่น 45 นาทีแรกแมตช์แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คาบ้านเดือนตุลาคม ซึ่งจากนั้นก็หายหน้าออกไปจากทีมจนคนเกือบลืมไปแล้วถึงจะได้เล่นเกมยูโรป้า ลีก ที่แพ้ เฟเนร์บาห์เช่ 1-2 และผลบอลล่าสุดก็นั่งดูเพื่อนๆ โดน "เดอะ กันเนอร์ส" ตีเสมอ 1-1 เกมลีกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งทาง มูรินโญ่ บอกว่าไม่อยากให้ มคิทาร์ยาน นั้นกดดันมากเกินไปในช่วงที่อะไรๆ ยังไม่เข้าที่เข้าทาง

        "ผมบอกเขาว่า (วันเสาร์) เขาจะได้เล่นเกมกับเฟเยนูร์ด เขากำลังพยายามอยู่ แน่นอนว่าเขาไม่มีความสุข แต่เขาเลือกเปลี่ยนแปลงความไม่พอใจในทางที่ดี คือการนิ่งเงียบ จะทำงาน และก็ปรับตัวไปด้วย " มูรินโญ่ กล่าว

        มูรินโญ่ ยังเอ่ยถึงการที่นักเตะอาร์เมเนียไม่ได้เล่นเกมกับอาร์เซน่อลว่า "ผมบอกเขาไปว่า - นายจะไม่ได้เล่นเกมนี้ - เพราะว่าผมไม่คิดว่าเขาต้องการเกม 10-20 นาทีในฐานะตัวสำรองหรอก ผมบอกว่า - ชั้นคิดว่านายจะต้องการเกมดีๆสักเกม และนายต้องเป็นตัวจริงด้วย ไม่ก็ลงมาเล่นครึ่งหลัง เขาต้องการสภาพการณ์ที่กดดันน้อยกว่า และสภาพร่างกายที่ดีขึ้นเพื่อแสดงความสามารถของตัวเอง"




วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เจ๊เวนเกอร์ คอนเฟริ์มพร้อมจับมือน้ามูแน่นอน


"เจ๊เวนเกอร์" คอนเฟริ์มพร้อมจับมือ"น้ามู"แน่นอน




นายใหญ่ทัพไอ้ปืนใหญ่ ยืนยันแล้วว่าตนพร้อมจะจับมือกับกุนซือเร้ดส์ เดวิลส์ ในเกมลีกที่จะพบกันในสุดสัปดาห์นี้

อาร์แซน เวงเกอร์ นายใหญ่อาร์เซนอล ได้เปิดเผยว่าตนพร้อมจะจับมือกับ โชเซ มูรินโญ กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมพรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายนนี้ และยังย้ำว่าผลงานของทั้งสองทีมในสนามสำคัญที่สุด



ทั้งคู่มีปัญหาบาดหมางระหว่างกันมาโดยตลอด นับตั้งแต่ที่เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสได้ย้ายมาคุมเชลซีเมื่อปี 2004 โดยในเกมพบกันสุดสัปดาห์นี้นั้น จะเป็นเกมแรกเลยของอดีตโค้ชของอินเตอร์ มิลานและเรอัล มาดริด ในการเข้ามาคุมทัพปีศาจแดงรับมือไอ้ปืนใหญ่อีกด้วย


"ผมไม่อยากอธิบายความสัมพันธ์ของเรา แน่นอนว่าเขา (มูรินโญ) พร้อมจะสู้เพื่อทีมของเขา และผมนั้นก็จะสู้เพื่อทีมผม มันเป็นเรื่องปกตินะ" เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศส เผย

และเมื่อถูกถามถึงการจับมือกับ เดอะ สเปเชียล วัน เจ้าตัวให้ความเห็นว่า “แน่นอน ผมเคารพธรรมเนียมปฏิบัติ ซึ่งมันก็สำคัญสำหรับพรีเมียร์ลีกเอามากๆ”





“เกมนี้มีผู้ชมอยู่ทั่วโลก และเป็นหน้าเป็นตาของพรีเมียร์ลีกด้วย และที่สำคัญยิ่งกว่าคือเกมนี้ผลบอลจะต้องออกมาสนุก ซึ่งเป็นการแข่งขันของนักเตะในสนาม ”




วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ฟุตบอล: ทีมเรอัลมาดริด ควรขาย เบลหรือไม่?

ทีมเรอัลมาดริด ควรขาย เบลหรือไม่?




แฟนบอลวิเคราะห์ผลบอลกว่า 3 หมื่นกว่าคน ที่เยี่ยมชม เว็บไซต์อาส สื่อกีฬาชื่อดังของประเทศสเปน โดยในหัวข้อที่เปิดให้รวมโหวตว่า แกเร็ธ เบล สมควรอยู่ราชันชุดขาวต่อหรือไม่นั้น มีถึง 53 เปอร์เซ็นต์ ที่เห็นด้วย

โดยสืบเนื่องมาจากที่มีแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้อย่าง ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นมีแผนจะใช้งบประมาณสูงถึง 120 ล้านปอนด์ หรือถ้าเทียบเป็นเงินยูโร ก็แค่ 150 ล้าน เท่านั้นเอง ในการดึงปีกชาวเวลส์ มาร่วมทีม

และเมื่อไปสัมภาษณ์กับ หลุยส์ ฟาน ฮัล กุนซือชาวดัตช์ของ ทีมผีแดง ก็ปรากฏว่าเจ้าตัวก็เลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถาม เขาหนีไปพึ่ง ซีอีโอของทีมว่า เขาอยากจะคุยเรื่องนี้เฉพาะกับผู้บริหารของทีมเท่านั้น ไม่ใช่สื่อมวลชนใดๆ ทั้งสิ้น

และหาก ทีมผีแดงยื่นเงินมหาศาลจำนวนเงินขนาดนั้นเข้ามาจริงๆ นั่นเท่ากับว่า จะทำลายทุกสถิติ รวมถึงสถิติ ของ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ เพื่อนร่วมทีม และ สถิติของตัวเอง ทั้งหมดอีกต่างหาก




ซึ่งถึงแม้ว่าจำนวนเงินดังกล่าว จะยังไม่ได้ถูกยื่นเข้ามาจริงๆ จังๆ ตามข่าว แต่ทว่าแฟนบอลที่ติดตามฟุตบอลสเปน ในเว็บไซต์กีฬาอาส เกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ก็อยากได้เงิน 150 ล้านยูโร มากกว่า แกเร็ธ เบล เสียแล้ว

และถ้าเอาเข้าจริงตารางบอล จำนวนนี้ก็มากพอที่ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ จะเนรมิตรอะไรในทีมใหม่ก็ได้ รวมถึงชื่อสนาม ซานติอาโก้ เบร์นาบิว ที่มีแนวโน้มจะเปลี่ยนชื่อไปตามสปอนเซอร์อภิมหาเศรษฐี เจ้าของกลุ่มทุนปิโตรเลียมจากตะวันออกกลาง ก็อาจจะต้องแหวกประเพณีไปใช้ชื่ออื่น

โดยที่เป็นไปได้ว่าแฟนบอลที่เห็นด้วย อยากได้เงินมารักษาประเพณีของลาลีกา และ ความมั่นคงของสโมสรทีมฟุตบอลในสเปนมากกว่า จะรั้งซูเปอร์สตาร์คนหนึ่งไว้

หรือนั่นอาจเป็นแฟนบอลทีมอื่นๆ ที่อยากจะให้ เบล ไปจาก ทีมเรอัล มาดริด นั่นแปลว่า เขาอยากจะให้ ทีมราชันชุดขาว เหลือแค่ โรนัลโด้ ทางฝั่งซ้ายเท่านั้น จะทำให้กองหลังทีมอื่นๆ งานเบาขึ้นเยอะ




แต่นั่นก็จะมีเบล หรือ ไม่มีเบล สำหรับทีมเรอัล มาดริด ก็เคยเอาตัวรอดมาได้แล้ว ในช่วงที่ปีกพญาวานรบาดเจ็บ ในนัดที่ไปเยือนอัลเมเรีย รวมถึงนัดที่เปิดบ้าน กลับมาชนะ ทีมบาร์เซโลน่า 3-1 เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

โดยที่นักเตะอย่าง อิสโก้ กับ ฮาเมส โรดริเกซ ก็สามารถเล่นเป็นตัวในก็ได้ หรือริมเส้นก็ดี คาร์โล อันเชล็อตติ ใช้สองคนนี้ เล่นแทนได้อย่างไม่เขอะเขิน แม้คุณภาพความเร็ว จะเป็นรอง แกเร็ธ เบล พอสมควร

แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ทั้ง อิสโก้ และ ฮาเมส มีประโยชน์กับเกมแถวๆ ตรงกลางมากกว่า ที่จะให้ไปกระชากและวิ่งที่ริมเส้น เพราะคราใดที่ ลูก้า โมดริช เจ็บ สองคนนี้รักษาสมดุลตรงกลางสนามได้อย่างที่เห็นๆ กันอยู่ หากต้องมีคนใดคนหนึ่งมาแทนเบลแบบตายตัวแล้ว ตรงกลางสนามจะคุมเกมกันไม่ได้อย่างที่เป็นทุกวันนี้

ในบางครั้งที่ ตัวของเบนเซม่า นั้นบาดเจ็บ ส่วนฮาเวียร์ ชิชาริโต้ เฮอร์นานเดซ อาจจะเล่นไม่ได้มาตรฐานกับเฟรนช์แมน แกเร็ธ เบล ยังสามารถไปเล่นหน้าเป้าได้ด้วยซ้ำ เหมือนที่ทำกับทีมชาติเวลส์




ซึ่งหาก ทีมเรอัล มาดริด นั้นอยากจะขายนักเตะเพื่อจำนวนเงินมหาศาลจริงๆ นักเตะที่พวกเขาไม่ใช้ อย่าง

  • คาเซมิโร่
  • อาเซียร์ อิญาร์ราเมนดี้ 

นั้นควรจะอยู่ในบัญชีนี้มากกว่าอีก อย่างน้อยๆ สองคนนี้ ต้องเข้ากระเป๋าสัก 30 ล้านยูโร

และสำหรับฟาบิโอ โคเอ็นเทรา และ ราฟาเอล วาราน ก็เนื้อหอมใช่ย่อย สามารถเรียกราคาได้สูงๆ จากสองแข้งแนวรับนี้แน่นอน

หลังจากที่ตัวผมเกริ่นมาทั้งหมด ในการยอมขายพวกตัวรับ มากกว่าที่จะให้ เบล ออกจาก ทีมเรอัล มาดริดไปจริงๆ คงหนีไม่พ้นเกมรุกที่เอ็นเตอร์เทนแฟนบอลได้อย่างดีของพวกเขา

โดยที่แกเร็ธ เบล ได้ลงพร้อม กับ ตัวโรนัลโด้, กับฮาเมส และ อิสโก้ เห็นๆ กันอยู่ว่าโคตรหลากหลาย เกมรับจะเป็นยังไงผมไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ เพราะฟุตบอลหากจะเสียประตูบ้าง ผมมองว่ามันเป็นสีสัน

ในการทำประตูเป็นจุดขายของ ลาลีกา มานานแล้ว กว่า 1045 ประตูในซีซั่น 2013-2014 เป็นรอง พรีเมียร์ลีก แค่เพียง 7 ประตูเท่านั้นในซีซั่นเดียวกัน




เพราะฉะนั้นนี่คือลีกฟุตบอล ที่เน้นเกมรุกที่เร้าใจ ไม่ว่าทีมเล็กๆ อย่าง ทีมเออิบาร์ และทีมดาวรุ่งอย่าง ทีมบีญาร์เรอัล พวกเขาก็ไม่เคยคิดจะเล่นรับกันเลยแม้เจอกับทีมใหญ่ ทำให้ผมชอบนักเตะเกมรุก มากกว่าเกมรับเป็นแน่แท้

แล้วเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดของ ทีมเรอัล มาดริด มีคลาสทีมที่ไม่เป็นรองใครในโลก หากมีทีมใดจะมาซื้อนักเตะที่พวกเขาใช้งานอยู่ไป นั่นหมายความว่าต้องเป็นทีมที่ดีกว่า ทีมเรอัล มาดริด เท่านั้นหรือเปล่า

นั่นมันเหมือนหยามหน้า ยอดทีมเบอร์หนึ่งของโลกเวลานี้ชัดๆ

และหากผมเป็นประธาน ทีมเรอัล มาดริด แล้วมีข้อเสนอยื่นมาจริง 200 ล้านปอนด์ผมก็ไม่ขาย แล้วทำให้เป็นข่าวออกสื่อด้วย นอกจากจะได้ใจแฟนบอลที่ตามเชียร์เรอัล เพราะซูเปอร์สตาร์แล้ว

ทั้งยังเพิ่มระดับความไฮเอนด์ให้กับทีมเป็นทวีคูณ เพราะนี่คือ ทีมเรอัล มาดริด ชุดสีขาว ที่นักบอลอยากใส่กันนักกันหนายังไงเล่า

Palm
วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วิเคราะห์ผลบอล 7 คนใหม่ของผีแดง ในมุมมองป๋าเฟอร์กี้

7 คนใหม่ของผีแดง ในมุมมองป๋าเฟอร์กี้




ในยุคใหม่ของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ยังเป็นที่พูดคุยกันได้เสมอๆรวมไปถึงการตั้งข้อสงสัยต่างๆ นาๆ เกี่ยวกับอนาคตของทีมว่าจะไปในทิศทางไหน

โดยหลังจากชายที่ชื่อว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ถอดหัวโขนลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้หลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2013 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน รั้วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เหมือนโดนพายุพัดโหมกระหน่ำ เหมือนโดนแผ่นดินไหวสัก 10 ริคเตอร์

ซึ่งนอกจากการที่ทีมขาดหัวเรือใหญ่ซึ่งอยู่กับทีมมาเหมือนกลายเป็นพ่อใหญ่ของสมาชิกทีม "ปีศาจแดง" ทุกๆ คนแล้ว ไอ้คนที่มารับช่วงต่อ กลับทำทีมได้ห่วยบรม

และสถิติหลายๆ อย่างในยุคของ เดวิด มอยส์ ก็ได้ผุดขึ้นมาใหม่ แต่ขอย้ำว่าเป็นสถิติในด้านแย่ของทีมนะครับ ซึ่งหลายๆ ท่านคงรู้กันอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ฉะนั้นผมขอข้าม

ครั้งนี้ทัพทีม "ปีศาจแดง" ได้แต่งตั้ง หลุยส์ ฟาน กัล เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ในซีซั่นนี้ พร้อมสัญญา 3 ปี ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา ผมได้เฝ้ารอฟีดแบ็กวิเคราะห์บอลการเล่น จากคนๆ หนึ่ง รอเท่าไหร่ก็ไม่มาสักที จนกระทั่งไม่กี่วันก่อน เขาก็ออกมาพูด

ซึ่งนั่นก็คือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั่นเอง โดยได้พูดออกมาทั้งในเรื่องของ ฟาน กัล และนักเตะหน้าใหม่ที่พวกเขาซื้อเข้ามา เรามาดูกันดีกว่าว่า ป๋า จะพูดอะไรบ้าง


1. หลุยส์ ฟาน กัล




ข่าวหลังจากที่ "เฟอร์กี้" ไม่ค่อยสบอารมณ์ที่บอร์ดบริหารชุดใหม่ นำมาโดย เอ็ด วูดวาร์ด ที่ได้สั่งปลด มอยส์ ซึ่งเป็น "โชเซ่น วัน" ของลุงแก แถมยังมีข่าวออกมาอีกว่า

ถ้าหากสรุปแล้ว ท่านเซอร์ กับ ฟานกัล ไม่ได้พบกันที่สหรัฐอเมริกาเมื่อช่วงซัมเมอร์ตามที่ได้ตกลงกันไว้ พร้อมกับงานกาล่าดินเนอร์ของสโมสร เมื่อช่วงเดือนก่อน กุนซือ 2 รายนี้ก็ไม่ได้พูดคุยกันมากมายเท่าใดนัก แต่มาวันนี้ เฟอร์กูสัน ได้พูดถึงนายใหญ่คนใหม่วัย 62 ปีสักที ซึ่งถือว่าเป็นข้อความที่ไม่ได้เปิดศึกแต่อย่างใด

สำหรับสิ่งที่ผมพอใจอย่างมากกับทีมชุดนี้นั่นคือ หลุยส์ ได้ให้โอกาสแข้งดาวรุ่งถึง 7 คน ได้ลงสนามประเดิมทีมชุดใหญ่เป็นหนแรกถึง 7 คน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สโมสรให้ความสำคัญอยู่เสมอ ผมคิดว่าแฟนบอลจะให้การสนับสนุนทีมมากขึ้น เมื่อบรรดานักเตะดาวรุ่งถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่

และเราไม่เคยได้พูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง เขาเคยมาเยี่ยมผมที่ออฟฟิศหลังจบเกม เราได้พูดคุยกันเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่ถึงขนาดต่อสายพูดคุยกัน เขาเป็นคนที่มากความสามารถ เป็นผู้นำที่ดี เขารู้ดีว่าการเป็นผู้จัดการทีมที่ดีจะต้องทำอะไรบ้าง เขาไม่จำเป็นต้องมาขอคำปรึกษาจากผมหรอก


2. อังเคล ดิ มาเรีย

ย้ายมาด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์จาก ทีมเรอัล มาดริด ลงสนามทั้งสิ้น 6 นัดยิงได้ 3 ประตู





ก็มีการวิจารณ์ถึงการซื้อนักเตะของทีม "ปีศาจแดง" มาตลอด ว่าเป็นการทุ่มเงินที่แพงเกินไป รวมไปถึงการที่ทีมทำลายสถิติซื้อนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในเกาะอังกฤษอย่างการซื้อ อังเคล ดิ มาเรีย ด้วยมูลค่าถึง 60 ล้านปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3,300 ล้านบาท

และท่านเซอร์ ก็ได้ออกมายอมรับว่าทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องทุ่มเงินเพื่อซื้อนักเตะคนใหม่เข้ามาเสริมทัพภายในทีม และก็เชื่อว่าฟุตบอลยุคนี้ มันก็เหมาะสมกับราคาจำนวนนี้แล้ว

โดยเขาได้กล่าวว่า มันก็เป็นเหมือนเกม อย่างที่ทีม เรอัล มาดริด ได้ซื้อ แกเร็ธ เบล ด้วยจำนวนเงินถึง 86 ล้านปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4,730 ล้านบาท

ส่วนตัว ผมคิดว่าเมื่อคุณสามารถเข้าถึงศักยภาพของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขามีทรัพยากรที่จะซื้อได้ ผมไม่เคยต้องทุ่มเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฟื้นฟูทีมกลับมาใหม่


3. ราดาเมล ฟัลเกา

สัญญายืมตัวจากทีม โมนาโก ลงเล่นไปทั้งสิ้น 5 นัดยิงได้ 1 ประตู




และเมื่อหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา ได้เข้าทีมมา มันทำให้แฟนบอลทีม "ผีแดง" ต่างก็ต้องกรี๊ดลั่น อย่างไรก็ตาม ด้วยอาการบาดเจ็บหนักที่หัวเข่าของเขายังเป็นข้อสงสัย ทำให้ "ป๋า" มองว่าทีมทำถูกแล้วที่ยืมตัวมาก่อนหนึ่งฤดูกาล แล้วค่อยซื้อขาดในภายหลัง

สำหรับ ฟัลเกา นั้นเป็นหนึ่งในนักเตะที่เราทุกคนต่างรอคอย แน่นอนว่าเขาเป็นผู้เล่นที่สุดยอด ด้วยคุณภาพในการทำประตูของเขา แต่ด้วยอาการบาดเจ็บของเขาก่อนหน้านี้ การที่ทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดึงเขามาแบบยืมตัวก่อน ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องมากๆ


4. ดาลี่ย์ บลินด์

ย้ายมาด้วยค่าตัว 14 ล้านปอนด์ จากทีม อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ลงสนามทั้งสิ้น 5 นัดยิงได้ 1 ประตู





เรียกได้ว่าเป็นนักเตะ ที่สารพัดประโยชน์จริงๆ ที่เล่นได้ทั้ง 1.แบ็กซ้าย, 2.เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ และ 3.มิดฟิดล์ตัวรับ และยังทำผลงานได้ไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ก็ไม่ได้ดีถึงขั้นเป็นตัวค้ำจุนทีม

นั่นทำให้ เฟอร์กูสัน มองว่าเขาเหมือนกับ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ในยุคที่ฟอร์มเก่งสุดๆ ก่อนบาดเจ็บยาวไป พร้อมกับเชื่อว่า 2 คนนี้จะแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันได้

ตัวของ ดาลี่ย์ บลินด์ เป็นนักเตะที่เข้าใจในเกมฟุตบอลเป็นอย่างดี ทำให้ผมนึกถึง ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ เมื่อไม่กี่ปีก่อน ทั้ง 2 คนเป็นนักเตะประเภทเดียวกัน

ซึ่งเขานั้นเป็นสุดยอดมืออาชีพที่เข้าใจเกมได้อย่างถ่องแท้ เขาเล่นบอลธรรมดาๆ แต่มันกลับปกป้องแนวรับ รวมไปถึงเปิดทางให้เกมรุกได้ในเวลาเดียวกัน


5. อันเดร เอร์เรร่า

ย้ายมาด้วยค่าตัว 29 ล้านปอนด์ จากทีม แอธเลติก บิลเบา ลงสนามทั้งสิ้น 5 นัดยิงได้ 2 ประตู





อีกคนที่ดูเหมือน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะชื่นชอบนักเตะรายนี้เป็นพิเศษ เพราะเปิดเผยว่าเขาเคยสนใจแข้งรายนี้อยู่เหมือนกัน จนสุดท้ายทีมก็คว้ามาได้สำเร็จ

นักเตะอย่าง เอร์เรร่า ได้เคยเจอกับเราเมื่อ 3 ปีก่อน ศึกยูโรปาลีก ซึ่งพวกเขาสู้กับพวกเราได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเป็นนักเตะดาวรุ่งที่มีความสามารถ และเรามองเขาเอาไว้หลายครั้งแล้ว ผมคิดว่าทีมต้องการดึงเขามาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว แต่มันก็พลาดไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

ซึ่งเขาเป็นนักกีฬาที่ดี มีความดุดันเล็กน้อยซึ่งโดยปกติแล้ว เด็กแบบนี้มักจะไม่ค่อยมีด้านนี้เท่าไหร่ เขาค่อนข้างผอม แต่เขาก็มีความดุดัน และเขาวิ่งได้ทั่วสนาม


6. ลุค ชอว์

ย้ายมาด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ จากทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ลงสนามทั้งสิ้น 3 นัดยิงได้ 0 ประตู





คนนี้ก็ถือว่า เป็นนักเตะอีกหนึ่งรายที่ถูกสื่อและคนทั่วไปวิจารณ์ว่าเขาเหมาะสมแล้วหรือ กับค่าตัวสูงถึง 30 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,650 ล้านบาท

และเนื่องจากยังไม่ได้พิสูจน์อะไรให้มันมากมายเท่ากับเงินที่จ่ายไป ด้วยวัยเพียงแค่ 19 ปี แต่กลับมีค่าตัวพันล้าน เป็นใครก็ต้องคิดว่าทำไมถึงกล้าๆ ทุ่มขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม เฟอร์กูสัน ยืนยันได้ว่า ชอว์ เหมาะสมกับการสวมเสื้อทีม "ปีศาจแดง" แน่นอน

สำหรับ การซื้อตัว ชอว์ เป็นหนึ่งในสิ่งที่เราพยายามมาตลอด ตั้งแต่เขาอายุ 16 ปี พวกเขาไม่ยอมขายให้เรา แต่พวกเขาบอกกับเราเสมอว่าจะรับฟังข้อเสนอของเราเป็นที่แรก

โดยที่ เอ็ด วูดวาร์ด ได้ดำเนินการผ่านและเราก็ได้ตัวเขามา ผมคิดว่าน่าจะเป็นจำนวน 30 ล้านปอนด์ เขาเป็นเด็กที่มีความสามารถ เป็นนักเตะที่ดีและเป็นคนที่จะก้าวหน้าได้ตลอด


7. มาร์กอส โรโฮ

ย้ายมาด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์ จากทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน  ลงสนามทั้งสิ้น 5 นัดยิงได้ 0 ประตู





สำหรับ โรโฮ นั้นได้ใจ เซอร์ อเล็กซ์ ไปหลังจากผ่านศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ด้วยวัย 24 ปีแต่กลับเล่นบอลได้ไม่แพ้รุ่นพี่ในทีม พร้อมยึดตำแหน่งแบ็กซ้ายตัวจริงไว้ได้แบบยาวๆ

ตัวของ โรโฮนั้น เป็นนักเตะอาร์เจนติน่า ซึ่งผมได้ดูเขาเล่นในศึก เวิลด์ คัพ ตัวผมคิดว่าเขาทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว และผมคิดว่าเขาเป็นนักเตะที่มีความสามารถ รวมไปถึงการเล่นได้ทั้ง 1.ตำแหน่งแบ็กซ้าย, 2.วิงแบ็ก อย่างที่ต้องการ หรือจะโยกเขามาเป็น 3.เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ก็ยังได้

และนั่นก็เป็นสิ่งที่ท่าน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ออกมาชี้แจง ซึ่งน่าจะทำให้แฟนบอลทีม "ปีศาจแดง" อุ่นใจได้ไม่น้อยเลย ตอนนี้ทีม แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ในอันดับที่ 6 ของตาราง

โดยโปรแกรมบอลนัดต่อไป พวกเขาจะพบกับ ทีมเชลซี ในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคมนี้ อดใจรอชมกันได้นะ แฟนผีทั้งหลาย