วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โปรแกรมบอล: แฟนบอล ยานาไซ อย่าอ่านนะ?

แฟนบอล ยานาไซ อย่าอ่านนะ?




สำหรับ 3 คะแนนสำคัญของ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากการคว้าชัยเหนือทีมรองบ่อนอย่าง ทีมคริสตัล พาเลซ 1 - 0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คงจะไม่เกิดขึ้นแน่ๆ หากอดีตดาวรุ่งที่ใครๆ ต่างก็พูดถึงเมื่อช่วงต้นซีซั่นที่แล้วนามว่า อัดนาน ยานาไซ โลดแล่นอยู่ในสนามครบ 90 นาที

ซึ่งในนัดนี้ได้รับเสียงด่าอย่างมากโข สำหรับการวิเคราะห์บอลฟอร์มการเล่นอันสุดแสนจะห่วยแตกของ อัดนาน ยานาไซ ในฤดูกาลนี้ หรือถ้าจะให้พูดจริงๆ ก็น่าจะเป็นมาตั้งแต่ช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้วละ ถ้าท่านผู้อ่านได้เคยติดตามงานเขียนของผมมาก่อน ก็คงจะทราบดีว่าผมนั้นเป็นแฟนบอล ทีมปีศาจแดง แบบสุดลิ่มทิ่มประตูคนนึงเลยหละ ฉะนั้นการที่จะให้มาเขียนสกู๊ป ตำหนิติติงนักเตะทีมโปรดของตัวเอง บางทีมันก็ทำยากอยู่นะ แต่วันนี้มันถึงจุดแล้วจริง ๆ




ภาพห่วยจนถูกหนังสือ Deviemag จับมาล้อ จาก Devilmag.com


และความจริงแล้วผมอยากจะเขียนถึงข่าวแมนยู ตัว ยานาไซ มาตั้งแต่ 2 - 3 เกมก่อนหน้านี้แล้วนะ แต่ก็คิดว่าอะ ลองให้โอกาสมันดูอีกสักหน่อยละกันวะ อีกอย่างตอนนั้นสาวกผู้คลั่งไคล้ในตัวของดาวเตะหน้าหล่อรายนี้ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ติ่ง ก็ยังค่อนข้างเยอะอยู่ ฉะนั้นโอกาสที่ผมจะโดนติ่งเหล่านั้นรุมโทรมด้วยคำหยาบคายมีค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

ซึ่งผมจึงเลือกที่จะเลี่ยงไปก่อน แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน ติ่ง ทั้งหลายก็เริ่มได้เห็นธาตุแท้ของไอหนูขี้เก๊กรายนี้ ชัดขึ้นๆ เรื่อยๆ จากที่เคยหลง ก็เหลือแค่รัก จากที่เคยรัก ก็เหลือแค่ชอบ จากที่เคยชอบ กลับกลายเป็นเฉยๆ จนทุกวันนี้บางคนเกลียดแล้วด้วยซ้ำ

เพราะเหตุนี้ วันนี้ผมขอพูดถึงจอมเลี้ยงร่างอ้อนแอ้นสักหน่อยเถอะ มันอดรนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ สำหรับฟอร์มการเล่นแบบฉายเดี่ยว กรูเก่งคนเดียว ไม่คิดจะส่งให้ใคร ยิงทิ้งยิงขว้าง ยึกๆ ยักๆ เล่นมากจังหวะ ทำลูกง่ายให้เป็นลูกยาก ลากถึงเส้นหลังแล้วไม่เปิด แต่เจือกล็อกกลับหลัง และจบด้วยการยึกๆ ยักๆ และอีกหลากหลายร้อยสิ่งที่เขาทำให้เกมรุกของ ทีมปีศาจแดง นั้นเพลาฤทธิ์เดชลงไป

และผมก็มั่นใจอีกว่า ไม่ใช่ผมคนเดียวที่เป็น ประชาชนทนไม่ไหว ที่ต้องขออกมาต่อต้านการส่ง ยานาไซ ลงเล่นเป็นตัวจริง เพราะเท่าที่ตามอ่านความคิดเห็นของเหล่าบรรดาสาวก ทีมอสูรแดง ในสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะทั้ง

  1. ทาง เฟสบุ๊ก
  2. ทาง ทวิตเตอร์
  3. ทาง อินสตราแกรม 
  4. ทาง กระทู้ตามเว็บบอร์ดต่างๆ 


ซึ่งแฟนผีร้อยละ 80 ต่างก็ออกมาด่า ยานาไซ ซะเละเทะไม่มีชิ้นดี




ภาพจาก Devilmag ขอขอบคุณภาพจาก Devilmag.com

ซึงสำหรับติ่งของ ยานาไซ บางท่านอาจจะอ้างว่า โหยย ก็คนไทยมันขึ้นชื่อเรื่อง เกรียนคีย์บอร์ด อยู่แล้วนี่หว่า มันก็ต้องด่ากันอยู่แล้ว ผมจะบอกว่าที่อังกฤษเอง เขาก็คิดกันอย่างนี้ครับ ขนาดสาวกอสูรวัยขบเผาะนามว่า ชาร์ลี ยังต่อว่าปีกจอมยึกยักรายนี้เลยครับ ถ้าไม่เชื่อ ผมมีคลิปมาให้ดู



จะรู้สึกอายเด็กมันบ้างไหมนะ

ซึ่งเจ้าหนูน้อยชาร์ลีผู้น่ารักได้ให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะที่ ทีมปีศาจแดง นั้นมีเหนือ ทีมปราสาทเรือนแก้วผลบอล 1 - 0 ว่า 3 คะแนนในวันนี้สำคัญต่อทีมอย่างมาก แต่เกมของเรายังค่อนข้างช้าอยู่ โดยเฉพาะ ยานาไซ เขาเล่นบอลได้ช้ามาก ทำเกมเสียจังหวะตลอด เขาคือจุดอ่อนของทีม และก่อนที่ ชาร์ลี จะไปวิพากษ์วิจารณ์ อังเคล ดิ มาเรีย และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ต่อ แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นของเราแล้วหละ 5555

ก็ได้เขียนมาถึงตรงนี้แล้ว ผมก็นึกได้คุ้นๆ เหมือนกับว่า ผมเคยเขียนเรื่องราวของเขามาแล้วทีนึง ตอนช่วงต้นฤดูกาล สมัยที่เพิ่งจะได้รับเสื้อหมายเลข 11 เลยลองกลับไปขุดหาดู ปรากฏว่า เห้ย จริงๆ ด้วยตอนนั้นผมเขียนไว้ ว่าด้วยเรื่องของ ชื่อชั้นที่ยังไม่สมควรจะมาใส่เบอร์ 11 ต่อจาก แข้งระดับตำนานอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ เพราะมันจะทำให้เด็กหนุ่มวัยแค่ 19 ปี ต้องแบกรับความกดดันไว้มหาศาลนั่นเอง และดูเหมือนว่าตอนนี้ สิ่งที่ผมคิดไว้ในตอนนั้นมันจะถูกต้องเสียด้วย

และนอกจากนี้ในบทความนั้น มีใจความท่อนนึงผมเขียนไว้ว่า ผมรู้สึกว่า ยานาไซ ไม่ได้เก่งขนาดนั้น แต่กลับถูกมองว่าเก่ง และให้ราคาจนเกินตัวไปเยอะมาก สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปอาจทำร้ายจิตใจแฟนผี แต่โปรดยอมรับเถอะครับว่า ราฮีม สเตอร์ริ่ง ปีกกึ่งกองหน้าของ ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล คู่กัดตลอดกาลของ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ถูกดันขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่พร้อมๆ กับ ยานาไซ มีการพัฒนาที่มากกว่า และดูดีมีอนาคตกว่าเยอะ

ซึ่งถ้าหากใครจะบอกว่าผมอคติกับดาวรุ่งขวัญใจแฟนผีรายนี้ ผมก็คงต้องขอน้อมรับไว้ แต่ผมคิดว่าฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวก็น่าจะตอบโจทย์ทุกอย่างได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเล่นมากจังหวะ การหวงบอล การยิงโดยไม่หวังผล ซึ่งหาก ยานาไซ ไม่ยอมปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นของตัวเอง อนาคตคงก้าวต่อไปลำยากแน่ๆ

ถ้าจะนับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ ในเกมพรีเมียร์ลีก ผ่านไปแล้วอีก 10 นัด ความคิดของผมที่มีต่อ ยานาไซ ก็ยังคงเดิม แถมขอยอมรับตรงๆ ด้วยเลยว่า เริ่มจะมีความเกลียดเข้ามาเจือปนแล้วด้วยซ้ำ





ภาพเกมแรกในทีมชุดใหญ่ อย่างไม่เป็นทางการ ของ ยานาไซ ก็คือการมาโชว์ความพริ้วที่แดนสยามนี่เอง

ซึ่งถ้าหาก ลองย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว สมัยที่ยังไม่มีใครรู้จักมากนัก เจ้าตัวได้รับโอกาสให้ลงเล่นในช่วง พรี - ซีซั่น และก็ทำผลงานได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว รวมถึงได้ลงเล่นในการมาทัวร์เมืองไทยด้วย เกมนั้นเล่นดีมากๆ ส่วนเกมที่ได้ลงประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่อย่างเป็นทางการเลยก็คือการลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่ของ แอชลี่ย์ ยัง ในนาทีที่ 68 เกมนั้นพลพรรค ทีมเร้ด เดวิลส์ ได้เอาชนะ ทีมคริสตัล พาเลซ ไปได้ 2-0 และเจ้าตัวก็ยังทำผลงานได้ไม่เลว

และหลังจากนั้น เกมที่ถือว่าเป็นการแจ้งเกิดให้ ยานาไซ อย่างเต็มตัวก็มาถึง เมื่อเขาถูก เดวิด มอยส์ ส่งลงเป็นตัวจริงครั้งแรกในเกมที่พบกับ ทีมซันเดอร์แลนด์ โดยเจ้าตัวเหมาคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ต้นสังกัดสร้างปาฏิหาริย์พลิกนรกจากที่ตามหลังอยู่ 1 - 0 กลับมาชนะได้ 2 - 1 และหลังจากเกมนั้นเองผู้คนทั้งหลายต่างพากันสรรเสริญเขา สื่อหลายสำนักรุมสัมภาษณ์ สโมสรยักษ์ใหญ่เริ่มตามจีบ และหลายคนอาจมองว่าเป็นเกมแจ้งเกิด แต่สำหรับผมมันคือจุดที่ทำให้วัยรุ่นคนนี้ สมาธิแตกกระเจิงเสียมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของกุนซือจอมเฮี้ยบอย่างโค้ช เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เสียด้วย




คลิปเกมแจ้งเกิดของตัว ยานาไซ

ซึ่งไม่กี่วันถัดมาโปรแกรมบอล หลังจากเกมดังกล่าวด้านบน ทีมปีศาจแดง ก็จัดการมอบสัญญาฉบับใหม่ระยะยาวถึง 5 ปี พร้อมค่าจ้างสูงถึง 60,000 ปอนด์หรือประมาณ 3 ล้านบาท ต่อสัปดาห์ พร้อมเงินกินเปล่าค่าเซ็นสัญญาที่เด็กอายุ 18 ปีจะได้เอาไปใช้ฟรีๆ อีก 5 ล้านปอนด์หรือประมาณ 250 ล้านบาท เรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีวัยกะเตาะเพียงชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว

และผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่า มีใครได้สังเกตุเหมือนผมหรือไม่ว่า ตั้งแต่ อัดนาน สะบัดน้ำหมึกพร้อมรับค่าเหนื่อยมหาศาล เจ้าตัวก็เปลี่ยนไป ทั้งการแต่งตัว การวางตัว รวมถึงฟอร์มการเล่นในสนามบอล


พูดแบบไม่อ้อมเลยก็คือ ขี้เก๊ก ขี้แอ็ค ขี้เลี้ยง กว่าเดิมเยอะมากๆ เลย และอย่างที่บอกละครับ พอมาในฤดูกาลนี้ เขาได้สวมเบอร์ 11 อีกด้วย ผมคิดว่าทำให้เจ้าตัวรู้สึกว่าตัวเองยิ่งมีความสำคัญกับทีม บวกกับแรงกดดัน ฟอร์มมันถึงออกมาได้ห่วยแตกแบบสุดลิ่มทิ่มประตูแบบนี้นี่ละครับ แถวบ้านผมเขาเรียกอาการแบบนี้ว่า ทองลอก ครับ ความหมายก็คือคนที่ดี นานวันไปก็กลับกลายเป็นคนเลว อะไรประมาณนั้น แต่ในกรณีนี้ ผมไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่า มันเคยมี ทอง อยู่ในตัวเจ้าเด็กนี่มาก่อนหรือเปล่าด้วยซ้ำ




ภาพเซ็นสัญญายิ้มแป้น รับทรัพย์และเงินก้อนโต

ซึ่งอีกประเด็นนึงที่อยากจะเขียนถึงแต่ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวยาวก็คือ มีหลายคน บอกว่า ให้ดู โรนัลโด้ ตอนมาใหม่ๆ สิ มันก็ขี้เลี้ยงอย่างนี้แหละ เดี๋ยวสักวัน ยานาไซ ก็อาจจะเป็นถึงระดับโด้ได้บ้าง โอ้ยยย จริงครับที่ตอนนั้น เจ็ทโด้ มันขี้เลี้ยง แต่ขอโทษ ทรงมันดีกว่านี้ด้วยซ้ำ ทำไมไม่ลองไปเทียบพวกขี้เลี้ยงแบบ นานี่ เบเบ้ ดูบ้างละครับ?

และผมขอพูดตรงนี้เลยว่าตัวของ ยานาไซ ไม่มีทางเหมือน โรนัลโด้ แค่ใกล้เคียงยังไม่มีวันเลยด้วยซ้ำ ผมรับประกัน

สิ่งสุดท้ายนี้ แม้ว่า ยานาไซ จะเป็นคนที่ผมชอบน้อยที่สุด ในทีม ณ เวลานี้ แต่ในฐานะที่ผมคือสาวก ทีมปีศาจแดง ฉะนั้นตราบใดที่แข้งวัยกะเตาะรายนี้ยังคงอยู่ในทีม เราก็คือสายเลือดเดียวกัน ผมก็ขอเอาใจช่วยให้ปีกทีมชาติเบลเยี่ยม ก้าวข้ามความกดดันในการสวมเสื้อเบอร์ 11 ต่อจากตำนาน ปีกขนดก ไปให้ได้

และรวมถึงต้องพยายามปรับเปลี่ยนทัศนคติในการเล่น และเร่งพัฒนาฝีเท้าให้ดีขึ้นกว่าเดิมในตารางพรีเมียร์ลีกด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใดเลยคือ หลุยส์ ฟาน กัล ช่วยอย่าส่งมันลงตัวจริงบ่อยนักได้มั้ยวะ จับมันดองข้างสนาม พร้อมๆ กับลูกรักของคุณอย่าง ฟาน เพอร์ซี่ ด้วยก็จะดีมาก

ชิน ชินพัฒน์

เขียนโดย : Giggsmanu11

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เรียกได้ว่ากลายเป็นหนังคนละม้วนสำหรับศึกพรีเมียร์ลีก

เรียกได้ว่ากลายเป็นหนังคนละม้วน




เมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็นการขับเคี่ยวลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกถือว่าตื่นเต้นและคู่คี่สูสีที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีมา ชนิดที่ว่ากว่าจะเหลือแคนดิเดตสองทีมที่ได้ชิงดำกันจริงๆ ก็แทบจะไม่กี่นัดสุดท้ายแล้ว

แต่ว่าการวางมือของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจบฤดูกาล 2012 - 2013 ได้สร้างแรงกระเพื่อมระลอกใหญ่ต่อโฉมหน้าของการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว

ซึ่งในระหว่างฤดูกาลที่แล้ว สำหรับตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกมีการเปลี่ยนมือถึง 25 ครั้ง เมื่อเทียบกับแค่ 4 ครั้ง ในฤดูกาลก่อนหน้านั้น และถือเป็นการเปลี่ยนทีมนำบนหัวตารางมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของรายการ รองจาก 29 ครั้งในฤดูกาล 2001 - 2002

โดยหลังจากที่หมดยุคของ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การกุมบังเหียนของ โค้ชอย่างเฟอร์กี้ เดวิด มอยส์ และไม่สามารถประคับประคองทีมชุดแชมป์ให้คงผลงานเอาไว้ได้ ผลก็คือปิศาจแดงทำผลงานกระท่อนกระแท่น จนกลายเป็นทีมที่หมดลุ้นแชมป์ไปอย่างรวดเร็ว

ซึ่งนั่นเท่ากับทำทีมลุ้นแชมป์ทีมอื่นๆ หมดคู่แข่งไปหนึ่ง และเป็น ทีมอาร์เซนอลที่เริ่มออกตัวได้แรงกว่าใครในโค้งแรก ถือเป็นปีที่ปืนใหญ่ยืนระยะรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีเอาไว้ได้ยาวนานกว่าที่เคย แต่สุดท้ายอาร์แซน เวนเกอร์ก็รับมือกับปัญหานักเตะตัวหลักๆ เจ็บ และผลงานที่ดร็อปลง ในที่สุดไม่ไหว จนต้องกลับมาลุ้นท็อปโฟร์เหมือนเคยเมื่อผ่านเข้าผ่านสู่ช่วงควอเตอร์สุดท้ายของฤดูกาล




สำหรับทีมเชลซีที่ได้โค้ชอย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ นั้นกลับมาคุมทีมอีกครั้ง ตั้งความหวังไว้สูงเช่นกัน และยอดกุนซือแสบก็นำทีมสร้างผลงานได้อย่างคงเส้นคงวาที่สุดทีมหนึ่งในปีที่แล้ว เพราะป้วนเปี้ยนอยู่ระหว่างอันดับ 1 - 4 ถึง 37 จาก 38 นัด แต่แม้จะเบียดขึ้นมาครองจ่าฝูงได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และ เดือนมีนาคม

เพียงแต่ว่าการกาวิเคราะห์บอลสะดุดแพ้ถึง 3 จาก 6 นัดในช่วงโค้งสุดท้าย ก็ทำให้ ทีมสิงห์ครามหลุดวงโคจรไป

ตามมาด้วยทีมลิเวอร์พูล ที่ได้กลายเป็นทีมที่สร้างเซอร์ไพรส์ได้มากที่สุด เมื่อ หลุยส์ ซัวเรซ ได้ระเบิดฟอร์มออกมาอย่างพีกสุดๆ ส่วนนักเตะคนอื่นๆ ก็โชว์ฟอร์มกันได้อย่างดี ทำให้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นำทีมลุ้นแชมป์ได้อย่างเต็มตัว หลังจากไม่ได้อยู่ตรงจุดนี้มานานหลายปี

ซึ่งการที่ชนะ 11 นัดรวด ในระหว่างนัดที่ 25 - 35 ของฤดูกาล ทำให้ทีมหงส์แดงกุมความได้เปรียบเอาไว้ในมือ ก่อนที่การลื่นแห่งฤดูกาลของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ในเกมกับ ทีมเชลซี จะกลายเป็นจุดพลิกผันขึ้นในที่สุด



ตามมาด้วยทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ค่อยๆ ทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะได้ขึ้นไปแตะจ่าฝูงแค่ไม่กี่นัดก่อนหน้านั้น ก็ได้กลายเป็นตาอยู่หยิบชิ้นปลามันไปกิน จากการชนะรวดใน 5 นัดสุดท้าย และการขึ้นนั่งจ่าฝูงเพียงแค่ 3 เกมหลังสุด ก็เพียงพอสำหรับ ที่ทีมเรือใบสีฟ้าที่จะแล่นเข้าสู่เส้นชัย ปล่อยให้หงส์แดงต้องชอกช้ำ เพราะดันไปเสมอ ทีมคริสตัล พาเลซ 3-3 ในนัดรองสุดท้าย ทั้งที่นำห่าง 3-0 ก่อน

และฤดูกาลนี้หลายคนวาดภาพว่าการขับเคี่ยวลุ้นแชมป์ฟุตบอลคงจะสนุกตื่นเต้นและเร้าใจไม่แพ้ปีก่อน เพราะแต่ละทีมน่าจะมาปล่อยของกันเต็มที่กว่าเดิม และ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ก็น่าจะกลับมาร่วมวงได้ หลังจากได้กุนซือมือดีอย่าง หลุยส์ ฟาน ฮัล เข้ามากอบกู้

โดยที่โค้ช มานูเอล เปเญกรินี่ ที่พา ทีมแมนฯ ซิตี้คว้าดับเบิ้ลแชมป์พรีเมียร์ลีกและลีกคัพตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาคุมทีม คงจะมีดีอะไรมาโชว์ให้เห็นกันอีก ส่วน ทีมอาร์เซนอล ที่ปลดล็อกแชมป์แรกในรอบ 9 ปีได้ ก็คงจะมั่นใจมากขึ้นในการกลับมาแก้มือในปีนี้

ซึ่งทีมลิเวอร์พูล ดูจะต้องลุ้นมากกว่าเพื่อนเพราะเสียหัวใจหลักของทีมอย่างซัวเรซไป แต่ผลงานของร็อดเจอร์สที่ทำไว้ในปีก่อนจนได้รับคำชมอย่างมาก ก็น่าจะทำให้ ทีมหงส์แดงสานต่อฟอร์มที่ดีเอาไว้ได้

ซึ่งทีมที่รอเสียบเข้าท็อปโฟร์อย่าง ทีมสเปอร์ส และ ทีมเอฟเวอร์ตัน ก็น่าจะเป็นตัวแปรให้การลุ้นสนุกขึ้นเช่นเดียวกับปีที่แล้ว

เพียงแต่ว่า เมื่อเอาเข้าจริงๆ หลังจากผ่านไปแค่ 11 นัดแรกของฤดูกาลนี้ ทีมเชลซี กลับกลายเป็นเต็งหามที่จะเข้าป้ายแชมป์แบบนอนมาไปซะแล้ว เมื่อ โค้ชมูรินโญ่ที่เข้ามาปรับจูนทุกอย่างจนเข้าที่แล้วเมื่อปีก่อน นำทีมสร้างผลงานได้อย่างเด็ดขาดในปีนี้




สำหรับทีมสิงห์ครามนั้น นั่งแป้นจ่าฝูงมาตั้งแต่แข่งนัดแรกจบ และไม่ยอมลงจากบัลลังก์เลยจนถึงตอนนี้ ด้วยสถิติชนะ 9 เสมอ 2 ขณะที่คู่แข่งทีมอื่นๆ ไม่เข้ารกเข้าพง ก็ยืนระยะโชว์ฟอร์มสวยๆ ได้แต่ 2-3 นัด ก็เหี่ยวปลายตายธรรมชาติไปชนิดที่นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ

สถานการณ์ของทีมแมนฯ ยูไนเต็ด นั้นไม่ฟื้นกลับมาอย่างที่หลายคนคาดหวัง จน ฟาน ฮัล เองยังต้องออกมายอมรับว่าตัดสินใจพลาด ที่มัวแต่คิดเรื่องจะทดลองระบบใหม่ๆ กับทีม ทั้งที่นักเตะไม่คุ้นเคยและปรับตัวไม่ได้กับระบบของเขา

ทางด้าน อาร์เซ เวนเกอร์ ได้ถอดใจไวกว่าเพื่อน ยอมยกธงขาวว่า ทีมอาร์เซนอล หรือ ทีมไหนๆ ก็คงไม่มีปัญญาแย่งแชมป์กับ ทีมเชลซีได้ในปีนี้ หลังโดนปัญหานักเตะเดี้ยงระนาวเล่นงานแต่หัววัน ส่วนคนที่ไม่เจ็บก็ดันทำฟอร์มเก่งหายไปหมด

ตัวของ ร็อดเจอร์ส เองนั้นก็โดนไปอ่วมจากฟอร์มการเล่นของทีมที่แตกต่างจากปีก่อนมาก หลังจากที่กุนซือหงส์แดงโดนสับเละที่ไม่มีปัญญาเลือกตัวแทนของซัวเรซได้ดีไปกว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ยังทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลยนับตั้งแต่ย้ายมา




และในขณะที่โปรแกรมบอล ทีมแมนฯ ซิตี้ ที่ทำท่าเหมือนจะมาดีสมศักดิ์ศรีแชมป์เก่า ก็ไม่มีอะไรเปรี้ยงปร้าง แถมฟอร์มยังดร็อปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อดาวเตะตัวหลักๆ โชว์ฟอร์มกันไม่ออก แถมปัญหาในการลงเตะแชมเปี้ยนส์ลีกที่ทีมทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง ก็ดูจะส่งผลกระทบมาถึงฟอร์มในลีกของทีมด้วย

ซึ่งเดินทางมาจนถึงตอนนี้ภาพของการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้จึงผิดกับที่หลายคนวาดเอาไว้มาก เพราะถ้าไม่เกิดอาเพศอะไรขึ้นมากับเชลซี ก็ยังมองไม่เห็นว่าใครจะมาหยุดสิงโตสีครามได้อยู่

สำหรับ ทีมเซาธ์แฮมป์ตัน ที่กลายเป็นทีมม้ามืดที่ฟอร์มพุ่งแรงแบบเซอร์ไพรส์ ทั้งที่เสียทั้งดาวเตะดังๆ และกุนซือฝีมือดีไปในช่วงซัมเมอร์ แถมยังออกสตาร์ตฤดูกาลได้แบบง่อนแง่นเต็มที

เพียงแต่หลังจากนั้น ทีมนักบุญก็ชนะอย่างต่อเนื่องด้วยฟอร์มการเล่นที่มีคุณภาพ และกลายเป็นทีมที่ทำแต้มไล่บี้ทีมเชลซีมากที่สุด โดยตามหลังแค่ 4 คะแนนเท่านั้น




ตามมาด้วยทีมเวสต์แฮมที่ต้องร่วมวงหนีตกชั้นอยู่พักใหญ่เมื่อปีก่อน เป็นอีกทีมที่ออกสตาร์ตแย่แต่มาฟอร์มดีในช่วงหลัง และขึ้นมาติดท็อปโฟร์เฉย ยังไม่รวมสวอนซีที่อยู่ที่ 5 และ ทีมนิวคาสเซิลที่มาโกยคะแนนในนัดหลังๆ จนขยับจากทีมบ๊วยขึ้นมาอยู่ที่ 8 แล้ว

ซึ่งทั้ง ทีมอาร์เซนอล, ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด และ ทีมลิเวอร์พูล นั้นยังอยู่นอกกลุ่มท็อปโฟร์ และดูจากแต้มที่โดนทิ้งห่างกัน 10 กว่าคะแนนขึ้นไปแล้ว คงจะไปฮึดไปเบียดแย่งแชมป์กับ ทีมเชลซี ยากเต็มที เหลือก็แค่ ทีมแมนฯ ซิตี้ ที่ยังพอได้ลุ้นอยู่ แต่ก็คงต้องเค้นฟอร์มที่ดีกว่านี้มากๆ ออกมา และต้องลุ้นให้ ทีมเชลซีฟอร์มหลุดกระจุยกระจายด้วย

และถ้าหากจะพูดได้ว่าคงยากที่จะเห็นมูรินโญ่ปล่อยให้ความได้เปรียบขนาดนี้หลุดมือไป และถ้าไม่มีจุดพลิกผันที่มโหฬารจริงๆ การลุ้นแชมป์ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกปีนี้คงจะกลับไปจืดชืดเหมือนเดิม และความมันน่าจะอยู่ที่การลุ้นอันดับท็อปโฟร์กันมากกว่า

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ฟุตบอล:ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สัปดาห์ที่11

ตัวของเพอร์ซี่รับโดนป๋าหลอกว่าจะอยู่คุมผีต่อ ก่อนที่จะรีไทร์หนี




หลังจากที่ อาร์วีพี ได้รับเองกับปากวิเคราะห์บอลว่า โดนป๋า เฟอร์กี้ สับขาหลอก เลือกย้ายมา ทีมผี เพราะเจ้าตัวบอกจะคุมทีมอีกอย่างน้อย 3 ปี พร้อมยอมรับฟอร์มปัจจุบันของตัวเองยังไม่ดี ต้องรีบแก้ไขด่วน

ซึ่ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงมากประสบการณ์ของสโมสร ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระลึกเรื่องราวในความหลัง แฉหลังจากถูก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เป็นอดีตตำนานกุนซือ ทีมปีศาจแดง ได้สับขาหลอก ลั่นตัดสินใจย้ายมาอยู่ ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพราะว่าป๋า เฟอร์กี้ นั้นบอกจะคุมทีมอีกอย่างน้อย 3 ปี ก่อนจะเลือกรีไทร์แบบสายฟ้าแลบ พร้อมยอมรับผลงานการเล่นของตัวเอง ณ ปัจจุบันนี้เข้าขั้นสอบตก ต้องรีบเค้นฟอร์มด่วน

โดยเมื่อ อาร์วีพี ได้เปิดเผยว่า สิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจย้ายมาอยู่กับ แทีมมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เพราะการได้ร่วมงานกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เขาบอกกับผมด้วยตัวเองว่า เขาจะอยู่คุมทีมอีกอย่างน้อย 3 ปี ซึ่งผมชอบวิธีการทำงานของเขามากๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราพ่ายคู่แข่งคาบ้าน 1-2 เขาหัวเสียอย่างมาก ทั้งที่ในตอนนั้นเรามีแต้มห่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมคู่แข่งแย่งแชมป์อยู่ถึง 15 คะแนน มันทำให้ผมเข้าใจได้ทันทีว่า เขาเกิดมาเพื่อเป็นผู้ชนะเท่านั้น

และนอกจากนี้ ตัวของ เพอร์ซี่ ยังพูดถึงผลงานของตัวเองในฤดูกาลนี้ว่า ในการยิง 3 ประตูจากการเล่น 9 เกม มันยังดีไม่พอ ในเกมกับ ทีมเชลซี ผมมีโอกาสทำประตูใสๆ ซึ่งตอนนั้นผมมีทางเลือกอยู่ 3 ทาง ทางที่ 1 คือ ชิพบอลข้ามตัวผู้รักษาประตู ทางที่ 2 คือเลี้ยงหลบ กับทางที่ 3 คือซัดตรงๆ เข้าไปเลย ผมดันไปเลยทางสุดท้ายและมันดันติดเซฟ ถ้าผมไม่คิดมาก ผมคงเลือกชิพข้ามผู้รักษาประตูไปแล้ว สิ่งที่ผมต้องทำตอนนี้คือต้องกลับมาเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเองอีกครั้ง

เป็นเรื่องหลัง เกมพลิก ทำให้ทีมปืนมีลุ้นซิวฮุมเมิ่ลส์




โดยที่สื่อฟุตบอลออนไลน์ได้ระบุว่า ฮุมเมิ่ลส์ นั้นไม่รังเกียจที่จะเก็บข้าวของย้ายไปซบตัก ทีมอาร์เซน่อล โดยมีรายงานว่าบอร์ดบริหาร ปืนโต จะแก้ไขปัญหาแนวรับด้วยการยื่นข้อเสนอทาบทาม มกราคมนี้

ซึ่งทางด้าน มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ ที่รักษาปราการหลังตัวแกร่งของ ทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนต์ ทีมชื่อดังแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน ยังคงตกเป็นข่าวเรื่องของการย้ายรังอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด มีรายงานว่าเจ้าตัวมีความยินดีอยู่ไม่น้อยที่จะเก็บข้าวของย้ายไปอยู่กับ ทีมอาร์เซน่อล ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วงเปิดตลาดเดือน มกราคมที่จะถึงนี้ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเจ้าตัวจะเคยตกเป็นข่าวพัวพันกับ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาตลอดก็ตาม

หลังจากที่ ดาวเตะวัย 25 ได้ถูกประเมินค่าตัวขั้นต่ำไว้ราวๆ 30 ล้านปอนด์หรือประมาณ 1,650 ล้านบาท โดยเจ้าตัวก็ยังไม่ปริปากพูดถึงอนาคตการค้าแข้งของตัวเองอย่างชัดเจน ทำให้ ทีมอาร์เซน่อล ที่กำลังมีปัญหาอย่างหนักในเรื่องของแนวรับ อาจยื่นข้อเสนอเข้าทาบทามอย่างเป็นทางการในช่วงเปิดตลาดเดือน มกราคมนี้ ซึ่งตัวของ ฮุมเมิ่ลส์ เองก็เหมือนมีท่าทีอยากย้ายมาสัมผัสประสบการณ์ในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เช่นกัน

และทั้งนี้ ผลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า ทีมแมนฯ ยูฯ จะเบนเข็มไปไล่ล่า รอน ฟลาร์ ปราการหลังตัวเก๋าของ ทีมแอสตัน วิลล่า เข้ามาเสริมทัพอย่างเต็มตัว

ด้านโกมิสได้โขกประตูชัย ให้ทีมหงส์ขาวพลิกแซง ทีมปืนใหญ่ 2-1




  • ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2014-2015 นัดที่ 11
  • แข่งวันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2557
  • ทีมสวอนซี ซิตี้ 2-1 ทีมอาร์เซน่อล
  • แข่งที่สนาม : ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม
  • กรรมการผู้ตัดสิน : ฟิล ดาวด์


หลังจากที่เกมผ่านมากว่า 15 นาที ทั้งคู่นั้นยังทำอะไรกันไม่ได้ ซึ่งเจ้าบ้านมีสิทธิจะได้ลุ้นมากกว่า แต่เกมรับของ ทีมอาร์เซน่อลยังไร้ข้อผิดพลาด

ในนาทีที่ 20 มอนเตโร่ ได้สับไกบริเวณฝั่งซ้ายของเขตโทษ บอลพุ่งเตรียมถากเสามุดตาข่ายแล้ว แต่ เชสนี่ ทุบบอลออกหลังไปได้ทัน

ในนาทีที่ 30 อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลากเลื้อยไปตามริมเส้นหลังจากฝั่งขวา โดนรุมสองจนล้มลงในกรอบเขตโทษ เจ้าตัวโวยทันทีหลังไม่ได้จุดโทษ

ในนาทีที่ 43 ทีมอาร์เซน่อลเพิ่งได้จังหวะจะๆ แจ้งๆ เป็นครั้งแรก จากการเล่นชิ่งกันสุดสวย ซานเชซ ลากตัดเข้ากลาง ก่อนจ่ายให้เวลเบ็ค เล่นชิ่งกับ แชมเบอร์เลน แต่จังหวะจบสกอร์ไม่ดีพอ ฟาเบียนสกี้ ปัดออกไปได้

ซึ่งในนาทีที่ 62 ทีมอาร์เซน่อล ได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ฉกบอลได้ จ่ายขึ้นหน้าให้ กาซอร์ล่า ก่อนผ่านออกขวาให้ เวลเบ็ค ลากไปเกือบสุดเส้น ดึงรอจังหวะ ก่อนจ่ายเข้ากลางถวายพานให้ อเล็กซิส ซานเชซ แปโล่งๆ เข้าประตูไปอย่างง่ายดาย ผลบอล 0-1

ในนาทีที่ 65 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูคืน จากจังหวะ มอนเตโร่ พอบอลเข้าเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนหักเข้าในให้ โบนี่ แต่ยิงไม่ดี บอลเฉือนๆหลุดเสาไกลออกไป

ในนาทีที่ 74 ทีมสวอนซี ได้ประตูตีเสมอสุดสวย จากจังหวะฟรีคิกของ กิลฟิ ซิเกิร์ดส์สัน บอลโด่งข้ามกำแพง พร้อมไซด์หนีมือ เชสนี่ เสียบสามเหลี่ยมซ้ายเข้าประตูไปอย่างสวยงาม 1-1

และในโดยจังหวะฟาวล์นั้นได้มาจาก คีแรน กิ๊บบ์ส สกัดขาของ บาร์โรว์ ในจังหวะเกมโต้กลับเร็ว

ซึ่งในนาทีที่ 78 บาเฟติมบี้ โกมิส ตัวสำรองที่เพิ่งลงมา โดนบอลจังหวะแรกก็เป็นประตูให้ ทีมสวอนซี พลิกขึ้นแซงทันที ในจังหวะที่ มอนเตโร่ ครอสส์บอลเข้ากลาง โกมิส เบียดชนะมอนเรอัล โขกเต็มหัว บอลเข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด 2-1

และก่อนหมดเวลา แจ็ค วิลเชียร์ ได้โอกาสทำประตูจากจังหวะบอลเรียดเข้ากลาง แต่เจ้าตัวไม่ยิง ก่อนบอลโดนสกัดในที่สุด และกรรมการก็เป่าหมดเวลา

ทำให้จบเกม ทีมอาร์เซน่อลได้ประตูนำก่อนในนาทีที่ 75 แต่แล้วก็โดน สวอนซี ทำ 2 ประตูรวด จากลูกฟรีคิกสุดสวยของ ซิเกิร์ดส์สัน และลูกโหม่งของ บาเฟติมบี้ โกมิส ทำให้ ทีมสวอนซี ซิตี้ พลิกเฉือนเอาชนะ ทีมอาร์เซน่อล ไปได้ ด้วยสกอร์ 2-1 ชมไฮไลท์ฟุตบอล

มาดูรายชื่อนักเตะที่ลงสนาม

ทีมสวอนซี ซิตี้ ระบบ 4-2-3-1

1.ผู้รักษาประตู :

  • ลูคัส ฟาเบียนสกี้


2.กองหลัง :

  • อังเกล รังเกล 
  • ไคล์ บาร์ทลีย์ 
  • แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ 
  • นีล เทย์เลอร์


3.กองกลาง :

  • ทอม แคร์โรลล์ เปลี่ยนตัว ลีออน บริทตัน ลงในนาทีที่ 87 
  • มาร์วิน เอ็มเนส เปลี่ยนตัว บาร์โรว์ ลงในนาทีที่ 67 
  • คี ซุง ยอง 
  • กิลฟิ ซิเกิร์ดส์สัน 
  • เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่


4.กองหน้า :

  • วิลฟรีด โบนี่ เปลี่ยนตัว บาเฟติมบี้ โกมิส ลงมาในนาทีที่ 76



ทีมอาร์เซน่อล ระบบ 4-1-4-1

1.ผู้รักษาประตู :

  • วอยเชียค เชสนี่

2.กองหลัง :

  • คาลั่ม แชมเบอร์ส เปลี่ยนตัว ยาย่า ซาโนโก้ ลงมาในนาทีที่ 90 
  • แพร์ แมร์เตซัคเคอร์ 
  • อิ๊กนาซิโอ มอนเรอัล 
  • คีแรน กิ๊บบ์ส

3.กองกลาง :

  • มาติเยอ ฟลามินี่ เปลี่ยนตัว แจ็ค วิลเชียร์ ลงมาในนาทีที่ 79 
  • อารอน แรมซี่ย์ เปลี่ยนตัว ธีโอ วัลคอตต์ ลงมาในนาทีที่ 79
  • อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 
  • อเล็กซิส ซานเชซ 
  • ซานติอาโก้ กาซอร์ล่า

4.กองหน้า :

  • แดนนี่ เวลเบ็ค

ประมวลภาพพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สวอนซี ซิตี้ 2-1 อาร์เซน่อล















ข้อความจากแฟนของดิมาเรียยันเอง ว่า สามีแฮปปี้ดีกับทีมผี




หลังจากที่ จอร์เจลิน่า แฟนสาวของ ดิ มาเรีย ได้ปัดข่าวเรื่องสามีไม่แฮปปี้กับการเล่นให้ ทีมแมนฯ ยู โดยยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไร้สาระสุดๆ

ซึ่งทางด้าน จอร์เจลิน่า คาร์โดโซ่ ภรรยาสาวของ อังเคล ดิ มาเรีย ปีกตัวจี๊ดของ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมชั้นนำแห่งศึก โปรแกรมพรีเมียร์ลีก เมือง อังกฤษ เอ่ยปากชี้แจงข่าวลือเรื่องที่ว่าสามีของตนเริ่มไม่แฮปปี้กับการค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากดาวเตะวัย 26 นั้นกำลังสนุกสนานมากกับการพิสูจน์ตัวเองกับ ทีมปีศาจแดง

สำหรับข่าวลือดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ ทีมแมนฯ ยู เสมอกับ ทีมเชลซี 1-1 และพ่ายให้กับ ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 ที่ ดิ มาเรีย ดูจะไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้เท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าตัวก็กลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งในเกมที่คว้าชัยเหนือ ทีมคริสตัล พาเลซ 1-0 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา 8 พฤศจิกายน

หลังจากที่จอร์เจลิน่า ได้เปิดเผยถึงเรื่องนี้ผ่าน อินสตาแกรม สื่อออนไลน์ โดยระบุสั้นๆ เพียงว่า คุณสามารถคิดอะไรก็ได้แล้วแต่คุณต้องการ แต่ความเป็นจริงก็คือ อังเคล มีความสุขดีมากๆ กับการเล่นให้ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ฟุตบอล: ข่าวฟุตบอลในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2014-2015

ดาวเตะนาเซอร์ ชาดลี่ ได้เปลือยถ่ายนิตยสารเกี่ยวกับต้านมะเร็ง




หลังจากที่ นาเซอร์ ชาดลี่ ปีกของ ทีมไก่เดือยทอง ท็อตแนมฮอตสเปอร์ส ทีมดังของตารางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ยอมเป็นนายแบบเปลือยกายลงนิตยสารเพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องมะเร็งให้กับบรรดาชายหนุ่มทั้งหลาย

ซึ่งตัว นาเซอร์ ชาดลี่ ปีกทีมเบลเยียมของ ทีมท็อตแนมฮอตสเปอร์ส ทีมดังของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถ่ายแบบลงนิตยสาร Cosmopolitan โดยไม่สวมใส่อะไรเลยสักชิ้น ยกเว้นผ้าขนหนูปิดช้างน้อย เท่านั้น เขาถ่ายแบบเพื่อช่วยตระหนักให้เห็นถึงอันตรายของโรคมะเร็งในเพศชาย ให้กับสถาบันวิจัยโรคมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักร

โดยที่ ชาดลี่ ได้กล่าวในแม็กกาซีนดังว่า โรคมะเร็งได้ส่งผลกระทบต่อครอบครัวมากมาย ดังนั้นผมหวังว่ามันจะทำให้ผู้คนได้พูดถึงบ้าง ผมไม่เคยถ่ายรูปนู้ดมาก่อนเลย แต่ผมไม่วิตกหรอกนะ บางทีผมควรจะรอดูว่าปฏิกิริยาตอบสนองเป็นอย่างไรบ้าง ในฐานะนักเตะ ร่างกายคือ เครื่องมือของผม ดังนั้น ผมต้องรักษามันเอาไว้ ผมมีความสุขกับแนวทางที่ผมดูแลตัวเอง และมีความสุขกับร่างกายของตัวเอง บางครั้งผมก็อยากจะมีกล้ามขาที่ใหญ่กว่านี้ แต่คุณไม่มีทางรู้หรอกว่ามันจะเพอร์เฟกต์หรือเปล่า

เฮียมู เย้ยหยันบีร็อด! ว่าถ้าป๊อดก็นอนอยู่บ้านเถอะนะ




เฮียมู เครียด ได้กล่าวประกาศสงครามน้ำลาย ก่อนเกมลีกนัดยกทัพฟุตบอล ทีมสิงห์บลูส์ ไปบุกเยือนรัง ทีมหงส์แดง ในสุดสัปดาห์นี้ หลังเย้ย บีร็อด ว่าเก็บตัวผู้เล่นแบบน่าอายในเกม บิ๊กเอียร์ นัดบุกพ่าย ทีมชุดขาว 0-1

ซึ่งโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือมากเทคนิคของ ทีมเชลซี ทีมจ่าฝูงของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เย้ย เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ทีมลิเวอร์พูล บิ๊กทีมร่วมลีกที่มีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมตัวเองในสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้

โดยได้ระบุว่า ได้จัดผู้เล่นลงเล่นในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดบุกพ่าย ทีมเรอัล มาดริด โคตรทีมลีกแดนกระทิง 0-1 ได้แบบน่าอาย หลังพักแข้งหลักหลายรายในเกมดังกล่าว

และถ้ากล่าวถึง เดอะ แฮปปี้ วัน ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ถ้า ลิเวอร์พูล จะตัดสินใจเก็บตัวนักเตะในเกมชิงแชมป์ยุโรปนั่นคงเป็นเพราะความกังวลของกุนซือพวกเขา ซึ่งมันไม่เคยอยู่ในคิดของผม ถ้าผมรู้สึกว่าเกมมันยาก ผมคงชนะไม่ได้ ผมคงอยู่บ้านเฉยๆ ดีกว่า ตามจริงแล้วการพบกับคู่แข่งที่ยากที่สุดนั้นต้องส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงไปในสนาม

และหลังจากนี้ ทีมสิงห์บลูส์ และ ทีมหงส์แดง นั้นมีคิวดวลแข้งกันในสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ที่สนาม แอนฟิลด์ โดย ทีมเชลซี จะได้พักน้อยกว่าเพราะต้องลงเล่นรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบบุกเยือน เอ็นเค มาริบอร์ ทีมจากสโลวิเนียในวันพุธที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ก่อนจะกลับไปเล่นเกมลีกอีกทีในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก

ตัวของกอมปานีโต้ชี้ว่าให้50ล้านปอนด์ก็ไม่ย้ายไปทีมปืน




แฟนทีมปืนใหญ่เกิดอาการหน้าแหก! หลังกอมปานี ทวิตโต้ให้ 50 ล้านปอนด์บวก เฟอร์รารี่ อีก 2 คันก็ไม่ทำให้ตนย้ายไปสวมเสื้อ ทีมเดอะ กันเนอร์ส แน่นอน หลังให้เหตุผลว่าเล่นฟุตบอลเพื่อเกียรติยศและความสำเร็จ

หลังจากที่ แว็งต์ซ็อง กอมปานี ปราการหลังตัวแกร่งของ ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงตอบโต้ เพียร์ส มอร์แกน แฟนบอลของ ทีมอาร์เซน่อล ที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับแรงจูงใจในการเล่นฟุตบอลของตัวเอง โดยได้ชี้ว่าความตั้งใจในการเล่นฟุตบอลของตนคือการไขว่คว้าหาความสำเร็จ และถึงแม้จะได้เงินจากทัพ ทีมปืนใหญ่ เป็นจำนวนถึง 50 ล้านปอนด์หรือประมาณ 2.5 พันล้าน ก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจตนให้ย้ายไปสวมเสื้อ ทีมเดอะ กันเนอร์ส ได้

โดยที่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจบเกม บิ๊กเอียร์ ที่ ทีมอาร์เซน่อล ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอกับ ทีมอันเดอร์เลทช์ ผลบอล 3-3 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดย มอร์แกน ตั้งคำถามใส่ กอมปานี ผ่านทางทวิตเตอร์ในทำนองว่า กอมปานี จะย้ายมาเล่นในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม หรือไม่ หากได้รับเงินก้อนโตจาก ทีมอาร์เซน่อล นอกจากนี้ มอร์แกน ยังเพิ่มข้อเสนอด้วยรถเฟอร์รารี่อีก 2 คัน แต่คำตอบของปราการหลังทีมชาติเบลเยี่ยมก็ยังคงชัดเจนว่าต้องการเล่นฟุตบอลเพื่อความสำเร็จและเกียรติยศเท่านั้น





ล่าสุดตัวของเบราฮิโน่ยิ้มร่า หลังติดธงสิงโตครั้งแรก





ซึ่งไซโด้ เบราฮิโน่ นั้นสุดปลื้ม หลังถูกเรียกตัวทีมทัพ สิงโตคำราม ชุดใหญ่ครั้งแรก ออกปากขอเก็บเกี่ยวทุกประสบการณ์ที่จะได้รับในอนาคตต่อจากนี้ แย้มอยากได้ลงเล่นบ่อยๆ เหมือน รูนนี่ และ เวลเบ็ค

หลังจากที่ ไซโด เบราฮิโน่ ที่เป็นกองหน้าดาวรุ่งจาก สโมสร ทีมเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับปลาบปลื้มใจสุดๆ หลังมีชื่อติดธงทีมชาติอังกฤษ ชุดลงเล่นเกม ยูโร 2016 รอบคัดเลือก ที่จะพบกับทีมชาติสโลวีเนีย และเกมอุ่นเครื่องกับทีมชาติสกอตแลนด์ ในช่วงสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้ โดยเป็นการมีชื่อติดธงทัพ ทีมสิงโตคำราม ในชุดใหญ่ครั้งแรกของหอกรายนี้

และดาวยิงจากทัพ ทีมเดอะ แบ็กกี้ส์ ได้กล่าวถึงการติดธงไปรับใช้ชาติของตัวเองว่า มันมีความหมายกับผมมาก อังกฤษ เป็นประเทศที่ทำให้ผมมีโอกาสครั้งที่ 2 ในชีวิต และตอนนี้ผมสามารถอยู่ดูแลครอบครัวของตัวเองได้ ผมมีชีวิตที่ดีกว่าเมื่อ 20 ปีก่อนหน้านี้เยอะมาก ผมเชื่อว่าผมจะทำผลงานได้ดีในเกมเหล่านั้น 1.สโลวีเนีย, 2.สกอตแลนด์ ซึ่งถ้าผมได้รับโอกาส ผมต้องทุ่มเทเต็มที่ในการซ้อม และผมแทบรอไม่ไหวที่จะเก็บประสบการณ์ให้ได้มากมาย และผมจะอดทน

และตัวของเบราฮิโน่ ยังได้กล่าวต่ออีกว่า ผมอยากเป็นเหมือน 1.เวย์น รูนี่ย์ และ 2.แดนนี่ เวลเบ็ค ที่ได้โอกาสลงเล่นมากมาย และผมจะพยายามเรียนรู้จากพวกเขา เกมระดับชาตินั้นแตกต่างจากระดับสโมสรแน่ ไม่มีผู้เล่นตำแหน่งไหนสบายกว่ากัน แต่ผมจะก้าวไปที่นั่น เก็บประสบการณ์มากมายในกลุ่มผู้เล่นดาวรุ่ง ผมจะหาความมั่นใจจากผู้เล่นรุ่นเก๋า และผมจะพยายามมีความสุขกับฟุตบอลอย่างเต็มที่

ซึ่งทั้งนี้ ตารางบอลตัวของเบราฮิโน่ เป็นชาวบูรุนดี อพยพเข้ามาอยู่ในแดนผู้ดีตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ได้โอกาสเข้ามาเป็นแข้งเยาวชนของ ทีมเวสต์บรอมฯ เมื่อปี 2004 ก่อนก้าวขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ในระดับสโมสรเมื่อปี 2011

โดยที่ก่อนนี้เล่นในระดับเยาวชนของทีมชาติอังกฤษ มาตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน
  1. 16 ปี
  2. 17 ปี
  3. 18 ปี
  4. 19 ปี 
  5. 20 ปี 
ซึ่งก่อนถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ เจ้าตัวเป็นตัวหลักของรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ได้โอกาสลงเล่นให้ทัพ ทีมสิงโตน้อย รวม 13 เกม และยิงได้ 10 ประตู

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกลีกสัปดาห์ที่9 ในปี 2014

ตัวของซัวเรซยอมรับ คงจะเลิกเล่นบอลแล้วหากลื่นแบบเจอร์ราร์ด




หลังจากที่ ซัวเรซ ที่เป็นอดีตกองหน้า ทีมหงส์แดง นั้นยอมรับคงแขวนสตั๊ดไปแล้ว หากลื่นล้มเหมือน เจอร์ราร์ดอดีตเพื่อนร่วมทีม ที่ทำพลาดในเกมแพ้ ทีมเชลซี 0-2 เมื่อปลายซีซั่นก่อน และพลาดแชมป์ในที่สุด

โดยที่หลุยส์ ซัวเรซ ตำแหน่งกองหน้าของ ทีมบาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ออกมาแสดงความเห็นว่า เขาคงตัดสินใจแขวนสตั๊ดไปแล้ว ถ้าหากเจอเหตุการณ์เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีมลิเวอร์พูล อดีตต้นสังกัดในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ที่ลื่นล้มเสียบอล และเป็นที่มาของการเสียประตู ในเกมลีกที่ทัพ ทีมหงส์แดง ที่ได้บุกไปแพ้ ทีมเชลซี 0-2 เมื่อปลายฤดูกาลก่อน ส่งผลให้พวกเขาพลาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในที่สุด

หลังจากที่ซัวเรซ ที่ได้เพิ่งย้ายจาก ทีมลิเวอร์พูล ไปอยู่กับ ทีมบาร์เซโลน่า เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าผมพลาดลื่นล้มเหมือน สตีวี่ ผมไม่รู้ว่าผมจะสามารถเล่นฟุตบอลต่อไปได้หรือไม่ ตามความรู้สึกแล้ว มันเป็นเรื่องที่ทำใจยอมรับยากมากๆ หลายสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ผู้คนต่างพากันพูดถึงเขามากมาย โดยเฉพาะความคาดหวังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ มีการพูดคุยเกี่ยวกับเขากำลังจะนำ ลิเวอร์พูล สโมสรของเขา คว้าแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี เหตุการณ์ครบรอบ 25 ปี ฮิลส์โบโร่ ซึ่งทำให้ลูกพี่ลูกน้องของเขาตาย

1.เจิดเขาคือกัปตัน, 2.เจิดคืออดีตนักเตะเยาวชน, 3.เจิดคือนักเตะที่เล่นให้กับสโมสรเดียว, 4.เจิดคือสเกาเซอร์พันธุ์แท้ เพียงแค่เขาคือคนดวงซวยที่ก่อความผิดพลาดครั้งสำคัญ เขายังคงไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้ หลังจากที่สตีวี่ เริ่มต้นมีความเชื่อมั่น เราทุกคนก็เช่นเดียวกัน และตอนนี้มันก็หลุดลอยห่างมือเขาออกไปไกลและในลักษณะทำนองนั้น ด้วยการลื่นของเขาในเกมกับ ทีมเชลซี ผมเชื่อว่าถ้า ทีมเชลซี ไม่ได้ประตูจากจังหวะนั้น พวกเขาไม่มีทางยิงพวกเราได้แน่ แต่เมื่อคุณตกเป็นฝ่ายตามหลังพวกเขา มันจึงกลายเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะยิงประตูคืน ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย กล่าวทิ้งท้าย

ทางด้านทีมผีแดง นั้นเตรียมส่งแข้งหาเงินช่วยครอบครัวของ เมยิว่า




หลังจากที่ทีมผีแดง นั้นได้เปิดไฟเขียว เตรียมส่งอดีตแข้งชื่อดังลงโม่แข้งนัดพิเศษกับ ออร์แลนโด้ ไพเรทส์ วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน นี้ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือครอบครัว เซนโซ่ เมยิว่า กัปตันทัพ ทีมบาฟฟาน่า ที่ถูกยิงเสียชีวิต

หลังจากที่สโมสรฟุตบอล ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังจากศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ตอบรับหมายเชิญ เตรียมส่งบรรดาอดีตแข้งดังอย่าง

  1. พอล สโคลส์
  2. หลุยส์ ซาฮา
  3. ลี ชาร์ป
  4. รอนนี่ ยอนเซ่น 

ได้เตรียมส่งแข้งทัพ ทีมผีแดงร่วมในการแข่งขันนัดพิเศษ คู่ระหว่าง แข้งตำนานทัพ ทีมปีศาจแดง พบกับแข้งตำนานของ ออร์แลนโด้ ไพเรทส์ ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ในวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายนนี้ เพื่อช่วยระดมทุนหาเงินช่วยเหลือครอบครัวของ เซนโซ่ เมยิว่า ผู้รักษาประตูกัปตันทัพ ทีมบาฟฟาน่า ที่ถูกโจรใจบาปยิงเสียชีวิต

ด้าน พอล สโคลส์ ให้สัมภาษณ์ถึงเกมดังกล่าวว่า "นี่ถือเป็นการแข่งขันที่น่าตื่นตาตื่นใจ ที่ทำให้แฟนบอลได้มีโอกาสเห็นบรรดาอดีตสตาร์ดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาลงสนามอีกครั้ง เพื่อฟาดแข้งกับทีมรวมตำนานของ ออร์แลนโด้ ไพเรทส์ เราทุกคนมารวมตัวกันเพื่อไว้อาลัยต่อการจากไปของ เซนโซ่ เมยิว่า ซึ่งเราภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสหาเงินทุนสนับสนุนครอบครัวของเขา

ต่อมาตัวของ เซนโซ่ เมยิว่า ที่เป็นนายทวารวัย 27 ปี เป็นกัปตันทีมชาติแอฟริกาใต้ ชุดทำศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ในปี 2015 และเป็นกัปตันทีมของ ออร์แลนโด้ ไพเรทส์ ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างที่เจ้าตัวพยายามปกป้องแฟนสาวจากเหตุการณ์ที่ถูกโจร 3 คนบุกเข้ามาปล้นถึงในบ้านพัก เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ปี 2014

ดาวเตะอเล็กซิส พุ่งทะยาน เก็บแข้งยอดเยี่ยมเดือนตุลาคมนี้




ข่าวล่าสุด!! หลังจากที่ อเล็กซิส ซานเชส นั้นโคตรฮอต หลังจากที่แฟนบอลแห่เทโหวตให้ซิวนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคม ของ พีเอฟเอ หลังทำผลงานแจ่มแจ๋วสุดๆ ตลอดทั้งเดือนนั่นเอง

ซึ่งอเล็กซิส ซานเชซ ดาวยิงฟอร์มร้อนแรงของ ทีมอาร์เซน่อล สโมสรชั้นนำแห่งศึกตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุด อังกฤษ ได้รับเสียงโหวตจากเหล่าบรรดาแฟนบอลให้เป็นผู้คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคมของ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ หรือ พีเอฟเอ หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดทั้งเดือน

และสำหรับผลงานของ อเล็กซิส ตลอดเดือนตุลาคมนั้นคือการยิงประตูแรกได้ในเกมที่เสมอ ทีมฮัลล์ ซิตี้ 2-2 แถมยังผ่านบอลให้ แดนนี่ เวลเบ็ค ยิงประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกมอีกด้วย จากนั้นดาวเตะทีมชาติชิลี ก็เหมาคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ ทีมปืนใหญ่ ได้บุกไปเอาชนะ ทีมซันเดอร์แลนด์ 2-0 ถึงถิ่นสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์

ซึ่งทั้งหมด นั้นก็เป็นเหตุให้ เจ้าตัวนั้นได้รับการ ลงคะแนนโหวตจากแฟนบอลทั่วประเทศให้เป็นผู้คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคมไปครอง

นอกจากนี้ อเล็กซิส ยังฟอร์มแรงต่อเนื่องในช่วงต้นเดือนเพฤศจิกายน หลังยิงได้อีก 2 ประตูในเกมลีกที่ชนะ ทีมเบิร์นลี่ย์ 3-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 1 พฤศจิกายน รวมทั้งยังยิงได้อีก 1 ประตูในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เสมอกับ ทีมอันเดอร์เลชท์ผลบอล 3-3 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา 4 พฤศจิกายน อีกด้วย

ผีแดงส่อที่จะไม่ซื้อขาดฟัลเกาเหตุผลเพราะเจ็บเรื้อรัง




หลังจากที่ สื่อ เดอะ ซัน วิเคราะห์บอลแฉ ทีมผี เริ่มโลเล อาจพิจารณาไม่ซื้อขาด ราดาเมล ฟัลเกา หลังหมดสัญญายืมตัวจากทีม โมนาโก ช่วงซัมเมอร์ แม้ว่าจะตกลงเรื่องค่าตัวเรียบร้อยไปแล้วที่ 2200 ล้านบาท เหตุยังเจอไข้เดี้ยงไม่เลิก

ซึ่งสโมสร ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจตัดสินใจไม่ซื้อตัว ราดาเมล ฟัลเกา กองหน้าทีมชาติโคลอมเบีย มาร่วมทัพแบบถาวร หากหมดสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาลที่ ทีมปีศาจแดง ยืมจาก ทีมอาแอส โมนาโก ในลีก เอิง ฝรั่งเศส ในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ ทั้งที่ตกลงเรื่องค่าตัวกันไว้เรียบร้อยแล้วที่ราว 44 ล้านปอนด์หรือประมาณ 2200 ล้านบาท เนื่องจากปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บที่ยังคงเรื้อรังอยู่ในเวลานี้

และตามรายงานจาก เดอะ ซัน สื่อจอมแฉของอังกฤษ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมาระบุว่า หัวหอกตีนพระกาฬรายนี้มีปัญหาเรื่องสภาพความฟิต จากการที่ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บมาตั้งแต่ต้นปี เพิ่งมาหายดีในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ จนล่าสุดย้ายมาร่วมถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ ลงเล่นโปรแกรมบอลได้เพียง 4 นัดก็มาเจออาการบาดเจ็บเล่นงานไปอีก ทำให้กุนซือ หลุยส์ ฟาน กัล พิจารณาที่จะไม่เซ็นสัญญาถาวรกับนักเตะรายนี้

ต่อมา ฟัลเกา มีอาการเจ็บน่องติดตัวอยู่ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน จนพลาดเกม 2 นัดล่าสุดกับ ทีมปีศาจแดง ไป ซึ่งเป็นการเจอกับทีมคู่ปรับอย่าง ทีมเชลซี และ ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วย ขณะที่ผลงานปัจจุบันทำได้แล้ว 1 ประตูในสีเสื้อของสังกัดใหม่

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ข่าวฟุตบอลศึกพรีเมียร์ลีกและโปรแกรมบอลพรุ่งนี้

จับปลาหลายมือ?





ทางด้านฟุตบอลในโซนยุโรป หลักๆ ก็มี 3 รายการสำหรับทีมใหญ่ ก็คือ

  1. ศึกบอลลีก
  2. ศึกบอลถ้วย
  3. ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก


แต่ก็มีบางประเทศอย่าง 1.ฝรั่งเศส และ 2.อังกฤษ ที่มี 4 รายการ เริ่มซีซั่นมาได้ 3 เดือนแรก 4 บิ๊กโฟร์ อย่าง


  • ทีมอาร์เซน่อล
  • ทีมเชลซี
  • ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 
  • ทีมลิเวอร์พูล 


ซึ่งก็ไม่ค่อยจะทำผลงานดีสักเท่าไหร่นักในทุกๆ รายการ เว้นก็แต่ ทีมเชลซี ไว้หนึ่งทีม

และโดยเฉพาะในเวทียุโรป ที่ทั้ง ทีมเรือใบ และ ทีมหงส์แดง แชมป์และรองแชมป์ลีกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ต่างทำให้แฟนบอลพันธุ์แท้ของทั้ง 2 ทีมนั้นกำลังปวดกระเพาะอาหารอยู่ เนื่องจากสถานการณ์รอบแบ่งกลุ่มไม่สู้ดีนัก




เริ่มกันที่ทีมลิเวอร์พูลหลังจากได้ผ่านเข้ามาเล่นชปล ในปีนี้ ก็พลอยทำให้ผลงานทั้งในลีกและบอลถ้วยตกลงไปพอๆ กัน

และเนื่องจากในปีนี้ ทางศึกพรีเมียร์ลีก ได้แบ่งมาให้ฟรีทีวีดูด้วย ก็เลยมีบางสัปดาห์ผมได้ดูฟอร์มทีมจากอังกฤษ ซึ่งก็บอกเลยว่า ป้อแป้ สุดฤทธิ์ ถามว่าพวกเขามีศักยภาพที่จะชนะทุกๆ ทีมในกลุ่มตัวเองหรือไม่ แน่นอนว่า 100 เปอร์เซนต์คือมีแน่ๆ สำหรับโอกาสที่จะชนะ

แต่ว่าคำถามตรงหน้าคือ พวกเขาพร้อมหรือไม่ กับการเก็บ 3 คะแนนใน 6 เกมของรอบแบ่งกลุ่ม พูดได้เลยว่าไม่พร้อมอย่างแรง

และอันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวที่ผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็คิดเหมือนกัน ซึ่งผมได้นั่งคิดนอนคิดเกี่ยวกับผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีก ของทีมจากอังกฤษ ซึ่งปัญหามันน่าจะเริ่มมาจากจุดๆ เดียวกัน

ซึ่งนั่นก็คือโปรแกรมบอลเตะที่เกริ่นไปในข้างต้น ซึ่งผมมองว่านี่เป็นปัญหาหลัก ที่ทำให้ทีมจากอังกฤษ ไปได้ไม่ถึงฝัน ด้วยการที่พวกเขามีรายการให้เล่นมากกว่าประเทศอื่นหนึ่งรายการ บวกกับยุคสมัยนี้ที่ไม่มีการทิ้งถ้วยไหนๆ เหมือนเป็นเทรนด์ใหม่ ที่ขนาด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้เคยพลีชีพด้วยการส่งเยาวชนลงทั้งทีมเพื่อทิ้งบอลถ้วยจนชาวบ้านชาวช่องด่ามาแล้ว ถึงขั้นบ้าจี้ทำตามอยู่หลายปี ด้วยการเอาจริงในบอลถ้วยตามกระแสของ ทีมแมนฯ ซิตี้ และ ทีมเชลซี ที่มีขนาดทีมใหญ่ สามารถเปลี่ยนผู้เล่นทั้งชุดก็ยังดูเป็นชุดใหญ่ได้มาแล้ว

ก็เหนื่อยสิครับงานนี้ และสุดท้ายแล้วก็กลายเป็นไม่ได้ดีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรายการไหนๆ จนทำให้ทีมเกือบพัง แฟนบอลในไทยเกือบปิดเฟซบุ๊คกันแทบไม่ทัน

สังเกตไหมครับว่าศึก แคปิตอล วัน คัพ Big4 แดนผู้ดีเล่นเอาจริงเหมือนกัน แม้จะมีหมุนเอาสำรองลงบางตำแหน่ง และมีถึง 2 ทีมที่เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ซึ่งผมนั้นก็ขอยกตัวอย่างสโมสร ทีมลิเวอร์พูล ที่กุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ประกาศซื้อตัวเพื่อเอาไว้สับเปลี่ยนผู้เล่น ยามลงแข่งในฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เจ้ากรรมดันโชคไม่ค่อยดี จับสลากมาอยู่กับ ทีมเรอัล มาดริด แชมป์เก่า แถมมีทีมสุดอันตรายและประมาทไม่ได้อย่าง บาเซิ่ล อยู่ด้วย ทำให้งานมันดูยากขึ้นเหมือนกัน

โดยที่หลายๆ ฝ่ายอาจจะมองว่าพวกเขา โชคไม่ดีที่ต้องไปอยู่กับทีมที่เหนือกว่าทั้ง ทีมเรอัล มาดริด แชมป์ปีที่แล้ว และแชมป์ 10 สมัย แต่ถ้าเจาะรายละเอียดลึกๆ แล้วพวกเขาไม่ได้แพ้แล้วเล่นดีนี่สิ

และผลบอล 0 - 3 ในถิ่น แอนฟิลด์ ก็ทำให้ใครๆ ก็ต่างโจมตีว่ามาตรฐานระหว่าง ทีมเรอัล มาดริด และ ทีมลิเวอร์พูล มันต่างกันมาก

ซึ่งมันก็จริงอยู่ที่ว่า ทีมราชันชุดขาว มีแนวรุกระดับโหดถึงขั้นทำเด็กร้องไห้ได้ แต่ผมเชื่อว่า ถ้าเป็น ทีมหงส์แดง เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ช่วงที่พวกเขาชนะติดต่อกัน 11 นัด เอาฟอร์มแบบนั้นมาเตะเกมดังกล่าว ทีมเรอัล มาดริด อาจจ๋อยกลับบ้านก็ได้



สู้ได้ดีกว่านัดแรก แม้จะแพ้ชุดขาวไป 0 - 1

ซึ่งมันก็ไม่สามารถเป็นแบบนั้นได้ รวมถึงผลงานรายการอื่นของ ทีมลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้ดีเสียด้วยสิ มันเลยทำให้พ่ายพังพาบอย่างที่เห็นผลบอล 0-3 ทั้งๆ ที่มองกันว่า 11 ผู้เล่นตัวจริงเกมดังกล่าว ถือว่าเป็นชุดที่ดีที่สุดของทีมเลยก็ว่าได้ จะขาดก็แต่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เท่านั้น

และบางคนบอกยังดีที่มันยังไม่ใช่เกมชี้เป็นชี้ตาย ถึง ทีมหงส์แดง แพ้เกมนี้ ก็ยังมีอีก 3 นัดให้แก้ตัว แต่เจ้ากรรมจุดเปลี่ยนมันมาตั้งแต่นัดที่บุกไปพ่าย ทีมบาเซิ่ล 0 - 1 แล้วล่ะ เพราะแน่นอนว่าตามหน้าเสื่อ พวกเขาต้องลุ้นกับยอดทีมจากสวิส เพื่อแย่งตั๋วรอบน็อคเอาต์อีกใบ

แต่ว่าสถานการณ์ คราวนี้มันยิ่งลำบางขึ้นอีกขั้น โชคดีที่ ทีมบาเซิ่ล ดันแพ้ ลูโดโกเร็ตส์ ในเกมที่ 3 ทำให้พวกเขามีแต้มเท่ากันที่ 3 คะแนน ยังได้ลุ้นยาวๆ ใน 3 เกมสุดท้าย แต่การที่จะต้องไปเยือน ถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว เกม 4 คิดในแง่ร้ายไว้ก่อนว่าพวกเขาจะไม่ได้แต้มกลับไป และ ทีมบาเซิ่ล จะชนะ ทีมลูโดโกเร็ตส์ ได้ไม่ยาก

ซึ่งนั่นมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ที่พวกเขาแพ้ ทีมเรอัล มาดริด 0-1 และ ทีมบาเซิ่ล อัดไป 4-0 นำพวกเขา 3 แต้ม เหลืออีก 2 นัด


และในอาทิตย์นี้ พวกเขานั้นต้องไปเจอกับ ทีม เชลซี อีก นั้นทำให้ ตัวบีร็อด ต้องพักตัวหลักมันซะเลย


และนี่ก็กลายเป็นว่า ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กลายเป็นถ้วยเล็กๆไปแล้วสินะ แล้วหันไปเอาจริงในลีกกับ แคปิตอล วัน คัพ ใช่ป่ะครับ??

อย่าทำเป็นเล่นนะครับ ในทีมสำรองที่มี

  1. โคโล่ ตูเร่
  2. ลูคัส
  3. โจ อัลเลน
  4. เอ็มเร่ ชาน
  5. อดัม ลัลลาน่า
  6. ลาซาร์ มาร์โควิช 
  7. ฟาบิโอ บอรินี่ 


แต่ว่ากลับแพ้ ทีมชุดขาว เพียง 0 - 1 !!!!

ซึ่งวิเคราะห์บอลเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกเลยครับ ตัวผมมั่นใจว่า เพราะรูปเกมบอกได้เลยว่า สู้ไม่ได้ ชัดเจน แต่มองในแง่ดีคือการได้กองหลังที่ยังดูไว้ใจได้อย่าง ตูเร่ ผู้พี่ คอยแก้ขัดเวลาเกิดเหตุการณ์คล้ายๆ แบบนี้ หมายถึงเอาลงเล่นบอลถ้วย อีกคนที่ต้องซูฮกและสามารถหักหน้านักวิจารณ์หลายๆ คนได้ คือฟอร์มของ ซิมง มิโญเล่ต์ ด้วยการที่เพื่อนร่วมทัพหน้าเขา 10 คนปั้นให้ขนาดนี้ ต่อไปความมั่นใจคงมาเต็มเปี่ยม




เกมในนัดนี้พี่เจิดเป็นได้แค่ผู้ชมข้างสนามเท่านั้น


และนอกจากนี้ ตัวของบีร็อด ยังสติแตกถึงขั้นดรอป เจอร์ราร์ด ไว้ข้างสนาม ทั้งๆ ที่เจ้าตัวประกาศอำลาทีมชาติเพื่อจะมาเล่น ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก แม้สถิติเฉลี่ยออกมาจะดูเหมือนว่าทีมไม่มี กัปตันเจิด จะดูผลงานดีกว่าตอนมีอยู่ก็เถอะ มันก็เป็นตรรกะบางอย่างเท่านั้น แต่รูปเกมในสนามสิสำคัญ มี เจิด ก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว ถูกมั๊ย แฟนหงส์

แล้วคำถามหลังจากนี้คือ

  • ประการแรก ทีมลิเวอร์พูล เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป. 
  • ประการที่สอง ซึ่งการที่ไม่มี หลุยส์ ซัวเรซ คนเดียว ทำให้ทีมเปลี่ยนได้ถึงขนาดนี้เลยหรือ. 
  • ประการที่สาม การที่เอานักเตะตัวหลักที่ฟอร์มไม่ดีไปพัก จะได้ผลในเกมกับ ทีมเชลซี หรือไม่. 
  • ประการที่สี่ ในเกมนัดชี้ชะตากับ ทีมบาเซิ่ล ในนัดสุดท้ายผลจะออกมาเป็นอย่างไร. 
  • ประการที่ห้า ทีมลิเวอร์พูล นั้นจะเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายหรือไม่. 
  • ประการที่หก แล้วแชมป์ลีกล่ะ. 
  • ประการที่เจ็ด ทีมนั้นจะยังสามารถเบียดขึ้นไปลุ้นได้อยู่หรือเปล่า.
  • ประการที่สุดท้าย และใครที่จะเข้ามาอุดรอยที่ ซัวเรซ ได้. 


ซึ่งคำถามตามมาเยอะมากๆ

ในทุกสิ่งทุกอย่างจะได้คำตอบในไฮไลท์ฟุตบอลเร็ววันนี้ครับ หากพวกเขายังจับปลาหลายๆ มืออยู่ เน้นทุกถ้วย ไม่ว่าจะ

  • ศึกเกมลีก
  • ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก
  • ศึกแคปิตอล วัน คัพ 
  • ศึกเอฟเอ คัพ 

ซึ่งกำลังจะเตะปีหน้า นั่นจะทำให้พวกเขาพังแน่นอน เพราะหลายๆ ทีมก็พังมาแล้ว จะมาหวังให้เป็นเหมือน ทีมปีศาจแดง ในปี 99 มันก็คนละยุคสมัยกัน ฟุตบอลยุคนี้ทำแบบนั้นได้ยากแล้ว แต่ถ้าพวกเขาเลือกที่จะทิ้งอะไรสักอย่างไป อาจจะทำให้บางอย่างที่เขาถืออยู่ ได้ของที่ล้ำค่ามาก็เป็นได้

โดยจะต้องมาพบเกมกับ ทีมเชลซี วันเสาร์นี้ น่าจะทำให้เห็นอะไรได้หลายอย่างแล้ว สำหรับแนวทางต่อไปของ ร็อดเจอร์ส

และท้ายนี้ ส่วนตัวผมยังเชื่อว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ ยังใช้ประโยชน์ได้อยู่ครับ พี่แกเป็นนักเตะประเภทต้องโอ๋ อย่าไปจวกไปสับเขา แล้วเดี๋ยวจะเล่นดีเอง

และเหตุผลของการดรอป เจอร์ราร์ด มองในแง่ดี อาจจะทำให้เจ้าตัวแผลงฤทธิ์ในเกมวันเสาร์ กู้หน้าจากที่เคยลื่นทำถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก หลุดมือเมื่อปีที่แล้วก็เป็นได้

ซึ่งหากจะมาปิดโอกาสการประสบความสำเร็จของ ทีมลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ ต้องบอกเลยว่าอย่าเพิ่งนะครับ เพราะอย่างไรก็ตาม พวกเขาเป็นทีมที่อันตราย แม้ช่วงนี้จะขาลง แต่ลงก็ต้องมีขึ้น อยู่ที่ว่าเขาจะเลือกปล่อยและจับอะไร แต่ถ้าจับไว้หมดล่ะก็

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์ผลบอล: เรือใบสีฟ้าเฉือนชนะปีศาจแดงที่มี 10 คน 1-0

เรือใบสีฟ้า เปิดบ้านเฉือนชนะผีแดงที่มี 10 คน ผลบอล 1 : 0 



  • ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
  • แข่งวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2557
  • ทีมแมนฯ ซิตี้ 1 - 0 ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด
  • แข่งที่สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม
  • กรรมการผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์
  • ช่องถ่ายทอดสด : cth.sanook.com


สำหรับฟุตบอลศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014 - 2015 ประจำวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2557 โดยที่คู่เอกนั้น เป็นเกมที่ สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ระหว่างทีม เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ เวย์น รูนี่ย์ กัปตันทีมพ้นโทษแบนกลับมา

เริ่มเกมในครึ่งแรก

เริ่มเกมส์มาได้ 2 นาที ทีม แมนฯ ยู ได้ทักทายก่อนโดย อังเคล ดิ มาเรีย วางบอลเข้าเขตโทษให้ มาร์กอส โรโฮ โฉบมาโขกตรงตัว โจ ฮาร์ท แต่เป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน

นาทีที่ 5 เจ้าถิ่น ทีมแมนฯ ซิตี้ มีลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ เซอร์คิโอ อเกวโร่ กระชากบอลผ่าน อันโตนิโอ วาเลนเซีย ในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนซัดไปติดเซฟ เด เคอา

นาทีที่ 9 อังเคล ดิ มาเรีย โยนบอลเข้าเขตโทษให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ก่อนโหม่งชงย้อนให้ อัดนาน ยานูไซ ตามมาวอลเลย์แถวสอง แต่ไม่ตรงกรอบ

ในนาทีที่ 17 ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ก็มาเสียบอลในแดน ซิตี้ เจมส์ มิลเนอร์ โยนบอลสวนกลับไปถึง เซอร์คิโอ อเกวโร่ เอาบอลลง ก่อนกระชากหนี มาร์กอส โรโฮ เข้าไปกดด้วยขวา แต่ไม่ผ่านมือ ดาบิค เด เคอา

นาทีที่ 18  เซอร์คิโอ อเกวโร่ เบิ้ลบอลเร็วเข้าเขตโทษให้ เฆซุส นาบาส สอดเข้ามาแปเน้นๆ แต่ ดาบิค เด เคอา ยังเหนียวปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

ต่อมานาทีที่ 22 ทีมเจ้าถิ่นบุกต่อเนื่อง และมีลุ้นอีก เมื่อ แฟร์นันโด จ่ายบอลจากกราบซ้ายปาดเข้ากลางไปหน้าประตูถึง เซอร์คิโอ อเกวโร่ ที่กำลังจะซัด แต่ ดาบิค เด เคอา ออกมาตัดเกมได้ทัน ก่อนทั้งสองคนจะปะทะกันแต่ไม่หนักมากลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

และในนาทีที่ 37 แฟนเจ้าถิ่นก็ได้เฮ แต่เฮที่ทีมเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด มาเหลือผู้เล่น 10 คน จากจังหวะที่ คริส สมอลลิ่ง ช้าไป ทำให้เสียบโดนขา เจมส์ มิลเนอร์ ล้มลง และเป็นใบเหลืองที่สองก่อนโดนใบแดงไล่ออกสนามไป

ซึ่งช่วงท้ายเกมทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรกยังเสมอกันผลบอล 0 - 0


เริ่มเกมส์ในครึ่งหลัง


ต่อมานาทีที่ 48 ทีมแมนฯ ซิตี้ มีโอกาส เมื่อ เฆซุส นาบาส เปิดบอลจากขวาเข้ากรอบเขตโทษ มาร์กอส โรโฮ ได้สกัดบอลมาเข้าทาง ปาโบล ซาบาเลต้า วิ่งเมาซัดเหินข้ามคาน

และในนาทีที่ 63 ทีมแมนฯ ซิตี้ ก็ได้เฮกันอีกครั้ง เมื่อมาได้ประตูออกนำ 1 - 0 จากบอลทะลุช่องของ ยาย่า ตูเร่ ให้ กาแอล กลิชี่ เติมขึ้นมาด้านซ้ายก่อนปาดไปหน้าประตูถึง เซอร์คิโอ อเกวโร่ แปเสยแสกหน้า ดาบิค เด เคอา เข้าไปตุงเพดาน

นาทีที่ 71 ซึ่งอังเคล ดิ มาเรีย โยนบอลยาวเข้ากรอบโทษให้ มารูยาน เฟลไลนี่ โฉบมาโขกโล่งๆ แต่บอลไปโดนหัวไหล่เลยหลุดกรอบออกหลังไป

นาทีที่ 77 ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด เกือบได้ประตู โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ยิงไปติดผู้เล่น แมนฯซิตี้ กระดอนกลับมาก่อนไหลออกขวาให้ อังเคล ดิ มาเรีย ซัดด้วยขวา แต่ โจ ฮาร์ท ยังปิดมุมได้ดีปัดออกหลังไป

ต่อมานาทีที่ 83 ทีมเยือน ได้ลุ้นอีก อังเคล ดิ มาเรีย โยนยาวจากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา มารูยาน เฟลไลนี่ เบียดแย่งเข้ามาโขกบอลโด่งข้ามคาน

และในช่วงท้ายเกม ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด บุกหนักขึ้นหวังทวงประตูตีเสมอ แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับเจ้าถิ่นได้ ทำให้จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเฉือนชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แบบหวุดหวิด 1 - 0 เก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ

มาดูรายชื่อ 11 ผู้เล่นแรกที่ลงสนามของทั้งสองทีม

ทีมแมนฯ ซิตี้ 4-4-2 :

  1. โจ ฮาร์ท 
  2. ปาโบล ซาบาเลต้า
  3. แว็งซ็องต์ ก็องปานี 
  4. มาร์ติน เดมิเคลิส
  5. กาแอล กลิชี่ 
  6. เฆซุส นาบาส
  7. ยาย่า ตูเร่
  8. แฟร์นันโด
  9. เจมส์ มิลเนอร์ 
  10. สเตฟาน โยเวติช
  11. เซอร์คิโอ อเกวโร่ กุน


ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด 4-3-1-2 :

  1. ดาบิค เด เคอา 
  2. อันโตนิโอ วาเลนเซีย
  3. คริส สมอลลิ่ง
  4. มาร์กอส โรโฮ 
  5. ลุค ชอว์ 
  6. อัดนาน ยานูไซ
  7. ดาเล่ย์ บลินด์ 
  8. มารูยาน เฟลไลนี่
  9. อังเคล ดิ มาเรีย 
  10. เวย์น รูนีย์
  11. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่


โค้ชเปเยติงทีมเรือ นำแล้วชิลและไม่รีบปิดเกม




โค้ช เปเย วิเคราะห์ผลบอลยืนยัน พอใจกับ 3 คะแนน ในเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมทซ์ แต่ยังติงแข้ง ทีมเรือใบ นำแล้วไม่โหมบุกเพื่อปิดเกม เกือบโดน ทีมปีศาจแดง ตีเสมอหลายครั้ง

หลังจากที่ มานูเอล เปเยกรินี่ ซึ่งเป็นผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่า พอใจแล้วผลชนะ 1 - 0 ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกม ดาร์บี้ แมตช์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ว่าไม่ยินดีกับการทำผลงานของลูกทีมที่เหมือนจะพอใจแล้วหลังขึ้นนำ ไม่เดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ประตูเพิ่มและปิดเกมเร็ว ทำให้คู่แข่งมีโอกาสโต้กลับและเกือบเป็นประตูหลายครั้ง

ซึ่งกุนซือชาวชิลี ได้กล่าวหลังจบเกมที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ว่า ผมพอใจกับ 3 คะแนน เราต้องชนะ และเราเล่นได้ดีจนกระทั่งยิงประตู แต่หลังจากนั้นเหมือนเราจะคิดว่าเกมนี้มันจบแล้ว ทั้งที่มันยังไม่จบ

และนอกจากนี้ เปเยกรินี่ ยังยืนยันว่า อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ฟูลแบ็กตัวหลักบาดเจ็บหนัก และมีโอกาสพลาดเกมกับ ทีมอาแอส โรม่า ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันพุธที่ 5 พฤศจิกายนนี้แน่นอน โดยกล่าวว่า ผมไม่คิดอย่างนั้น จากการที่ลงเล่นไม่ได้ ซึ่งโคลารอฟ เจ็บกล้ามเนื้อน่อง และผมไม่คิดว่าเขาจะพร้อมสำหรับเกมกลางสัปดาห์

ซึ่งทั้งนี้ จากการเก็บ 3 คะแนนสำคัญทำให้ ทีมเรือใบสีฟ้า ได้ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ในตารางคะแนนตามหลัง เชลซี จ่าฝูงอยู่ 6 คะแนน


โค้ชฟานกัล ได้ป้องเฟลไลนี่ ว่าไม่ได้ถุยน้ำลายใส่หน้ากุน




หลังจากที่ หลุยส์ ฟาน กัล ซึ่งเป็นกุนซือ ทีมปีศาจแดง ที่มั่นใจว่า มารูยาน เฟลไลนี่ นั้นไม่ได้ถุยน้ำลาย ใส่หน้า กุน อเกวโร่ ในจังหวะร้องเอาจุดโทษ ในเกม ทีมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ที่โปรแกรมบอล ทีมผีแดง หลังบุกไปพ่าย ทีมเรือใบ ผลบอล 0 - 1

เมื่อหลุยส์ ฟาน กัล ที่เป็นผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาปกป้อง มารูยาน เฟลไลนี่ กองกลางชาวเบลเยียมของทีม จากกรณีที่โดนกล่าวหาว่าถ่มน้ำลายใส่หน้า เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ กองหน้าตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้อมทซ์ นัดที่ ทีมปีศาจแดง ได้บุกไปแพ้คู่ปรับร่วมเมือง 0 - 1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

และภาพช้าจากกล้องถ่ายทอดสดไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแสดงให้เห็นว่า มิดฟิลด์หัวฟู นั้นอาจจะไปถ่มน้ำลายใส่ อเกวโร่ ในจังหวะที่ เฟลไลนี่ เข้าไปต่อว่าดาวยิงทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่เรียกร้องจะเอาลูกจุดโทษ ทว่า ฟาน กัล ให้การปกป้องอย่างเต็มที่ โดยชี้ว่ากองกลางทีมชาติเบลเยียมไม่ใช่นักเตะที่มีนิสัยเช่นนั้น

ซึ่งเขานั้นได้ให้ สัมภาษณ์กับสื่อว่า เรื่องที่กล่าวมานั้น ผมได้ยินว่ามันมีการตั้งคำถามบนโลกโซเชียล แต่เมื่อคุณตะโกนออกมา บางครั้งน้ำลายมันก็จะออกตามมานิดๆ มันเป็นธรรมดา ผมไม่คิดว่าเขาเป็นนักเตะที่ชอบถุยน้ำลายหรอก