วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

นาโปลี 1-1 บาร์เซโลนา: คลิปไฮไลท์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก




นาโปลี 1-1 บาร์เซโลนา: ไฮไลท์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก (คลิป)


การแข่งขัน ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีม นัดแรก คู่ระหว่าง นาโปลี พบกับ บาร์เซโลน่า ที่สนาม ซาน เปาโล เมื่อคืนวันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

  • 10น. : เจ้าบ้านได้โอกาสจากจังหวะที่ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ดีดขึ้นหน้าให้ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ได้ยิงหน้าเขตโทษแต่บอลไปตรงตัว แทร์ ชเตเก้น รับเข้าซองได้ไม่ยาก
  • 30น. : นาโปลี มาได้ประตูนำ 1-0 จากจังหวะที่ พิโอเตอร์ เซียลินสกี้ ไปแย่งบอลจาก จูเนียร์ ฟีร์โป้ แล้วลากขึ้นหน้าก่อนเปิดย้อนไปให้ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ สับไกด้วยขวาเสียบสามเหลี่ยมสุดงาม
  • 42น. : เจ้าบ้านเกือบได้เพิ่ม ฟาเบียน รูอิซ วางบอลยาวไปที่เสาแรก โฆเซ่ กาเยฆ่อน เปิดจังหวะเดียวให้ คอสตาส มาโนลาส ได้ยิงจ่อๆ หลุดกรอบเหลือเชื่อ หมดครึ่งแรก นาโปลี ออกนำ 1-0
  • 57น. : ทีมเยือนต่อเกมสวย เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ จ่ายให้ เนลซอน เซเมโด้ หลุดขึ้นมาทางขวาก่อนเปิดเข้าเขตโทษให้ อองตวน กรีซมันน์ ซัดตุงตาข่าย บาร์เซโลน่า ตามตีเสมอ 1-1
  • 61น. : ลอเรนโซ่ อินซินเย่ โชว์สกิลเหนือลากหลบแนวรับทีมเยือน 2 คน ก่อนหลุดเข้าเขตโทษไปกดด้วยขวาแต่ แทร์ ชเตเก้น ล้มตัวรับไว้ได้ทัน
  • 63น. : เจ้าบ้านเกือบได้อีกครั้ง อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค แทงทะลุให้ โฆเซ่ กาเยฆ่อน ได้หลุดเดี่ยวไปยิงแต่กลับซัดไปติดตัว แทร์ ชเตเก้น อย่างน่าเสียดาย
  • 98น. : บาร์เซโลน่า ต้องมาเหลือ 10 คน จากจังหวะที่ อาร์ตูโร่ วิดัล ไปเสียบหนักใส่ มาริโอ รุย ที่ริมเส้น ผู้ตัดสินชูใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดง ต้องออกจากสนามไป
  • จบเกม : นาโปลี เปิดบ้านเสมอกับ บาร์เซโลน่า 1-1 ในนัดแรก ส่วนนัดสองจะต้องกลับไปเล่นที่คัมป์ นู บ้านของ บาร์เซโลน่า

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม


นาโปลี (4-3-3) :
  1. ดาวิด ออสปิน่า
  2. โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่
  3. คอสตาส มาโนลาส
  4. นิโกล่า มัคซิโมวิช
  5. มาริโอ รุย
  6. ฟาเบียน รูอิซ
  7. ดีเอโก้ เดมเม่
  8. พิโอเตอร์ เซียลินสกี้
  9. โฆเซ่ กาเยฆ่อน
  10. ดรีส์ เมอร์เท่นส์
  11. ลอเรนโซ่ อินซินเย่

บาร์เซโลน่า (4-3-3) :
  1. มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น
  2. เนลซอน เซเมโด้
  3. เคราร์ด ปีเก้
  4. ซามูเอล อุมติตี้
  5. จูเนียร์ ฟีร์โป้
  6. เฟร็งกี้ เดอ ยอง
  7. เซร์คิโอ บุสเก็ตส์
  8. อิวาน ราคิติช
  9. ลิโอเนล เมสซี่
  10. อองตวน กรีซมันน์
  11. อาร์ตูโร่ วิดัล
ผู้ตัตสิน : เฟลิกซ์ บรีช (เยอรมัน)

ไฮไลท์ เชลซี 0-3 บาเยิร์น มิวนิค: UCL 2019-20




ไฮไลท์ฟุตบอล เชลซี 0-3 บาเยิร์น มิวนิค: UCL 2019-20


การแข่งขัน ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีม นัดแรก คู่ระหว่าง เชลซี พบกับ บาเยิร์น มิวนิค ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อคืนวันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

11น.: ทีมเยือนเกือบได้ประตูออกนำ คิงส์เล่ย์ โกมัน ทำชิ่งกับ โธมัส มุลเลอร์ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาบอลพุ่งเข้าข้างตาข่ายชนิดได้ลุ้น

27น.: "เสือใต้" ได้โอกาสอีกครั้ง โธมัส มุลเลอร์ จ่ายตัดแนวรับให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หลุดเดี่ยวเข้าไปจิ้มด้วยขวาแต่ วิลลี่ กาบาเยโร่ ออกมาล้มตัวบล็อกไว้ได้ทัน

35น.: บาเยิร์น น่าจะได้อีกครั้ง แซร์จ นาบรี้ เปิดบอลโค้งเข้าเขตโทษ โธมัส มุลเลอร์ โหม่งกลับหลังบอลพุ่งชนคานกระดอนออกมาอย่างน่าเสียดาย

43น.: โอกาสของเจ้าถิ่นบ้างจากจังหวะสวนกลับ มาร์กอส อลอนโซ่ ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนกดเรียดด้วยซ้าย แต่ มานูเอล นอยเออร์ ล้มตัวทุบทิ้งไว้ได้ หมดครึ่งแรกเสมอกัน 0-0

50น.: บาเยิร์น มาได้ประตูนำ 1-0 จากการประสานงานอันยอดเยี่ยม แซร์จ นาบรี้ ทำชิ่งกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ก่อนได้ซัดด้วยขวาตุงตาข่าย

54น.: ทีมเยือนโต้กลับอีกครั้ง แซร์จ นาบรี้ ทำชิ่งกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ก่อนหลุดเข้าไปซัดเสียบโคนเสาเข้าไปเด็ดขาดให้ บาเยิร์น หนีเป็น 2-0

75น.: "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เกมบุกสวนน่ากลัวจริงๆๆ อัลฟอนโซ่ เดวิส กระชากหลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดไปเสาสองให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แปโล่งๆ ไม่เหลือ บาเยิร์น ทิ้งห่าง 3-0

84น.: เจ้าถิ่นต้องมาเหลือ 10 คน เมื่อ มาร์กอส อลอนโซ่ ไปเจตนาเล่นนอกเกมฟาดแขนใส่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เต็มๆ ผู้ตัดสินขอดู VAR ก่อนชูใบแดงไล่ออกจากสนาม

จบเกม: บาเยิร์น มิวนิค บุกถล่ม เชลซี 3-0 โอกาสผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมค่อนข้างสดใส แม้จะต้องลงเล่นเกมนัดที่สองในบ้านตัวเองอีกนัดก็ตาม
 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

เชลซี (3-4-2-1) :
  1. วิลลี่ กาบาเยโร่
  2. เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า
  3. อันเดรียส คริสเตนเซ่น
  4. อันโตนิโอ รือดิเกอร์
  5. รีซ เจมส์
  6. จอร์จินโญ่
  7. มาเตโอ โควาซิช
  8. มาร์กอส อลอนโซ่
  9. เมสัน เมาน์ท
  10. รอสส์ บาร์คลี่ย์
  11. โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1):
  1. มานูเอล นอยเออร์
  2. เบนฌาแม็ง ปาวาร์
  3. เยโรม บัวเต็ง
  4. ดาวิด อลาบา
  5. อัลฟอนโซ่ เดวิส
  6. โยชัว คิมมิช
  7. ติอาโก้ อัลกันตาร่า
  8. แซร์จ นาบรี้
  9. โธมัส มุลเลอร์
  10. คิงส์เล่ย์ โกมัน
  11. โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ผู้ตัดสิน : กเลมงต์ ตูร์กแป็ง (ฝรั่งเศส)
วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ไฮไลท์ฟุตบอล 23 กุมภาพันธ์ 2563 เมื่อคืนที่ผ่านมา



แมนยู vs วัตฟอร์ด 3-0 




อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่: แมนยู พบ วัตฟอร์ด


อาร์เซนอล vs เอฟเวอร์ตัน 3-2



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่: อาร์เซนอล พบ เอฟเวอร์ตัน


แอตเลติโก มาดริด vs บียาร์เรอัล 3-1

clip by. beIN SPORTS Thailand



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แอตเลติโก มาดริด พบ บียาร์เรอัล


โรมา vs เลชเช 4-0




อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่: โรมา พบ เลชเช


เลเวอร์คูเซ่น vs เอาก์สบวร์ก 2-0




อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่: เลเวอร์คูเซ่น พบ เอาก์สบวร์
วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

แวร์เดอร์ เบรเมน 0-2 ดอร์ทมุนด์ - ไฮไลท์ บุนเดสลีกา



แวร์เดอร์ เบรเมน 0-2 ดอร์ทมุนด์ - ไฮไลท์ฟุตบอล บุนเดสลีกา




การแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี 2019/20 นัดที่ 23

แวร์เดอร์ เบรเมน VS โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

เจ้าถิ่นใช้แผน 3-4-3:

  • ยูยะ โอซาโกะ, มิลอต ราชิกา และ เดวี เซลเก เป็นสามประสานในแนวรุก 


ทีมเยือนมาในระบบ 3-4-3:

  • ธอร์กก็อง อาซาร์, จาดอน ซานโช และ เออร์ลิง ฮาแลนด์ นำทัพล่าตาข่าย


ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทัพเสือเหลืองเป็นฝ่ายบุกมาเอาชนะไป 2-0 ได้ประตูจาก แดน-อักเซล ซากาดู นาที 52 และ เออร์ลิง ฮาแลนด์ นาที 66

จากชัยชนะนัดนี้ ทำให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มีเพิ่มเป็น 45 คะแนน ตามหลังจ่าฝูง บาเยิร์น มิวนิค 4 คะแนน ส่วน แวร์เดอร์ เบรเมน มี 17 คะแนนเท่าเดิม รั้งรองบ๊วย ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นต่อไป

ไฮไลท์ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เชลซี vs สเปอร์ส 2019-20



ไฮไลท์ ฟุตบอล เชลซี vs สเปอร์ส: ผลบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2019-20





ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2019-20: นัดที่ 27 เชลซี อันดับ 4 เปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ทำศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์นัดสำคัญ รับการมาเยือนของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ทีมอันดับ 5 ของตาราง

วันนี้เจ้าถิ่นใช้แผน 3-4-2-1:

  • รอสส์ บาร์คลีย์
  • เมสัน เมาท์
  • โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เป็นสามประสานในแนวรุก


ด้านทีมเยือนมาในระบบ 5-3-2:

  • จิโอวานี โล เซลโซ คุมแดนกลาง
  • สตีเวน เบิร์กไวน์ จับคู่ ลูคัส มูรา ล่าตาข่าย


ผลการแข่งขัน ขุนพลสิงห์บลูส์เป็นฝ่ายทำได้ดีกว่า เอาชนะไปได้อย่างสนุก 2-1 ได้ประตูจาก โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นาที 15 และ มาร์กอส อลอนโซ นาที 48 ส่วนไก่เดือยทองได้คืนจากการทำเข้าประตูตัวเองของ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ นาที 89

จากชัยชนะนัดนี้ ทำให้ เชลซี มีเพิ่มเป็น 44 คะแนน รั้งที่ 4 เหนียวแน่น ส่วน ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ มี 40 คะแนนเท่าเดิม

ที่มาของข่าว: เชลซี vs สเปอร์ส
วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

แมนซิตี 2-0 เวสต์แฮม: คลิป พรีเมียร์ลีก 2019-20 นัดตกค้าง





การแข่งขัน ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดตกค้าง ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดอู่เอติฮัด สเตเดียม พบกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาในระบบ 4-3-3 เอแดร์ซอน ลงเฝ้าเสา คู่กองหลัง นิโคลัส โอตาเมนดี้ จับคู่ อายเมอริค ลาปอร์กต์ แผงมิดฟิลด์ เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้ และ ดาบิด ซิลบา แนวรุก แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เซร์คิโอ อเกวโร และ กาเบรียล เชซุส

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 18 ของตาราง มาในระบบ 3-5-2 ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ลงเฝ้าเสา สามเซ็นเตอร์ อารอน เครสส์เวลล์, แองเจโล อ็อกบอนนา และ อิสซา ดิย็อป แผงมิดฟิลด์ มาร์ค โนเบิล, เดแคลน ไรซ์ และ โตมาช ซูเช็ค คู่กองหน้า มิเกล อันโตนิโอ ประสานงาน โรเบิร์ต สน็อดกราสส์

ผลปรากฏว่า เริ่มเกมมาเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกโหมเป็นพายุอยู่ฝั่งเดียว จนได้โอกาสทักทายก่อนตั้งแต่ 7 นาทีแรก เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ ไหลบอลไปให้ เซร์คิโอ อเกวโร ดีดไซด์ก้อยหลุดกรอบออกไปเพียงนิดเดียว ถัดมาอีกห้านาที เดอ บรอยน์ ได้ซัดไกลด้วยขวาแต่ก็ยังติดเซฟขาซ้ายของ ลูคัส ฟาเบียงสกี

ผ่านไปครึ่งช่วงโมงก็ยังเป็นเรือใบโหมบุกหนักจนมาเจาะกำแพงขุนค้อนแตก 1-0 จากจังหวะ เดอ บรอยน์ เปิดลูกเตะมุมไปให้ โรดรี โหม่งเข้าไปที่เสียบเสาสอง ช่วงเวลาที่เหลือก็ยังเป็นซิตี้ครองเกมบุกต่อเนื่องแต่ยังทำประตูเพิ่มไม่ได้ ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังเตะมาถึงนาทีที่ 53 เรือเกือบได้ประตูหนีห่าง เมื่อ เดอ บรอยน์ ลากตะลุยขึ้นมาก่อนแทงไปให้ อเกวโร หลุดไปซัดด้วยขวา บอลผ่านหน้าปากประตูออกไป

นาทีที่ 62 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หนีเป็น 2-0 เมื่อ แบร์นาโด ซิลวา หลุดเข้าไปในเขตโทษ ล็อกเข้าขวากำลังจะซัดอยู่แล้ว ก่อนที่จะเป็น เดอ บรอยน์ โฉบมาจากด้านหลังเอาบอลไปซัดเสียบเสาสองเข้าไปอย่างหมดจด

จากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เวสต์แฮม กลับมาชนะอีกครั้งในรอบ 3 เกมหลังสุด ทำคะแนนตามหลัง “จ่าฝูง” ลิเวอร์พูล 22 แต้ม

ขณะที่เวสต์แฮม มี 24 คะแนนเท่าเดิมรั้งอันดับ 18 โดยมีประตูได้เสียดีกว่าวัตฟอร์ด 1 ประตู

ที่มา: ผลบอล พรีเมียร์ลีก
วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

คลิป - เอซี มิลาน 1-0 โตริโน่: กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี




Hilight Clip by. Serie A


ผลบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คู่ระหว่าง เอซี มิลาน เปิดบ้านพบกับ โตริโน่ ที่สนาม ซาน ซิโร่ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา


  • เปิดเกมมา 20 นาที เจ้าบ้านเกือบได้ประตูออกนำจากจังหวะที่ อันเต้ เรบิช ผ่านบอลให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดีดคืนให้ ลูคัส ปาเกต้า วิ่งมากดด้วยขวาแต่ ซัลวาตอเร่ ซิริกู พุ่งปัดไว้ได้มือเดียว
  • นาทีที่ 25 "ปีศาจแดงดำ" ลุยต่อเนื่อง ซามูเอล กาสตีเยโฆ ได้บอลหลุดขึ้นมาทางขวาก่อนเปิดไปในเขตโทษให้ อันเต้ เรบิช วิ่งเข้ามาแปด้วยขวาตุงตาข่าย เอซี มิลาน ออกนำ 1-0 พร้อมจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
  • กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 73 เจ้าถิ่นเกือบได้เพิ่ม จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า ลองสับไกหน้าเขตโทษบอลแฉลบแนวรับทีมเยือนเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น
  • จบเกม "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ "กระทิงหิน" โตริโน่ ไปได้แบบหวุดหวิด 1-0 เก็บชัยนัดแรกในรอบ 3 เกมหลังสุดได้สำเร็จ พร้อมขยับอันดับขึ้นมาอยู่ที่ 8 ของตาราง


รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

เอซี มิลาน (4-4-2) :

  1. จานลุยจิ ดอนนารุมม่า
  2. ดาวิเด้ คาลาเบรีย
  3. ซิม่อน เคียร์
  4. อเลสซิโอ โรมันโยลี่
  5. เตโอ แอร์กน็องเดซ
  6. ซามูเอล กาสตีเยโฆ
  7. ฟร้องค์ เกสซีเย่
  8. อิสมาเอล เบนนาเซอร์
  9. ลูคัส ปาเกต้า
  10. อันเต้ เรบิช
  11. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช


โตริโน่ (3-4-2-1) :

  1. ซัลวาตอเร่ ซิริกู
  2. เบรเมอร์
  3. นิโกล่าส์ เอ็นคูลู
  4. ยานโก้
  5. ลอเรนโซ่ เด ซิลเวสตรี
  6. ซาซ่า ลูคิช
  7. โทมัส รินคอน
  8. คริสเตียน อันซัลดี้
  9. ซิโมเน่ เอเดร่า
  10. อเล็กซ์ เบเรนเกร์
  11. อันเดรีย เบล็อตติ
ที่มาของข่าว : https://www.sanook.com/sport/1058466/